ศาลทหาร มทบ. 23 สั่งไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยคดี “ป่วน Bike for Dad”

ศาล มทบ.23 ขอนแก่น นัดสอบคำให้การ 5 จำเลย คดี ม.112 หลังตกเป็นผู้ต้องหาวางแผนป่วน Bike for Dad จำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา   ด้าน 2 จำเลยในคดียื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวเหตุมีโรคประจำตัว แต่ศาลทหารไม่อนุญาต

 

7 เม.ย.59 ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 จ.ขอนแก่น นัดสอบคำให้การจำเลยในคดีที่อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 23 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ และพวกรวม 5 คน ในข้อหา ร่วมกันหมิ่นประมาท และดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ และรัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หมายเลขคดีดำที่ 1 ก./2559

เวลาประมาณ 10.10 น. ผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังค์พิจารณาคดี และอ่านบรรยายฟ้องของโจทก์ให้จำเลยทั้งห้าฟัง ความโดยสรุปว่า ระหว่างเดือนสิงหาคม 2557 ถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลาใดไม่ปรากฏชัด เหตุเกิดที่ตำบลในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น  จำเลยทั้ง 5 กับพวกที่หลบหนี ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้ร่วมกันสนทนาข้อความที่มีลักษณะหมิ่นพระมหากษัตริย์ และรัชทายาท จำนวน 3 ข้อความ ต่อหน้าบุคคลผู้มีชื่อ จำนวน 2 คน ซึ่งการกระทำดังกล่าวของจำเลยทั้ง 5 กับพวกเป็นไปโดยประการที่น่าจะทำให้พระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน และรัชทายาท เสื่อมเสียพระเกียรติ ทรงถูกดูหมิ่นและเกลียดชัง

ทั้งนี้ จำเลยทั้ง 5 ให้การปฏิเสธ และขอต่อสู้คดี อัยการทหารฝ่ายโจทก์จึงแถลงต่อศาลขอนัดวันเพื่อสืบพยานโจทก์ แต่ทนายจำเลยคัดค้าน โดยขอให้กำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐานก่อนการสืบพยาน อัยการฯ แถลงว่า โจทก์มีเพียงพยานบุคคล ซึ่งมีหลักฐานเป็นบันทึกคำให้การ บันทึกการชี้ตัวและชี้รูป ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญาไม่ต้องให้คู่ความตรวจสอบ ทนายจำเลยแถลงจึงขอใช้สิทธิตามกระบวนการพิจารณาคดี โดยขอให้โจทก์ยื่นบัญชีพยาน ศาลจึงมีคำสั่งให้นัดตรวจพยานหลักฐานก่อนการสืบพยาน ในวันที่ 9 มิถุนายน 2559 โดยให้คู่ความแต่ละฝ่ายยื่นบัญชีพยานก่อนวันนัดไม่น้อยกว่า 7 วัน

ในวันเดียวกันนี้ ทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ จำเลยที่ 1 และนายพาหิรัณ กองคำ จำเลยที่ 3 เนื่องจากจำเลยทั้งสองมีโรคประจำตัว ต่อมาในช่วงบ่ายศาลมีคำสั่งไม่อนุญาต

ก่อนหน้านี้ จ.ส.ต.ประธิน ถูกเจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวจากบ้านพักใน อ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 21 พ.ย.58 และนายณัฐพล ณ.วรรณ์เล ถูกทหารควบคุมตัวจากบ้านในอำเภอน้ำพอง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 23 พ.ย.58 วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ที่ก่อความวุ่นวายในการซ้อม Bike for Dad เมื่อ 22 พ.ย.58 ที่จังหวัดขอนแก่นหลายคน

ต่อมา วันที่ 24 และ 25 พ.ย.58 ศาลทหารกรุงเทพอนุมัติออกหมายจับ จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ และพวกรวม 9 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในจำนวนนี้ มี 4 ราย เป็นจำเลยในคดีขอนแก่นโมเดล ซึ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี วันที่ 26 พ.ย. มีการแถลงผลการจับกุม จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ และนายณัฐพล ณวรรณ์เล พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้บังคับการกองแผนงานอาชญากรรม กล่าวว่า จากการสืบสวน พบว่าบุคคลกลุ่มนี้มีแนวคิดเตรียมก่อเหตุรุนแรงโดยมีการปรึกษาหารือกันในการตระเตรียมอาวุธที่จะนำเข้ามาทำการก่อเหตุในช่วงเทศกาลและกิจกรรมสำคัญต่างๆ ในหลายพื้นที่ โดยมีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 9 คน

ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับอีก 7 คน ถูกจับกุมในเวลาต่อมา 2 คน เข้ามอบตัว 2 คน ถูกจำคุกในคดีอื่นอยู่แล้ว 1 คน ส่วนอีก 2 คน ยังหลบหนี ทั้ง 6 คน ที่เจ้าหน้าที่ได้ตัวมา ถูกคุมขังที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครชัยศรี ซึ่งอยู่ใน มทบ.11 เรื่อยมา ระหว่างนี้ 1 ใน 6 คน ได้ถูกปล่อยตัวไป จนกระทั่งอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 23 ได้ยื่นฟ้อง จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ และพวกรวม 5 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และอัยการศาลทหารกรุงเทพยื่นฟ้อง จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ และพวกรวม 2 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2558

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: 

ประมวลเหตุการณ์คดีผู้ต้องหาวางแผนป่วนกิจกรรม Bike for Dad

อัยการทหารฟ้อง ม.112 ผู้ต้องหาคดีวางแผน “BIKE FOR DAD” แล้ว

คุกทหาร: ความยุติธรรมห้ามเข้า


“…ใน มทบ.11 มันเป็นสิ่งที่มืดกับเขา ทุกอย่างคือความมืด การถูกผูกตา ใส่โซ่ตรวน … มันคือความมืดสำหรับเขา”

ถ้อยคำตอนหนึ่งของ น.ส.เบญจรัตน์ มีเทียน ทนายความผู้ต้องหาคดีวางแผนป่วนกิจกรรม Bike for Dad เมื่อถูกถามถึงความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี (เรือนจำ มทบ.11) ภายใต้สังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

จุดเริ่มต้นเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี

เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี หรือที่คนทั่วไปน่าจะคุ้นเคยในชื่อเรือนจำ มทบ.11 ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2558 ภายใต้คำสั่งกระทรวงยุติธรรมที่ 314/2558 โดยการลงนามของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ด้วยเหตุผลว่า “เพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาความปลอดภัย ความเหมาะสมในการคุมขัง และการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐและคดีอื่นที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งเป็นผู้ต้องขังประเภทมีเหตุพิเศษ ที่ไม่ควรจะรวมคุมขังอยู่กับผู้ต้องขังอื่น” อ่านเพิ่มเติม

ทนายชี้กระบวนการยุติธรรมคดีป่วน Bike for Dad ผิดหลักการ จำเลยในเรือนจำ มทบ.11 จิตใจย่ำแย่

ทนายความจำเลยคดี ‘Bike For Dad’ เผยลูกความในเรือนจำ มทบ.11 มีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่เพราะไม่อาจจะทนสภาพชีวิตภายในเรือนจำได้ ชี้กระบวนการยุติธรรมในคดีนี้ผิดหลักการ  ล่าสุดจำเลยทั้งหมดย้ายไปอยู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพแล้ว

15 ก.พ. 2559 อัยการศาลทหารมณฑลทหารบกที่ 23 (มทบ.23) จ.ขอนแก่น มีความเห็นสั่งฟ้อง จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ นายธนกฤต ทองเงินเพิ่ม นายพาหิรัณ กองคำ นายวัลลภ บุญจันทร์ นายวีรชัย ชาบุญมี ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกกล่าวหาว่าวางแผนเตรียมป่วนกิจกรรม Bike for Dad เป็นคดีดำที่ 1 ก./2559 ในฐานร่วมกันหมิ่นประมาทและดูหมิ่นพระมหากษัตริย์และรัชทายาท โดยร่วมกันสนทนาด้วยถ้อยคำที่ทำให้เกิดการเสื่อมเสียพระเกียรติ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ จ.ขอนแก่นโดยจำเลยร่วมกันกระทำความผิดระหว่างเดือน ส.ค. 2557  ถึงวันที่ 24 ก.พ. 2558 วันเวลาใดไม่ปรากฎชัด แต่อยู่ในระหว่างที่ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนตามคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 628/2558 ยังมีความเห็นควรส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้อง จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ และนายณัฐพล ณ วรรณ์เล ฐานส่งข้อความที่เป็นการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ทางระบบอินเตอร์เน็ต เป็นความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  และมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(3) ตามที่ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย คสช. กล่าวหาอีกด้วย อ่านเพิ่มเติม

