ขอนแก่นโมเดลยังไม่เริ่มสืบพยาน ศาล มทบ.23 เลื่อนตรวจพยานหลักฐานอีก

ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 เลื่อนตรวจพยานหลักฐานคดี ‘ขอนแก่นโมเดล’ อีก เหตุจำเลยบางรายยังไม่มีทนาย ทำให้ยังไม่สามารถเริ่มสืบพยานได้

25 มี.ค.59 ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 จ.ขอนแก่น นัดโจทก์และจำเลยตรวจพยานหลักฐาน ในคดีขอนแก่นโมเดล ซึ่งอัยการทหารได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหา 26 คน เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ 10 ก/2557 ในความผิดฐานร่วมกันขัดประกาศ คสช.ที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง, ร่วมกันตระเตรียมก่อการร้าย, เป็นซ่องโจร, มีอาวุธปืนและวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ เป็นการตรวจพยานหลักฐานต่อจากเมื่อวันที่ 25 ก.ย.58 ครั้งนี้จำเลยมาศาล 22 คน โดยมีจำเลยเสียชีวิต 1 คน และจำเลยถูกควบคุมตัวในคดีอื่น คือ คดีเตรียมป่วน Bike for Dad ที่ถูกฟ้องข้อหา 112 จำนวน 3 คน ก่อนที่ทนายจำเลยจะได้ทำการตรวจหลักฐาน มีจำเลยบางคนขอเปลี่ยนทนาย โดยยังไม่ได้แต่งตั้งทนายเข้ามาใหม่ ทนายจำเลยจึงไม่สามารถตรวจพยานหลักฐานได้โดยพร้อมกัน ศาลจึงเลื่อนการตรวจพยานหลักฐานออกไป และนัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 21-22 ก.ค.59

นอกจากนี้ จำเลยที่ 26 นายธนกฤต ทองเงินเพิ่ม ได้แถลงต่อศาล ขอแยกสำนวนฟ้องในคดีของตน เนื่องจากจำเลยถูกจับกุมภายหลัง และไม่ได้รู้จักกับจำเลยอื่นๆ มาก่อน จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับคดีนี้ ศาลสอบโจทก์ได้ความว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 26 เข้ามาในคดีนี้ด้วยกัน จึงมีความเห็นให้จำเลยพิสูจน์ไปตามกระบวนการ อย่างไรก็ตาม ศาลจะพิจารณาสั่งอีกครั้ง

คดีขอนแก่นโมเดล อัยการทหารเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 26 คน ในวันที่ 22 ส.ค.57 หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมจำเลยที่ 1 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจำเลยที่ 2-22 ที่ชลพฤกษ์เลคไซด์อพาร์ทเมนท์ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 23 พ.ค.57 และมีการแถลงข่าวในวันต่อมาว่า ผู้ถูกจับกุมเป็นกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่จะออกปฏิบัติการในลักษณะกวนเมืองขอนแก่น ตั้งชื่อปฏิบัติการว่า ‘ขอนแก่นโมเดล’ โดยจะใช้วิธีการก่อกวนทั้งเมืองขอนแก่น เพื่อให้เกิดการจลาจลขึ้น รวมทั้ง มีการจับกุมจำเลยที่ 23 ถึง 26 อีกในเวลาต่อมา

แม้จำเลยทั้งหมดซึ่งเป็นหญิง 2 ชาย 24 จะได้รับการประกันตัวในเดือน ต.ค.57- ก.พ.58 แต่กระบวนการพิจารณาคดีซึ่งนับถึงวันนี้กินเวลาเกือบ 2 ปี แล้ว ยังไม่สามารถเริ่มสืบพยานที่เฉพาะพยานโจทก์มีถึง 90 ปาก ได้ ทำให้จำเลยซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในหลายจังหวัด และมีภาระในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 23 ว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับอาวุธของกลาง หรือแผนการก่อการร้ายตามที่ทหารผู้จับกุม และอัยการทหารกล่าวหา คาดว่าจะต้องมีภาระในการเดินทางมาขึ้นศาลอีกยาวนาน

