ICJ เเละศูนย์ทนายความฯเรียกร้องให้สภาทนายความมีการเลือกตั้งเป็นไปอย่างยุติธรรมและปราศจากการแทรกเเซงของรัฐบาลทหาร

คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากลหรือไอซีเจ (International Commission of Jurists) เเละศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวในวันนี้ว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องยุติการเเทรกแซงการเลือกตั้งนายกและกรรมการของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

ในขณะเดียวกัน สภาทนายความฯก็ต้องประกันว่าการเลือกตั้งจักเป็นไปโดยยุติธรรมและอิสระ

“เป็นที่ชัดเเจ้งว่ามาตรฐานสากลได้ระบุห้ามไม่ให้มีการเเทรกแซงการเลือกตั้งจากภายนอกในการเลือกตั้งฝ่ายบริหารของสมาคมวิชาชีพทนายที่รวมตัวกัน อีกทั้งสมาคมต้องแสดงภาวะความเป็นผู้นำในการประกันว่าการเลือกตั้งดังกล่าวจะเป็นไปโดยยุติธรรมและอิสระ” นายแมทท์ พอลลาร์ด (Matt Pollard) หัวหน้าศูนย์ความเป็นอิสระของผู้พิพากษาและทนายความแห่งคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากลกล่าว นอกจากนี้ยังกล่าวต่อไปว่า “การประกันความเป็นอิสระและความเป็นผู้แทนด้านประชาธิปไตยของวิชาชีพกฎหมายนั้นมีความสำคัญในการพิทักษ์สิทธิมนุษยชนเเละหลักนิติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยถูกปกครองโดยทหาร”

วันที่ 29 กุมภาพันธ์​ พ.ศ. 2559 นายวิเชียร ชุบไธสง ผู้แทนของคณะนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเเละนายกสภาทนายความฯคนปัจจุบัน ได้มีหนังสือถึงคสช. เพื่อ “ขออนุญาต” ทำการจัดประชุม และชุมนุมปราศรัยหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งของสภาทนายความฯที่ได้กำหนดไว้ตามปกติ โดยหนังสือได้อ้างถึงคำสั่งคสช.เรื่องการห้ามการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป

วันที่ 16 มีนาคม 2559 คสช.ได้ส่งหนังสือตอบกลับ โดยระบุว่าการเลือกตั้งนั้น “ขัดแย้ง” กับคำสั่งห้ามชุมนุมทางการเมือง ซึ่ง “ต้องบังคับใช้กับทุกกลุ่มทุกฝ่าย เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศเป็นส่วนร่วมในห้วงเปลี่ยนผ่าน” และให้ชะลอการจัดการเลือกตั้งออกไปก่อน โดยให้คณะกรรมการชุดปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง นอกจากนี้ในหนังสือของคสช.ยังได้อ้างถึงว่าได้รับหนังสือของสภาทนายความฯลงวันที่ 14 ธันวาคม 2558 เเล้ว อย่างไรก็ตามทางไอซีเจเเละศูนย์ทนายฯยังไม่ได้เห็นหนังสือฉบับดังกล่าว

ทั้งนี้ หนังสือของคสช.ได้อ้างประกาศคสช.ที่ 7/2557 เรื่องห้ามการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป (ภายหลังประกาศคสช.ที่ 7/2557 ถูกแทนที่ด้วยคำสั่งหัวหน้าคสช. 3/2558) ในการนี้ ไอซีเจขอกล่าวย้ำว่าคำสั่งและ ประกาศ ของคสช.ที่เป็นไปโดยพลการเเละไม่สมเหตุสมผลควรถูกเพิกถอน และไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ใดก็ตาม ไอซีเจขอเรียกร้องให้คสช.ยกเลิกหนังสือฉบับลงวันที่ 16 มีนาคม 2559 ในทันที และเพื่อเเทนที่หนังสือฉบับดังกล่าว ขอให้ทางคสช.มีการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าการเลือกตั้งของสภาทนายความฯจะดำเนินไป ตามที่ได้กำหนดไว้ในเบื้องแแรก โดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก

ส่วนทางด้านสภาทนายความฯต้องกำหนดกระบวนการที่จะประกันว่ากระบวนการเลือกตั้งจะดำเนินไปตามที่ได้กำหนดวันไว้ โดยดำเนินให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างยุติธรรมเเละไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

“ตั้งแต่ทหารได้ทำการยึดอำนาจ เราพบว่ามีจำนวนประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือทางกฎหมายในคดีที่มีอ่อนไหวและคดีการเมืองเพิ่มขึ้นอย่างสำคัญ” นางสาวเยาวลักษ์ อนุพันธุ์ หัวหน้าศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และสมาชิกของสภาทนายความกล่าว นอกจากนี้ยังกล่าวเพิ่มว่า “ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ ยิ่งสำคัญมากขึ้นที่
สภาทนายความฯจะสามารถทำหน้าที่ได้โดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอกและทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิการมีทนายความได้อย่างเสมอภาคและมีประสิทธิภาพ”

 

ที่มา

สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์จัดตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2500 โดยมีอาณัติและความรับผิดชอบตามพระราชบัญญัติสภาทนายความพ.ศ.2528 ได้กำหนดไว้

วัตถุประสงค์ของสภาทนายความฯรวมถึงการดำรงไว้ซึ่งมรรยาททนายความ, ส่งเสริมการศึกษากฎหมายและ การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย

สภาทนายความฯยังทำหน้าที่จดทะเบียนและออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความในประเทศไทย โดยสมาชิกสามารถเลือกตั้งนายกสภาทนายความและกรรมการ ทุก ๆ 3 ปี

ข้อ 24 หลักการพื้นฐานว่าด้วยบทบาทของทนายความ (Basic Principles on the Role of Lawyers) ซึ่งทางสหประชาชาติได้รับรองหลักการดังกล่าวใน พ.ศ. 2533 วางหลักไว้ว่า “ทนายความมีสิทธิในการก่อตั้งและเข้าร่วมสมาคมทางวิชาชีพที่กำกับดูแลตัวเอง เพื่อเป็นตัวแทนปกป้องผลประโยชน์ของตน และเพื่อส่งเสริมการศึกษาที่ต่อเนื่องเเละการอบรม รวมถึงเพื่อคุ้มครองเกียรติภูมิในวิชาชีพโดยผู้บริหารของสมาคมวิชาชีพนี้ควรมาจากการเลือกตั้งโดยสมาชิกและทำหน้าที่บริหารงานโดยปราศจากการแทรก แซงจากภายนอก

เหนือสิ่งอื่นใด หลักการพื้นฐานเเห่งสหประชาชาติดังกล่าวได้ยืนยันการประกันให้บุคคลทุกคนมีการเข้าถึงที่มีประสิทธิภาพต่อการบริการด้านกฎหมายโดยองค์การวิชาชีพกฎหมายที่เป็นอิสระซึ่งสำคัญต่อการได้รับความคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เพียงพอ

นอกเหนือจากที่กล่าวมา หลักการพื้นฐานยังได้ระบุว่าการรวมตัวของทนายความมีบทบาทสำคัญ รวมทั้งการให้ความคุ้มครองสมาชิกของสมาคมจากการถูกลงโทษ, การจำกัดสิทธิโดยไม่สมควร และการละเมิดสิทธิอีกด้วย ทั้งนี้ หลักการพื้นฐานดังกล่าวกำหนดว่ารัฐบาลต้องเคารพเเละบัญญัติกฎหมายภายในประเทศรวมทั้งกำหนดทางปฎิบัติให้สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานฯดังกล่าว

คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน (UN Human Rights Committee) ได้ปรับใช้หลักการพื้นฐานฯเป็นองค์ประกอบ

สำคัญ ของสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม (The right to a fair trial) ตามที่ได้ประกันไว้ในข้อ 14 แห่ง กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights หรือ ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคี

อนึ่ง คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนจะได้ทบทวนการปฎิบัติตาม ICCPR ของประเทศไทยในการประชุมครั้งที่จะมาถึงนี้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s