ศาลอาญายกคำร้องควบคุมตัวไม่ชอบธเนตร อนันตวงษ์

photo-rajabhakti29Dec15

ธเนตร อนันต์วงษ์ (คนที่สามจากซ้าย)และผู้ร่วมกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทธยานราชภักดิ์

วันนี้ (20 มิ.ย.59) ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ตามมาตรา 90  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งร้องให้ปล่อยตัวนายธเนตร อนันตวงษ์เนื่องจากควบคุมตัวไม่ชอบด้วยกฎหมายจากเหตุการควบคุมตัวเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.58 ภายหลังจากศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งกลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้มีการไต่สวนคำร้องใหม่ก่อนหน้านี้

ด้านนางสาวภาวิณี ชุมศรี ทนายความผู้ร้อง ชี้แจงว่า เนื่องจากคดีดังกล่าวมีการยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวนายธเนตรซึ่งถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบควบคุมตัวขึ้นรถแท็กซี่ไปจากโรงพยาบาลสิรินธรเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.58 นายสิรวิชญ์จึงยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัว แต่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคำร้องไม่มีมูลเพียงพอจึงยกคำร้องเลย เมื่อเราอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์จึงมีคำสั่งให้ไต่สวนใหม่เพราะยังไม่มีการไต่สวน

อย่างไรก็ตามในวันนี้ทนายความได้แจ้งต่อศาลว่านายธเนตรได้รับการปล่อยตัวแล้วตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. 58 หลังจากนั้นนายธเนตรได้เดินทางไปยังต่างประเทศไม่สามารถติดต่อได้ ศาลจึงมีคำสั่งว่า “ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่ากรณีตามคำร้องเมื่อผู้ต้องต้องถูกควบคุมตัวได้รับการปล่อยตัวแล้ว จึงไม่มีเหตุไต่สวนคำร้องขอให้ปล่อยตัวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 90 อีก ให้ยกคำร้องและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ”

ทั้งนี้นายธเนตรถูกควบคุมตัวเนื่องจากการแชร์ข้อความเกี่ยวกับการทุจริตในการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์และถูกดำเนินคดีตามมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญาก่อนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว นอกจากนี้นายธเนตรได้ร่วมกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ เมื่อวันที่  7  ธันวาคม  2558  ส่องแสงหาคนโกง  เพื่อไปตรวจสอบการทุจริตเกี่ยวกับการจัดสร้างอุทธยานราชภักดิ์ ซึ่งนายธเนตรเป็น 1 ใน 11 คนซึ่งถูกควบคุมตัวและไม่ยอมตกลงตามเงื่อนไขห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ถูกฟ้องคดีในเวลาต่อมา

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

 

Advertisements

Posting rumors about the junta’s leader isn’t sedition but normal defamation, fall under civilian court jurisdiction

On 17 May 2016, the Bangkok Military Court disposed the case of Mrs. Rinda who was charged for allegedly posting a rumor about Gen. Prayuth’s money transaction on her Facebook after the Criminal Court ruled that the offence did not constitute the elements of sedition under Article 116 of the Criminal Code, but Article 328 of defamation by means of publication. Thus, the case is under the jurisdiction of Criminal Court, a civilian court.

At 09.45, the military adjudicator read an order of the jurisdiction of the courts No. 2/2016, dated 30 March 2016. The Bangkok Military Court has previously submitted the opinion about the jurisdiction between courts, dated 29 February 2016, and other relating document to the Justice Court for the Criminal Court to proceed as indicated in Article 10 of the Act on the Adjudication of the Jurisdiction between Courts 1999. The main point of the adjudication was:

 

“According to the Bangkok Military prosecutor’s charge, the alleged message that the defendant posted on Facebook.com by the account of “Rinda Ponsiripithak” did not appear to raise the unrest and disaffection amongst the people in a manner likely to cause disturbance in the country as indicated in Article 116 (2) of the Criminal Code which is an offence against security of the kingdom. It appeared to be a defamation to the other person before a third person by means of publication under Article 328 of the Criminal Code.”

