จำเลยคดียื่นคำร้องถึงนายกฯผิด 112 ให้การปฏิเสธ ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน 24 สิงหาฯนี้

ศาลทหารนัดสอบคำให้การผู้ต้องหาคดีม.112 จากการยื่นหนังสือร้องเรียนถึงพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ประจักษ์ชัยให้การปฏิเสธทุกข้อหา ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน24 ส.ค.2559

30พ.ค.2559 ศาลทหารกรุงเทพ เวลา8.30น. ประจักษ์ชัย(สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันกษัตริย์ ม.112 จากการยื่นหนังสือร้องเรียนถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ กพร. เมื่อวันที่ 19ก.พ.2558เดินทางมาตามนัดสอบคำให้การที่ศาล จากนั้น 10.00น.ศาลจึงเริมพิจารณาคดี

ศาลอ่านคำฟ้องของโจทก์โดยสรุปว่าเมื่อวันที่ 19 ก.พ.2558 ที่ ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ประจักษ์ชัย จำเลยในคดีนี้ ได้เขียนข้อความบันทึกข้อร้องเรียนถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยศาลได้อ่านข้ามในส่วนของข้อความซึ่งเป็นพฤติการณ์ในคดีนี้ การกระทำดังกล่าวป็นการล่วงละเมิดและแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมปากกาและกระดาษที่ใช้ในการกระทำความผิดเป็นของกลางโดยเก็บรักษาไว้ที่ สน.ดุสิต โจทก์ได้ขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาลงโทษ และขอให้ริบปากกาที่ใช้ในการกระทำความผิดไว้

ศาลถามคำให้การประจักษ์ชัย ทนายของประจักษ์ชัยจึงขอยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรเนื่องจากก่อนมาศาลได้กินยารักษาอาการของโรคจิตเภท โดยคำให้การบรรยายว่าจำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาโดยให้เหตุผลว่าตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุจนถึงขณะนี้จำเลยป่วยเป็นโรคจิตเภท มีอาการหลงผิด อีกทั้งยังมีเชาว์ปัญญา(IQ) 74 ซึ่งเป็นระดับปัญญาทึบมาก ตามผลการตรวจรักษาที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ซึ่งจะมีรายละเอียดอยู่ในชั้นพิจารณาและขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องของโจทก์ และขอให้มีนัดตรวจพยานหลักฐานก่อนการสืบพยาน

อัยการไม่คัดค้านคำให้การที่เป็นลายลักษณ์อักษรของจำเลย แต่ได้คัดค้านคำร้องขอให้มีนัดตรวจพยานหลักฐานโดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากมีพยานในคดีน้อย ทนายความแถลงต่อศาลว่าเนื่องจากเห็นว่ายังมีพยานและเอกสารที่ไม่ได้อยู่ในการครอบครองของจำเลยและยังมีเอกสารการรักษาอาการทางจิตทั้งก่อนก่อเหตุจนกระทั่งถึงหลังก่อเหตุ อีกที่ยังต้องขอให้ศาลมีหมายเรียกมาใช้ในการประกอบการพิจารณาคดี ศาลได้อนุญาตให้มีนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 24ส.ค.2559

ทั้งนี้หลังเสร็จสิ้นกระบวนการ ทนายความของประจักษ์ชัยได้ยื่นคำร้องคัดค้านกระบวนพิจารณาเพราะเห็นว่าศาลไม่ได้จดคำให้การของประจักษ์ชัยที่ได้ยื่นเป็นลายลักษณ์ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 172 ประกอบกับ พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ม.45 จึงเป็นกระบวนการพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ศาลทหารมีคำสั่งพิจารณาคดียื่นคำร้องหมิ่นสถาบันฯ ต่อ หลังจิตแพทย์มีความเห็นจำเลยสู้คดีได้แล้ว

ศาลทหารสั่งจำหน่ายคดียื่นคำร้องหมิ่นฯชั่วคราว จนกว่าหมอรักษาอาการดีขึ้น

ความคืบหน้าของคดีประจำเดือนเมษายน และนัดพิจารณาคดีประจำเดือนพฤษภาคม 2559

ดูไฟล์ตารางสรุปความคืบหน้าคดีและนัดพิจารณาคดีได้ที่ ความคืบหน้าของคดีประจำเดือนเมษายน และนัดพิจารณาคดีประจำเดือนพฤษภาคม 2559

 

