ทหารชุดจับกุมบัณฑิต อาร์ณีญาญ์ คดี 112 จับกุมโดยไม่แน่ใจว่าพูดหมิ่นหรือไม่

4 พ.ค. 2559 ศาลทหารกรุงเทพนัดสืบพยานโจทก์ นายทหารชุดจับกุม 2 นาย คดีที่สมอลล์ บัณฑิต อาร์ณีญาญ์ นักเขียนอิสระ ถูกฟ้องเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ จากการแสดงความเห็นในวงเสวนาของกลุ่มนวัตกรรมไทย

เวลา 09.45 น. องค์คณะตุลาการประกอบด้วย พ.อ.นิรันต์ กำศร, พ.อ.อัมรินทร์ บุณยะวิโรจน์, และ พ.อ.โฆษนันทน์ สุทัศน์ ณ อยุธยา เริ่มพิจารณาคดี โดยอัยการศาลทหารเบิกพยานปาก จ.ส.อ.กายสิทธิ์ เจริญไพบูลย์ ผู้บังคับหมู่ปืนเล็ก  สังกัดกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 พัน.2 รอ.) นายทหารชุดจับกุม ขึ้นให้การต่อศาล

จ.ส.อ.กายสิทธิ์ ให้การว่า เขามีหน้าที่ดูแลเหตุสุขาภิบาลภายในหมู่ และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ก่อนเกิดเหตุวันที่ 26 พ.ย. 2557 จ.ส.อ.กายสิทธิ์ปฏิบัติหน้าที่ที่หน่วยตามปกติ ก่อนได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้มาร่วมประชุมกับชุดสืบสวนของ สน.สุทธิสาร ร่วมกับ ส.ท.พิชาญ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ จ.ส.อ.กายสิทธิ์ร่วมสังเกตการณ์ ส่วน ส.ท.พิชาญได้รับมอบหมายให้บันทึกวิดีโองานเสวนา ที่จัดโดยนายวรัญชัย โชคชนะ มีลักษณะเป็นงานเสวนาทางการเมือง

หลังจากประชุมเสร็จ จ.ส.อ.กายสิทธิ์ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ เวลาประมาณ 12.00 น. ผู้เข้าร่วมเสวนาประมาณ 15 คนทยอยเข้าห้องประชุมเวลาประมาณ 13.00 น. พยานได้เข้าห้องประชุมตามนักข่าวไป ในวงเสวนาพูดคุยเรื่องการเมือง การเลือกตั้ง ส.ว. ส.ส. เหตุการณ์บ้านเมืองขณะนั้น โดยนายวรัญชัยเป็นผู้กำหนดประเด็น ผู้เข้าร่วมเสวนาทราบประเด็นจากเอกสารที่วางไว้ และที่นายวรัญชัยแจ้งให้ทราบก่อนเริ่มเสวนา

จ.ส.อ.กายสิทธิ์ ให้การอีกว่า ประมาณ 13.30 น. นายวรัญชัยเปิดให้ผู้ร่วมเสวนาถามคำถาม พอมาถึงสมอลล์ บัณฑิต อาร์ณีญาญ์ได้พูดตามที่บันทึกไว้ในวิดีโอที่ ส.ท.พิชาญ และตำรวจ สน.สุทธิสาร บันทึกไว้ในมีลักษณะพาดพิงถึงระบอบพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่เสวนาในวันนั้น และไม่เกี่ยวกับที่บุคคลอื่นได้แสดงความคิดเห็นมาก่อนหน้า

พยานให้การต่อไปว่า  หลังจากสมอลล์ บัณฑิต อาร์ณีญาญ์พูดถ้อยคำดังกล่าว ผู้เข้าร่วมเสวนาบางคนห้ามไม่ให้พูดต่อ ขณะที่บางคนเดินออกนอกห้องไป จ.ส.อ.กายสิทธิ์จึงปรึกษากับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์หรือไม่ ซึ่งพยานเห็นว่าข้อความยังไม่ชัดเจน แต่น่าจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ จึงนำตัวสมอลล์ บัณฑิต อาร์ณีญาญ์ไป สน.สุทธิสาร

ต่อมา อัยการได้นำพยานปาก ส.ท.พิชาญ วรรณกี้ หัวหน้าชุดยิง สังกัด ร.1 พัน.2 รอ. นายทหารชุดจับกุมอีกคน ขึ้นเบิกความต่อศาล

