ฝ่ายกฎหมาย คสช. พยานโจทก์คดีจ้างวานปาระเบิดศาลอาญา รับว่าเป็นผู้สอบสวนในชั้นกฎอัยการศึก

4 เม.ย. 2559 ศาลทหารกรุงเทพมีนัดสืบพยานคดีโอนเงินจ้างวานก่อเหตุระเบิดศาลอาญา พยานที่มาเป็นผู้กล่าวหาจำเลยทั้ง 6 และเป็นผู้ร่วมสอบสวนจำเลยร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในค่ายทหาร แต่โจทก์สืบพยานปากนี้ไม่จบจึงสืบอีกครั้งใน วันที่ 3 พ.ค. 2559

เวลา 10.00 น. ศาลทหารกรุงเทพ มีนัดสืบพยาน พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คสช. ในฐานะผู้เข้าร่วมการสอบสวนชั้นกฎอัยการศึกและเป็นผู้กล่าวหาจำเลยทั้ง 6 คน ก่อนการเริ่มกระบวนพิจารณา จำเลย 3 คนจากทัณฑสถานหญิงกลาง และจำเลยอีก 2 คนจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพได้เข้าร่วมฟังการสืบพยานในครั้งนี้ พร้อมกับทนายและบรรดาผู้ที่มาให้กำลังใจรวมกว่า 20 คน

เวลา 10.10 น. ฝ่ายโจทก์โดยอัยการศาลทหารเริ่มนำสืบพยาน โดยพยานให้การว่า ตั้งแต่ปี 2552-ปัจจุบัน พยานเป็นผู้อำนวยการส่วนกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในตำแหน่งหัวหน้าส่วนปฏิบัติการ คณะทำงานกฎหมายส่วนรักษาความสงบ สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีหน้าที่ติดตามพฤติการณ์ของผู้กระทำความผิดและร้องทุกข์กล่าวโทษ และปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยชอบด้วยกฎหมาย

พยานเป็นผู้กล่าวหาจำเลย คือ นางสุภาพร มิตรอารักษ์ จำเลยที่ 1 นางวาสนา บุษดี จำเลยที่ 2 น.ส.ณัฎฐิดา มีวังปลา จำเลยที่ 3 นายสุรพล เอี่ยมสุวรรณ จำเลยที่ 4 นายวสุ เอี่ยมละออ จำเลยที่ 5 และนายสมชัย อภินันท์ถาวร จำเลยที่ 6 ในข้อหาเป็นอั้งยี่ ร่วมกันตระเตรียมการก่อการร้าย ร่วมกันมียุทธภัณฑ์ในครอบครอง ร่วมกันมีเครื่องกระสุนที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ และร่วมกันเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยใช้เครื่องกระสุนที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้

พยานเบิกความว่าตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2558จำเลยทั้ง 6 มีการพูดคุยเรื่องการโอนเงินเพื่อใช้เตรียมก่อเหตุกันที่ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และที่ เขตจตุจักร จ.กรุงเทพฯ และที่แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง จ.กรุงเทพฯ

จากนั้นวันที่ 7 มี.ค. 2559 เวลาทุ่มเศษ ซึ่งในเวลานั้นประเทศไทยมีการประกาศใช้กฎอัยการศึก ได้มีคนร้ายปาระเบิดที่ศาลอาญา ถ.รัชดา ซึ่งเจ้าหน้าที่ ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้นได้ควบคุมตัวได้ 2 คนได้แก่ นายมหาหิน ขุนทอง และนายยุทธนา เย็นภิญโญ โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวมาตามกฎอัยการศึก ไปที่กองพันสารวัตรทหารที่ 11 มณฑลทหารบกที่ 11

พยานเบิกความถึงการซักถามผู้ที่ถูกคุมตัวทั้งสองคนได้ความว่า มีการซักถามถึงกลุ่มกระบวนการในการวางแผนปาระเบิดในครั้งนี้ โดยเกี่ยวข้องกับนายเอก หรือ มนูญ ชัยชนะ ซึ่งเป็นหัวหน้าหรือตัวการในการสั่งการหรือติดต่อประสานงาน กับจำเลยที่ 1 โดยตกลงกันไปปาระเบิดเพื่อต่อต้านรัฐบาลประมาณ 100 จุด

ต่อมาในวันที่ 9 มี.ค. 2559 เจ้าหน้าที่ทหารเข้าค้นบ้านจำเลยที่ 1 ที่จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งพบลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ RGD 5 จำนวนหนึ่งลูกและสิ่งของอีกหลายรายการตามบัญชีการตรวจยึด

พยานต่ออีกว่าได้เชิญจำเลยทั้ง 6 เข้ามาสอบปากคำที่ กองพันสารวัตรทหารที่ 11  ตามวันเวลาดังนั้น วันที่ 13 มี.ค. ได้เชิญ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2  เข้ามาซักถาม วันที่ 14 มี.ค.ได้เชิญจำเลยที่ 4 และ จำเลยที่ 5 เข้ามาซักถาม วันที่ 15 มี.ค. ได้เชิญ จำเลยที่ 3 มาซักถาม และในวันที่ 19 เชิญจำเลยที่ 6 เข้ามาซักถาม ซึ่งในการซักถาม พยานซักถามร่วมกับ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ รองผู้บังคับการสืบสวนกองบัญชาการนครบาล

เนื่องจากกระบวนการสืบพยานวันนี้มีเวลาจำกัด อัยการฝ่ายโจทก์ยังมีประเด็นที่ต้องถามพยานอีกมาก จึงขอเลื่อนเป็นนัดหน้า เพื่อถามให้จบ และทนายจำเลยทั้งหมดยินยอม ศาลอนุญาตให้เลื่อนไปสืบในนัดถัดไป วันที่ 3 พ.ค. 2559

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s