ความคืบหน้าคดีประจำเดือนมีนาคม 2559
ในเดือนเมษายน 2559 มีความคืบหน้าของคดีที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนให้ความช่วยเหลือจำนวน 12 คดี คดีที่น่าสนใจ ได้แก่ นัดสืบพยาน คดีเตรียมก่อเหตุระเบิดศาลอาญา พล.ต.วิจารณ์ จดแตง ฝ่ายกฎหมาย คสช. ผู้กล่าวหาและเป็นผู้ร่วมสอบสวนจำเลยทั้ง 6 คนในคดีนี้ แต่เนื่องจากสืบไม่จบจึงเลื่อนสืบอีกครั้งเป็นวันที่ 3พ.ค.2559 ทั้งนี้นัดล่าสุดนี้ก็ได้เลื่อนไปอีกครั้งเป็นวันที่ 3มิ.ย.2559เนื่องจากพล.ต.วิจารณ์ติดราชการ

คดีเกี่ยวกับอาวุธอีก 1 คดีที่ขณะนี้มีคำพิพากษาแล้วคือ คดีครอบครองวัตถุระเบิด RGD 5 ที่จำเลยที่ 1 ขอเปลี่ยนคำให้การเป็นรับสารภาพ ศาลจึงมีพิพากษาลงโทษจำคุก 10 ปี แต่เนื่องจากรับสารภาพ จึงลดโทษเหลือ 5 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวและให้โจทก์มายื่นฟ้องใหม่ภายใน 15 วัน

ต่อมากรณี สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำภาคประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฟ้องศาลปกครองฟ้องเพิกถอนคำสั่งลงโทษให้ไล่ออกจากราชการ ที่อธิการบดี มธ. ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2ออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งไล่สมศักดิ์ออกจากราชการ เนื่องจากไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีพฤติการณ์ที่จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ

คดีที่เกี่ยวกับมาตรา 116 ในเดือนที่ผ่านมามีหนึ่งคดีที่อัยการทหารสั่งไม่ฟ้องแต่ได้ส่งสำนวนคดีกลับให้พนักงานสอบสวนส่งให้อัยการศาลพลเรือนดำเนินการต่อคือ คดีของนางแจ่ม (นามสมมุติ) กรณีโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับข่าวการทุจริตคอรัปชั่นการสร้างอุทยานราชภักดิ์ฯ โดยพาดพิงถึงบุคคลในรัฐบาล โดยอัยการทหารเห็นว่าคดีไม่อยู่ในเขตอำนาจพิพากษาของศาลทหาร พนักงานสอบสวนได้นัดส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนสอบสวน ต่อพนักงานอัยการศาลแขวงพระโขนงในวันที่ 4 พฤษภาคม 2559 เวลา ซึ่งคดีนี้มีลักษณะการกระทำคล้ายคดีของรินดา พรศิริพิทักษ์ ที่ศาลทหารเห็นว่าเป็นคดีหมิ่นประมาทฯ จึงไม่อยู่ในการพิจารณาของศาลทหาร

คดี 112 ในเดือนที่ผ่านมา ได้แก่ คดีของ เสาร์ (สงวนนามสกุล) ที่ถูกดำเนินคดีจากการยื่นคำร้องถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีเนื้อหาหมิ่นสถาบันฯ ซึ่งอัยการทหารมีความเห็นสั่งฟ้องแต่ศาลอนุยาตให้ประกันตัวในวงเงิน 400,000บาท ความสำคัญของคดีนี้คือจิตแพทย์สถาบันกัลยาราชนครินทร์ มีความเห็นว่าจำเลยมีอาการของโรคจิตเภต

คดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมอัยการทหารมีความเห็นสั่งฟ้อง นักกิจกรรมที่ทำกิจกรรม “นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ส่องแสงหากลโกง” ทั้ง 6 คน ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/58 ข้อ 12 ศาลทหารได้อนญาตให้ประกันตัวทั้ง 6 คน

นัดพิจารณาคดีประจำเดือนเมษายน 2559
ในเดือนพฤษภาคมนี้ มีนัดหมายคดีต่างๆ ของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจำนวน 11 คดี ที่สำคัญ ได้แก่ นัดสืบพยานคดี 112ทั้งหมด 3 คดี คดีแรกจือเซงหรือสมอล บัณฑิตอาณียา นักเขียนอิสระถูกดำเนินคดีมาตรา 112 จำเลยได้แสดงความคิดเห็นการเมืองในที่ประชุมพรรคการเมือง ก่อนหน้านี้จือเซงเคยถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 มาก่อนโดยคดีได้ขึ้นสู่ถึงศาลฎีกามีคำพิพากษารอลงอาญา เนื่องจากจำเลยเป็นผู้ป่วยจิตเวช ศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2559 เวลา 8.30 น.ศาลทหารกรุงเทพ