ส.ท.พิชาญ เบิกความว่า เขามีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขและสวัสดิการของลูกชุด ดูแลเขตรับผิดชอบของตนเองในกรมกอง และรับคำสั่งที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย โดย ส.ท.พิชาญ เป็นประจักษ์พยานในคดีนี้

วันที่ 26 พ.ย. 2557 ขณะที่ ส.ท.พิชาญปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายไปประชุมที่ สน.สุทธิสารร่วมกับแผนกสืบสวน สน.สุทธิสาร และ จ.ส.อ.กายสิทธิ์ เจริญไพบูลย์ โดยมี ผกก.สน.สุทธิสารเป็นประธานการประชุม

ส.ท.พิชาญ ให้การว่า เหตุที่ไปยังที่เกิดเหตุ เนื่องจากมีรายงานว่า มีการจัดเสวนาของกลุ่มการเมือง ในวันที่ 26 พ.ย. 2557 เวลา 13.00 น. ซึ่งที่ประชุม สน.สุทธิสารได้มอบหมายให้ ส.ท.พิชาญเป็นผู้บันทึกเสียงและวิดีโอ ขณะที่ จ.ส.อ.กายสิทธิ์ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ตรวจการณ์

ส.ท.พิชาญเบิกความต่อว่า เวลาประมาณ 13.00 น. ผู้ร่วมเสวนาประมาณ 15 คนทยอยเข้าห้องประชุม จากนั้นจึงมีการยกมือถามคำถามและเสนอความคิดเห็น ซึ่งผู้ร่วมเสวนาจะถามคำถามหรือเสนอความเห็นอย่างไร ส.ท.พิชาญจำไม่ได้ แต่ได้บันทึกไว้ในวิดีโอ ประเด็นการเสวนาเกี่ยวกับการแต่งตั้งรัฐบาล โดยนายวรัญชัยเป็นผู้กำหนดประเด็นเสวนา และผู้เข้าร่วมทราบประเด็นจากเอกสารที่นายวรัญชัยแจก

พยานให้การต่อไปว่า ประมาณ 13.30 น. สมอลล์ บัณฑิต อาร์ณีญาญ์พูดพาดพิงถึงระบอบกษัตริย์ โดยไม่เกี่ยวกับหัวข้อเสวนา หรือเกี่ยวกับที่คนอื่นแสดงความคิดเห็นก่อนหน้า ซึ่งผู้ร่วมเสวนาบางส่วนขอให้ไม่นำประเด็นนี้มาพูดคุย บางส่วนลุกออกจากที่นั่ง บางส่วนจะออกไปนอกห้องแต่ถูกกันไว้ไม่ให้ไปไหน

ส.ท.พิชาญ ได้ปรึกษากับตำรวจว่าที่สมอลล์ บัณฑิต อาร์ณีญาญ์พูดเข้าข่ายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์หรือไม่ จึงควบคุมตัวไปที่ สน.สุทธิสาร เพราะเห็นว่าน่าจะเป็นการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ และได้เปิดวิดีโอที่บันทึกไว้ ให้ปากคำกับตำรวจ และมอบซีดีที่บันทึกวิดีโอให้กับตำรวจไว้

หลังอัยการนำสืบพยานนายทหารชุดจับกุมทั้งสองปากแล้ว ศาลได้นัดให้ทนายจำเลยถามค้านพยานโจทก์ที่เป็นชุดจับกุมที่มีนายตำรวจอีก 2 นาย ซึ่งเบิกความไปแล้วก่อนหน้านี้ พร้อม จ.ส.อ.กายสิทธิ์ และ ส.ท.พิชาญ มาในวันที่ 25 ก.ค. 2559 พร้อมทั้งอนุญาตให้ทนายความจำเลยคัดถ่ายซีดีที่ ส.ท.พิชาญบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

ก่อนหน้านี้ ทนายความได้ขอให้ส่งตัวสมอลล์ บัณฑิต อาร์ณีญาญ์เข้าตรวจรักษาอาการทางจิต แต่แพทย์จากสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์มีความเห็นว่า สมอลล์ บัณฑิต อาร์ณีญาญ์มีร่องรอยความเจ็บป่วย ได้รับการรักษาไม่ต่อเนื่อง มีเเนวโน้มก่อคดีซ้ำ จึงควรได้รับการรักษาต่อเนื่อง ขณะประกอบคดีรู้ผิดชอบ รวมถึงจำเลยมีความคิดยึดติดกับเรื่องบางเรื่อง และการรับรู้ความเป็นจริงอ่อนด้อยกว่าคนทั่วไป แพทย์มีความเห็นว่าสามารถต่อสู้คดีได้

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s