 

According to the Criminal Court, the offence of defamation by means of publication is not included in the Announcement of the National Council for Peace and Order (NCPO) No. 37/2014 prescribing certain offences to be tried in military courts. Therefore, in this case, the other connected offences according to the Announcement of the NCPO No. 38/2014, including an offence of alarming the public by maliciously circulating false reports under Article 384 of the Criminal Code and an offence under Article 14 of the Computer Crime Act 2007 shall not be prosecuted in military courts.

For this reason, the Criminal Court made an opinion that the case is under the jurisdiction of the Justice Court. As both Bangkok Military Court and Criminal Court concurred, the opinion is deemed final according to the Act on the Adjudication of the Jurisdiction between Courts 1999. The opinion was submitted to the Military Court to proceed as indicated in Article 10 of the Act on Adjudication for Power and Duty of Courts 2009. The Bangkok Military Court then disposed the case from the system. Therefore, the case against Mrs. Rinda in the Military Court was terminated.

Mrs. Rinda was arrested by soldiers from her residence in Pathum Thani province and detained at the 11th Infantry Regiment King’ Bodyguard on 8 July 2015. The Bangkok Military Court approved the inquiry official’s request for remand her during the pre-trial stage. The defence lawyers filed a request for her temporary release with 100,000 Baht of bail surety, but the Court declined, claiming that the offence was related to national security even though the inquiry official did not object the bail request. Mrs. Rinda was detained at the Central Women Prison in Bangkok for 3 days. The lawyer submitted the second bail request on 13 July 2015. This round, the Court approved the request, and Rinda was released.

ตร.มีความเห็นสั่งฟ้องทนาย NDM คดีไม่ยอมให้ค้นรถ อัยการนัดฟังคำสั่ง 27 ก.ค. หลังทนายขอความเป็นธรรมให้สอบพยานเพิ่ม

 

photo_2016-05-12_17-23-32

นางสาวศิริกาญจน์ เจริญศิริ(กลาง)พร้อมคณะทำงานและผู้สังเกตการณ์จากคณะกรรมการนิติศาสตร์สากล                                               และเจ้าหน้าที่สถานทูตสวีเดน ประจำประเทศไทย

วันนี้ (12 พฤษภาคม 2559 ) นางสาวศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้าพบพนักงานอัยการที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) ในคดีซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานซ่อนเร้นพยานหลักฐานและและทราบคำสั่งเจ้าพนักงานแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตามมาตรา 142 (โทษจำคุกสูงสุดไม่เกินสามปี)  และมาตรา 368 (โทษจำคุกสูงสุดไม่เกินหนึ่งเดือน)ประมวลกฎหมายอาญา  เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนและมีความเห็นสั่งฟ้องแล้ว พนักงานอัยการเลื่อนไปนัดฟังคำสั่งในวันที่ 27 กรกฎาคม เวลา 9.30 น.เพื่อทำการสอบพยานเพิ่มเติม

เวลาประมาณ 11.30 น. ขณะรายงานตัวนางสาวศิริกาญจน์ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการ โดยหนังสือขอความเป็นธรรมได้เสนอข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเข้าตรวจค้นรถของนางสาวศิริกาญจน์ในคืนวันที่ 27 มิถุนายน 2558 โดยไม่มีหมายค้นและความยินยอมนั้นไม่ได้มีอำนาจสอบสวนในพื้นที่ที่เกิดเหตุ อีกทั้งยังทราบดีว่าตนไม่มีอำนาจจะกระทำการดังกล่าว ซึ่งนางสาวศิริกาญจน์ได้แจ้งความร้องทุกข์แล้วว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำการละเมิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา และหากมีการสอบสวนพบว่าผู้กล่าวหาได้กระทำผิดจริง ย่อมแสดงว่านางสาวศิริกาญจน์ไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด รวมถึงการดำเนินคดีกับนางสาวศิริกาญจน์ซึ่งถูกตั้งข้อหาจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องสิทธิของลูกความ ยังจะทำให้กระทบกระเทือนถึงภาพลักษณ์และผลประโยชน์ของประเทศ   นอกจากนี้หนังสือขอความเป็นธรรมยังขอให้มีการสอบสวนพยานเพิ่มเติม คือ สมาชิกกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ที่เป็นลูกความของนางสาวศิริกาญจน์ นางสาวเยาวลักษ์  อนุพันธุ์  หัวหน้าศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และพนักงานสอบสวนที่ได้รับเรื่องแจ้งความร้องทุกข์ของนางสาวศิริกาญจน์ว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ

นอกจากนี้นายแซม  ซาริฟี ตัวแทนจากคณะกรรมการนิติศาสตร์สากล ในประเทศไทย และเจ้าหน้าที่จากสถานทูตสวีเดน ประจำประเทศไทยได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในขั้นตอนดังกล่าว ได้ให้ความเห็นว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีที่ได้รับความสนใจในระดับระหว่างประเทศ เพราะเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของทนายความที่ทำหน้าที่ปกป้องสิทธิในกระบวนการยุติธรรม

ด้านนายภาณุพงษ์ เจริญยิ่ง อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ ศาลแขวง 3 ได้ชี้แจงกับผู้สังเกตการณ์ว่า ขั้นตอนแรกอัยการต้องพิจารณาก่อนว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจศาลใด  จากนั้นจึงพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามสำนวนและหนังสือขอความเป็นธรรม ซึ่งคดีนี้จะตั้งเป็นคณะทำงานซึ่งจะมีตนเป็นหัวหน้าคณะ  อย่างไรก็ตามคดีนี้ถือเป็นคดีสำคัญตามระเบียบของสำนักงานอัยการ ดังนั้นคนที่จะพิจารณาความเห็นว่าสั่งฟ้องหรือไม่จะเป็นอธิบดีอัยการศาลแขวง ซึ่งพนักงานอัยการนัดมาฟังคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องอีกครั้งในวันที่ 27 กรกฎาคม เวลา 9.30 น. ที่สำนักงานอัยการศาลแขวง 3 (ดุสิต) ในระหว่างนี้พนักงานอัยการจะทำการสอบพยานเพิ่มเติม ซึ่งหากอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง จะต้องขออนุญาตอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องคดีก่อน

ทั้งนี้นางสาวศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และเป็นหนึ่งในคณะทำงานคดี 14 นักศึกษาขบวนประชาธิปไตยใหม่(NDM) ถูกดำเนินคดีจากการทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในการคัดค้านการฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 14 คนต่อศาลทหารในคืนวันที่ 26-27 มิ.ย.58 ภายหลังจากการพิจารณาในศาลทหารเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าขอค้นรถนางสาวศิริกาญจน์เพื่อยึดโทรศัพท์มือถือของนักศึกษาทั้ง 14 คนซึ่งฝากทีมทนายความไว้ก่อนเข้าเรือนจำ นางสาวศิริกาญจน์ปฏิเสธไม่ให้ค้นรถยนต์เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่มีหมายค้นและปราศจากเหตุอันสมควรที่จะค้นรถได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ทำตรวจได้ยึดรถยนต์นางสาวศิริกาญจน์ไว้ข้ามคืนจนนำหมายศาลมาตรวจค้นในวันที่ 27 มิ.ย.58ภายหลังจากนั้นศิริกาญจน์ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่าพล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดชและพวกเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญาในการยึดรถไว้ ต่อมาพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี 14 นักศึกษาจึงเข้าแจ้งความว่านางสาวศิริกาญจน์ซ่อนเร้นพยานหลักฐานและทราบคำสั่งเจ้าพนักงานแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตามมาตรา 142 และมาตรา 368 ประมวลกฎหมายอาญา และแจ้งความเท็จตามมาตรา 172 และมาตรา 174 ประมวลกฎหมายอาญา แต่คดีมาตรา 172 และมาตรา 174 นั้นยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