คดีที่สอง สิรภพ กรณ์อรุษ หรือรุ่งศิลา ถูกดำเนินคดีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากโพสต์บทกลอนและบทความที่เขาเขียนทางโซเชียลมีเดีย โดยนัดสืบพยานโจทก์ วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 เวลา 8.30 น. ศาลทหารกรุงเทพ และกรณีของสิรภพยังมีนัดพยานโจทก์ คดีฝ่าฝืนเรียกรายงานตัวใน วันที่ 23 พฤษภาคม 2559เวลา 8.30 น. ศาลทหารกรุงเทพอีกด้วย และนัดสืบพยานคดี 112คดีที่สามคือคดีของ อัญชัญ (สงวนนามสกุล) นัดสืบพยานโจทก์วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เวลา 8.30 น. ศาลทหารกรุงเทพ ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวกับการแชร์คลิป “บรรพต” อีกหนึ่งคดี

นอกจากนี้ยังมีคดี 112ที่ศาลนัดสอบคำให้การอีก1 คดี คือ ประจักษ์ชัย (สงวนนามสกุล) โดยศาลทหารนัดสอบคำให้การ วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 เวลา 8.30 น. ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลได้ส่งตัวไปตรวจที่สถาบันกัลยาราชนครินทร์ แพทย์มีความเห็นว่าจำเลยไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ศาลจึงสั่งจำหน่ายคดีให้จำเลยไปรักษา แต่ศาลได้มีความเห็นนำคดีกลับมาพิจารณาอีกครั้งเนื่องจากจิตแพทย์ลงความเห็นว่าจำเลยมีอาการวิกลจริตจริง แต่สามารถต่อสู้คดีได้ คดีนี้ศาลอนุญาตให้ประกันตัว

คดีที่เกี่ยวกับเหตุรุนแรงทางการเมืองก่อนการรัฐประหารแต่มีการจับกุมดำเนินคดีในภายหลังซึ่งเป็นคดีในศาลพลเรือนคือ คดีเหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทองในช่วงการชุมนุมของ กปปส. ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดสืบพยานโจทก์ วันที่ 10-12 , 17-18 , 24 พฤษภาคม 2559 เวลา9.00 น.เป็นต้นไป นัดสืบพยานจำเลยวันที่25,27 พฤษภาคม 2559 เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งจำเลยในคดีนี้ยังถูกดำเนินคดีข้อหาครอบครองวัตถุระเบิด RGD5 ที่ศาลทหารกรุงเทพด้วย

ศาลทหารมีคำสั่งพิจารณาคดียื่นคำร้องหมิ่นสถาบันฯ ต่อ หลังจิตแพทย์มีความเห็นจำเลยสู้คดีได้แล้ว

ศาลทหารนัดไต่สวนรายงานผลการตรวจอาการทางจิตว่าสู้คดีได้หรือไม่ของจำเลยคดีเขียนหนังสือร้องเรียนที่มีข้อความหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ถึงนายกฯ ที่ ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานกพ.เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2558 แพทย์มีความเห็นจำเลยเข้าข่ายวิกลจริตจริง แต่อาการดีขึ้นแล้วสามารถสู้คดีได้ ศาลเห็นตามแพทย์จึงนัดสอบคำให้การในวันที่30 พ.ค.2559

29 มี.ค.2559 ศาลทหารนัดไต่สวนรายงานผลการตรวจวินิจฉัยและประเมินความสามารถในการต่อสู้คดีของประจักษ์ชัย(สงวนนามสกุล)จำเลยคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์จากการเขียนหนังสือร้องเรียนถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยยื่นหนังสือให้กับทหารที่ประจำอยู่ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

นัดนี้ศาลทหารได้เรียกจิตแพทย์เจ้าของไข้ซึ่งเป็นแพทย์ชำนาญการพิเศษ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ มาเบิกความถึงรายละเอียดในรายงานตรวจวินิฉัยฯเมื่อวันที่ 4 ก.พ.2559 ซึ่งเป็นการตรวจอาการทางจิตของประจักษ์ชัยครั้งล่าสุด

แพทย์ได้เบิกความตอบคำถามศาลว่า ศาลทหารได้ส่งตัวนายประจักษ์ชัยให้ทำการตรวจรักษาตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.2558 และได้ทำการตรวจรักษาในฐานะผู้ป่วยในตั้งแต่วันที่ 22-28 ในเดือนเดียวกัน และหลังจากนั้นยังได้ทำการตรวจรักษาแบบผู้ป่วยนอกอีกหลายครั้ง กระบวนการตรวจของสถาบันกัลยาณ์ฯ จะมีคณะกรรมการวินิจฉัย 5 ฝ่าย คือจิตแพทย์ พยาบาลจิตเวช นักจิตวิทยาคลินิก นักกิจกรรมบำบัดและนักสังคมสงเคราะห์ แต่ได้ทำการตรวจประเมินอาการครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 ส.ค.2558