khonkaenmodel1

ย้อนดูเส้นทางกระบวนพิจารณาที่ผ่านมาหลังอัยการทหารยื่นฟ้องในวันที่ 22 ส.ค.57

21 ต.ค. 57 ศาลนัดสอบคำให้การ จำเลยทั้ง 26 ให้การปฏิเสธ

26 พ.ย. 57 ศาลนัดพร้อมโจทก์-จำเลย เนื่องจากทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 วินิจฉัยชี้ขาดเรื่องอำนาจพิจารณาคดีของศาลทหาร เพราะเห็นว่าคดีนี้ต้องให้ศาลยุติธรรมพิจารณาพิพากษาคดี และขอให้ศาลส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ประกาศ คสช.ฉบับที่ 7/2557 เรื่อง ห้ามชุมนุมทางการเมือง, ฉบับที่ 37/2557 , 38/2557 และ 50/2557 เรื่อง ให้คดีบางประเภทอยู่ในอำนาจพิจารณาคดีของศาลทหาร ซึ่งมีผลให้พลเรือนต้องขึ้นศาลทหาร ขัดหรือแย้งบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว ) พ.ศ.2557 มาตรา 4 หรือไม่ ศาลจึงได้มีคำสั่งให้อัยการทหารทำคำชี้แจงและคำคัดค้านต่อศาล เพื่อศาลมณฑลทหารบกที่ 23 จะได้ทำความเห็นส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป

24 ก.พ. 58 ศาลนัดพร้อมคู่ความเพื่อฟังคำสั่งที่ทนายจำเลยได้ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยศาลมีคำสั่งว่า ประกาศ คสช.ทั้ง 4 ฉบับ ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 4 ประกอบกับมาตรา 47 ได้บัญญัติยกเว้นให้ประกาศและคำสั่งของ คสช. ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญฯ เป็นประกาศหรือคำสั่งหรือการกระทำชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ย่อมมีผลบังคับใช้ อีกทั้งตามมาตรา 5 วรรคสอง ให้อำนาจเฉพาะศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุดที่จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดก็ได้เฉพาะที่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี ไม่มีบทบัญญัติให้อำนาจศาลทหารส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้

24 ก.ค.58 ศาลนัดโจทก์และจำเลยทั้ง 26 มาศาลเพื่อฟังคำวินิจฉัย กรณีที่ทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 23 ว่า คดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร โดยศาลมณฑลทหารบกที่ 23 พิจารณาคำร้องแล้วเห็นว่า คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลทหาร มิใช่ศาลยุติธรรม และได้ส่งเรื่องให้ศาลจังหวัดขอนแก่นพิจารณาให้ความเห็นว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลยุติธรรมตามคำร้องของทนายจำเลยหรือไม่ ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา 10 วรรค 1

ศาลจังหวัดขอนแก่นพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง 26 ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่ใช้แต่เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ และมีการยึดอาวุธสงครามดังกล่าวได้ ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 และหลังจากจับกุมจำเลยที่ 23 ถึง 26 ได้แล้ว ซึ่งเป็นความผิดตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 50/2557 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 ที่ระบุว่า หากเป็นการกระทำตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป ให้เป็นคดีอยู่ในอำนาจของศาลทหาร คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร ในส่วนของการกระทำตามฟ้องโจทก์ในข้อหาห้ามชุมนุมทางการเมือง และการกระทำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนก่อการร้าย ศาลทหารย่อมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีด้วยเช่นเดียวกัน เพราะเป็นความผิดเกี่ยวโยงกันกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดสงครามตามที่โจทก์ฟ้อง ซึ่งเป็นไปตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 38/2557 เมื่อศาลมณฑลทหารบกที่ 23 และศาลจังหวัดขอนแก่นมีความเห็นไม่แย้งกัน คดีดังกล่าวจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาคดีของศาลทหาร

25 ก.ย.58 ศาลนัดโจทก์และจำเลยเพื่อตรวจพยานหลักฐาน อัยการทหารขอนแก่นได้อ้างพยานบุคคล จำนวน 90 ปาก และพยานเอกสารจำนวนหนึ่ง ทนายจำเลยยังตรวจพยานหลักฐานไม่เสร็จในครั้งนี้

22 ธ.ค.58 ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานต่ออีกครั้ง แต่เนื่องจากจำเลยบางคนไม่มาศาล และจำเลยที่ 16 เสียชีวิตด้วยโรคตับ ศาลจึงเลื่อนการตรวจพยานหลักฐานไปเป็นวันที่ 25 มี.ค.59

25 มี.ค.59 ศาลนัดโจทก์และจำเลยตรวจพยานหลักฐาน แต่เนื่องจากมีจำเลยบางคนขอเปลี่ยนทนาย โดยยังไม่ได้แต่งตั้งทนายเข้ามาใหม่ ศาลจึงเลื่อนการตรวจพยานหลักฐานออกไปอีก และนัดอีกครั้งในวันที่ 21-22 ก.ค.59

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s