พนักงานสอบสวนนัดทนายความของสมาชิกประชาธิปไตยใหม่ ส่งตัวให้พนักงานอัยการคดี

ทนายคดี 14 NDM ได้หมายเรียกรับทราบข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานและแจ้งความเท็จ

คกก.นักนิติศาสตร์สากลออกแถลงการณ์ยุติดำเนินคดีทนายคดี14 NDM

คดีกล่าวหาทนาย NDM แจ้งความเท็จ อธิบายไม่ได้ว่าแจ้งความเท็จตรงไหน รอสอบผู้กล่าวหาเพิ่ม

ทนายยื่นหนังสือถึงสภาทนายขอให้ตรวจสอบการคุกคามทนายโดยเจ้าหน้าที่ สภาทนายรับจะนำเข้าที่ประชุม

ความคืบหน้าคดีทนายศิริกาญจน์ เจริญศิริ พนักงานสอบสวนเตรียมส่งสำนวนให้อัยการแล้ว

ทนายความของ NDM เข้าให้การเพิ่มเติมในคดีค้นรถยืนยันว่าการไม่อนุญาตค้นรถชอบด้วยกฎหมาย

พยานอีก 2 เข้าให้การคดีค้นรถทนาย พยานยืนยันไม่ได้ขัดขวางตำรวจค้นรถ แค่ต้องการให้ทำตามกฎหมาย

ทหารตำรวจบุกค้น-งัดบ้าน สส.สมุทรปราการ และจับตัวเสื้อแดง

12 พฤษภาคม 2559 เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้ปฏิบัติการล้อมบุกค้นบ้านของนายวรชัย เหมะ อดีต สส. สมุทรปราการสังกัดพรรคเพื่อไทย และงัดบ้านเข้าไปดึงสายโทรศัพท์และสั่งลบภาพในกล้องวงจรปิดออก หลังไม่พบเจ้าตัว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่านายประชา ประสพดี อดีต สส. เพื่อไทยในสมุทรปราการ ก็ถูกทหารและตำรวจบุกค้นเช่นเดียวกัน รวมถึงนายสมบัติ ทองย้อย ซึ่งเป็นนักกิจกรรมเสื้อแดง ก็ถูกทหารจับตัวไปอีกด้วย

เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา มีรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจสนธิกำลังกันเข้าปิดล้อมบ้านพักของนายวรชัย เหมะ ในจังหวัดสมุทรปราการ คาดว่าเพื่อควบคุมตัวนายวรชัยไปปรับทัศนคติ หลังให้สัมภาษณ์และวิพากษ์วิจารณ์พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรี แต่นายวรชัยไม่อยู่บ้านในขณะนั้น นอกจากนี้ทหารยังงัดบ้านเข้าไปดึงสายโทรศัพท์ และสั่งให้ผู้ที่อยู่ในบ้านลบภาพในกล้องวงจรปิดทิ้งด้วย

ช่วงเช้าวันเดียวกันยังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้เข้าไปปิดล้อมบ้านพักของนายประชา ประสพดี อดีตสส.เพื่อไทยซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นและยึดอาวุธปืนจำนวนหนึ่งไป นอกจากนี้ยังได้บุกค้นบ้านของนายสมบัติ ทองย้อย เสื้อแดงซึ่งเข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างสม่ำเสมอ และได้ยึดอาวุธปืนบีบีกัน แผ่นซีดี โทรศพท์มือถือ และอื่นๆ รวมทั้งควบคุมตัวนายสมบัติไปยังศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการด้วย

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้นำปฏิบัติการครั้งนี้ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การตรวจค้นเป็นส่วนหนึ่งของยุทธการ “ปากน้ำปลอดภัย ขจัดภัยผู้มีอิทธิพล”