แพทย์เบิกความถึงการตรวจอาการครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ว่านายประจักษ์ชัยยังมีอาการหลงผิดอยู่ โดยอาการหลงผิดนี้คือการทำผู้ป่วยมีความเชื่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แม้ว่าจะมีบุคคลอื่นหรือหลักฐานมาแสดง

นายประจักษ์ชัยขณะนี้ได้รับยาต้านโรคจิตอยู่และสามารถรักษาหายได้โดยต้องรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะหายเมื่อไหร่ แต่ขณะนี้นายประจักษ์ชัยมีอาการดีขึ้นไม่มีอาการหูแว่ว สามารถควบคุมตนเองได้ และสามารถใช้ชีวิตขั้นพื้นฐานเองได้ และในขณะนี้สามารถรับรู้ขั้นตอนคดี เล่าเรื่องเกี่ยวกับคดี และสามารถต่อสู้คดีได้แล้ว

ศาลได้อนุญาตให้ทนายความจำเลยถามพยานเพิ่มเติม แพทย์เบิกความว่าตั้งแต่หลังการตรวจอาการเมื่อวันที่ 4 ก.พ.แล้วไม่ได้ทำการตรวจอีกจนกระทั่งถึงวันนี้จึงไม่ทราบว่าขณะนี้อาการของนายประจักษ์ชัยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้วัดว่าสู้คดีได้หรือไม่ตามที่ได้ประเมินไว้เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2559

ทนายความได้ถามพยานว่าคนที่มีอาการหลงผิดต้องหลงผิดในทุกเรื่องหรือไม่ แพทย์ตอบว่าอาการหลงผิดนั้นไม่ต้องเป็นกับทุกเรื่องแต่เมื่อหลงผิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วก็จะไม่เปลี่ยนแปลงความเชื่อ ส่วนอาการหลงผิดของประจักษ์ชัย เขายังคงมีความเชื่ออยู่เหมือนเดิมตามที่ได้ทำการประเมินอาการครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 ส.ค.2558 ซึ่งตามรายงานผลการตรวจวินิจฉัยในครั้งนั้นคือผู้ป่วยมีอาการทางจิตเรื้อรัง มีอาการหลงผิด โดยผู้เป็นโรคจิตเภตนี้เข้าข่ายเป็นผู้วิกลจริต

ภายหลังการไต่สวนศาลได้เรียกโจทก์และจำเลยขึ้นถาม โจทก์แถลงกว่าขอให้ศาลยกคดีนี้ขึ้นมาพิจารณาต่อ แต่ทางจำเลยได้มีคำร้องให้ขอเลื่อนการฟั่งคำสั่งรายงานผลการตรวจวินิจฉัยและประเมินความสามารถในการสู้คดีออกไปเนื่องจากเห็นว่าผลการตรวจอาการทางจิตของนายประจักษ์ชัยนั้นไม่ได้เป็นปัจจุบันและจำเลยยังป่วยด้วยโรคตับแข็งอีกด้วย จึงขอโอกาสได้เรียบเรียงข้อเท็จจริงและเหตุผลโดยละเอียดเป็นแถลงการณ์ประกอบดุลยพินิจในการทำคำสั่ง

ทั้งนี้ศาลเห็นว่าผลการตรวจวินิจฉัยของแพท์ยนั้นมีเป็นเอกสารราชการยืนยัน อีกทั้งจำเลยยังได้รับการประกันตัวจึงสามารถเข้ารับการรักษาได้ ศาลจึงมีคำสั่งให้ยกคดีนี้ขึ้นมาพิจารณาต่อและได้นัดจำเลยสอบคำให้การในวันที่ 30พ.ค.2559

ทนายความของนายประจักษ์ชัยได้ตั้งข้อสังเกตว่าในบันทึกคำเบิกความของศาลไม่ได้บันทึกประเด็นสำคัญเอาไว้คือ แพทย์ได้เบิกความตอบศาลด้วยว่าอาการของโรคจิตเภตนั้นเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง : ศาลทหารสั่งจำหน่ายคดียื่นคำร้องหมิ่นฯชั่วคราว จนกว่าหมอรักษาอาการดีขึ้น