ศาลอนุญาตฝากขังผู้ต้องหาคดีวางแผนป่วน “BIKE FOR DAD”

ศาลอนุญาตฝากขัง 2 ผู้ต้องหาคดีวางแผนป่วน “BIKE FOR DAD” ผัดสุดท้าย ก่อนที่อัยการจะมีคำสั่งฟ้องไม่ฟ้องในวันที่ 17ก.พ.นี้ ส่วนผู้ต้องหาอีกสองคนยังเหลืออีกหนึ่งผัด

วันนี้ ( 5 ก.พ. 2559) ผู้ต้องหา 4 ราย ได้แก่ จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ นายณัฐพล ณ.วรรณ์เล นายวัลลภ บุญจันทร์ และนายพาหิรัณ กองคำ ถูกนำตัวจากเรือนจำชั่วคราวแขวงนครไชยศรี มณฑลทหารบกที่ 11 ถ.พระราม 5 กรุงเทพ มาฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพ จากการที่ทั้ง 4 คน ถูกกล่าวหาว่าวางแผนป่วนกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อหรือ Bike for Dad จึงถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนและเผยแพร่ข้อมูลหรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยอยู่รู้แล้วว่าเป็นเท็จตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14

ในกรณีของ จ.ส.ต.ประธิน และนายณัฐพล อัยการศาลทหารกรุงเทพยื่นขออำนาจศาลสั่งขังครั้งสุดท้าย และศาลได้อนุญาตฝากขังทั้ง 2 คนต่อไปเป็นครั้งที่ 7 อีก 12วัน ตามคำร้องของอัยการทหาร ด้วยเหตุผลว่า การพิจารณาสำนวนการสอบสวนเพื่อสั่งคดียังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากยังมีข้อเท็จจริงต้องพิจารณา อัยการศาลทหารกรุงเทพจึงยื่นฟ้องผู้ต้องหาไม่ทันภายในวันนี้และหากผู้ต้องหาร้องขอปล่อยชั่วคราว ทางอัยการศาลทหารกรุงเทพก็ขอคัดค้านเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ทั้งนี้ศาลได้อนุญาตให้ฝากขังต่อไปอีกตั้งแต่วันที่ 6 – 17ก.พ.ซึ่งเมื่อฝากขังครั้งนี้ครบแล้วอัยการจะต้องมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง

กรณีของนายวัลลภ บุญจันทร์ และนายพาหิรัณ กองคำ ผู้ต้องหาในคดีเดียวกัน พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลทหารกรุงเทพให้ฝากขังครั้งที่ 7 โดยให้เหตุผลว่าการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น สำนวนยังอยู่ระหว่างเสนอแก่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงตรวจทานและมีความเห็นต่อไป ศาลทหารก็มีคำสั่งตามคำร้องของพนักงานสอบสวนฯ ให้ฝากขังเป็นผลัดที่ 7 มีกำหนดไว้ 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 7-18 ก.พ.

ญาติของผู้ต้องหารายหนึ่งซึ่งมาเยี่ยมผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการถูกคุมขังเพื่อสอบสวน ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับสามี จนถึงวันนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาพูดคุยหรือให้ความช่วยเหลือมากนัก มีเพียงทนายที่ทำหน้าที่ในการต่อสู้คดีเท่านั้น

 

ทนายของผู้ต้องหาเตรียมป่วน Bike for Dad รับทราบข้อกล่าวหาที่กองปราบฯ ยันตนแค่ทำตามหน้าที่ทนาย

เมื่อ 11.00น. ที่ผ่านมา ทนายความของผู้ต้องหาคดีเตรียมป่วน Bike for Dadพร้อมทนายความ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่กองปราบฯ หตุฝ่ายกฎหมาย คสช. ฟ้องแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาทฯ เหตุทนายความเบญจรัตน์แจ้งความชุดสอบสวนคดีหมิ่นสถาบันฯ ที่ออกหมายจับคดี 112 นายธนกฤต ทนายเห็นว่าการที่ฝ่ายกฎหมาย คสช. แจ้งความดำเนินคดีตนเป็นการกลั่นแกล้งเพราะตนเพียงทำหน้าที่ทนายความเท่านั้น หลังสอบคำให้การเสร็จพนักงานสอบสวนไม่ควบคุมตัวเพราะเห็นว่าไม่มีพฤติการณ์หลบหนี อ่านเพิ่มเติม