ศาลอนุญาตให้ประกันตัวแม่จ่านิว ห้ามยั่วยุปลุกปั่น-เดินทางออกนอกประเทศ

 

ศาลทหารกรุงเทพอนุญาตฝากขัง ‘แม่จ่านิว’ ก่อนได้รับการประกันตัวโดยใช้เงินสด 5 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามยั่วยุ ปลุกปั่น-เดินทางออกนอกประเทศ รอปล่อยตัวที่ทัณฑสถานหญิกลางเย็นนี้

 8 พ.ค. 2559 เวลาประมาณ เวลาประมาณ 10.00 น. พนักงานสอบสวน ปอท. ได้ยื่นคำร้องฝากขังน.ส.พัฒน์นรี ต่อศาลทหาร โดยอ้างว่าการสอบสวนยังเสร็จสิ้นเนื่องจาก 1)ทำการสอบสวนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวน 7 ปาก 2) รอผลการตรวจพิสูจน์คอมพิวเตอร์ ที่มีการตรวจยึดมาจากที่พักของผู้ต้องหา 3)รอผลตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา 4)รอผลการตรวจสอบประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ

 นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากมีอัตราโทษสูง เกรงว่าหากได้รับการประกันตัว ผู้ต้องหาอาจหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

 ด้านทนายความได้ยื่นคัดค้านการฝากขังของพนักงานสอบสวน โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจาก น.ส.พัฒน์นรีไม่มีพฤติกรรมหลบหนี และเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเองตั้งแต่ยังไม่ได้รับหมายเรียก การกระทำตามที่กล่าวหาไม่เข้าองค์ประกอบความผิด และ น.ส.พัฒน์นรีได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนแล้ว เจ้าหน้าที่ได้พยานหลักฐานไปแล้ว น.ส.พัฒน์นรีไม่อาจยุ่งเหยิงพยานหลักฐานได้อีก

ทนายความให้เหตุผลคัดค้านการฝากขังอีกว่า น.ส.พัฒน์นรีมีภาระจำเป็นต้องดูแลครอบครัว และในชั้นสอบสวนได้ขอประกันตัวต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนก็มีความเห็นให้ประกันตัว แต่ผู้บังคับบัญชาไม่อนุญาต รวมถึงคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวนที่ระบุว่าคัดค้านประกันตัว ไม่ได้ค้านเพราะพฤติการณ์ร้ายแรง แต่เป็นไปตามระเบียบเท่านั้น

 ศาลทหารอนุญาตฝากขัง น.ส.พัฒน์นรี ไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ระหว่างวันที่ 8-19 พ.ค. 2559 ตามคำขอของพนักงานสอบสวน ทนายความจึงยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว น.ส.พัฒน์นรี ต่อศาล

 12.30 น. ศาลทหารอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้หลักประกันเงินสด 500,000 บาท จากการระดมทุนเพื่อประกันตัวเพื่อนของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ โดยมีเงื่อนไขห้ามไม่ให้ผู้ต้องหากระทำการใดๆในลักษณะยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง อันอาจก่อให้เกิดภยันตรายใดๆ หรือเกิดความเสียหาย หรือความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

16.10 น. น.ส.พัฒน์นรี ถูกปล่อยตัวที่ทัณฑสถานหญิกลาง โดยมีจ่านิว ทนายความ และประชาชนไปรอให้กำลังใจ

อย่างไรก็ตาม น.ส.พัฒน์นรี ต้องมารายงานตัวในการฝากขังครั้งที่ 2 ที่ศาลทหาร ในวันที่ 19 พ.ค. 59 ซึ่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พนักงานสอบสวนสามารถขออำนาจศาลฝากขังผู้ต้องหาได้ไม่เกิน 7 ครั้ง ครั้งละ 12 วัน

 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ทักแชท 112 แล้วไม่ห้ามเป็นพฤติการณ์ร้ายแรง ไม่อนุญาตประกันตัวแม่จ่านิว