ตุลาการผู้แถลงคดีเห็นควรเพิกถอนคำสั่งไล่สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ออกจากราชการ

1 มี.ค. 2559 ตุลาการผู้แถลงคดีเห็นว่า ควรเพิกถอนคำสั่งไล่นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุลออกจากราชการของมหาลัยวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกของศาลปกครองกลาง

เวลา 13.30 ศาลปกครองกลางนั่งพิจารณาในคดีหมายเลขดำที่ บ. 408/2558   เป็นคดีที่ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ฟ้องคดี ฟ้องมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(ก.พ.อ.) เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เพื่อขอเพิกถอนคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ ณ ศาลปกครองกลาง ชั้น 3 ห้องพิจารณาคดีที่ 8

องค์คณะตุลาการศาลปกครองกลางขึ้นนั่งพิจารณาคดีทั้งหมด 5 ท่านคือ 1.นายจำกัด ชุมพลวงศ์ ( ตุลาการเจ้าของสำนวน ) 2.นายวุฒิ  มีช่วย ( ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง )  3.นายสุรัตน์ พุ่มพวง 4.นายศรศักดิ์ นิยมธรรม และ 5.นายอาจินต์ ฟักทองธรรม (ตุลาการองค์คณะ) โดยมีนายวิจิตต์ รักถิ่น เป็นตุลาการผู้แถลงคดี  นางสาวภาวิณี ชุมศรี ผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้ฟ้องคดี และนายขจรเกียรติ เฉลิมไทย ผู้รับมอบอำนาจจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มาศาล ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้รับหมายเรียกแล้ว แต่ไม่มาศาล

เมื่อเริ่มพิจารณา ตุลาการเจ้าของสำนวนอ่านสรุปข้อเท็จจริง นางสาวภาวิณี ชุมศรี ผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้ฟ้องคดี ยื่นคำร้องเป็นหนังสือและแถลงด้วยวาจาสรุปประเด็นแห่งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่อหน้าองค์คณะตุลาการ  และอนุญาตให้คู่กรณีที่มาศาลและบุคคลอื่นอยู่ร่วมฟังได้ ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ไม่ประสงค์จะแถลงด้วยวาจา

ตุลาการผู้แถลงคดีอ่านความเห็น โดยสรุปได้ว่า มีประเด็นที่ต้องพิจารณาประเด็นแรก  คือ การกระทำของนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ผู้ฟ้องคดี  เป็นการกระทำที่ผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่  และประเด็นที่สอง คำสั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ 356/2558 คำสั่งที่ ศธ. 0592(3)1.9/6266 ออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ตุลาการผู้แถลงคดี มีความเห็นให้เพิกถอนคำสั่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ไล่ออกผู้ฟ้องคดีจากราชการ โดยให้เหตุผลว่า ผู้ฟ้องคดีมีเหตุอันตรายถึงแก่ชีวิตและเสรีภาพ จนต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ  เมื่อมีคำสั่งเรียกกลับมาสอน ผู้ฟ้องได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการทันที ไม่ได้ยื่นล่วงหน้าตามประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการลาออกจากตําแหน่งบริหาร แต่ถือได้ว่ามีเหตุผลจำเป็นพิเศษแล้ว

นอกจากนี้ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ยัง ได้อนุมัติให้ผู้ฟ้องคดีลาไปเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการในต่างประเทศ ในความเห็นของตุลาการผู้แถลงคดี เห็นว่าในทางปฏิบัติผู้ฟ้องคดีได้ลงไปเพิ่มพูนความรู้ จึงถือไม่ได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีจงใจละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่ราชการติดต่อกันในคราวเดียวเป็นเวลา 15 วัน โดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ คำสั่งไล่ออกจากราชการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ 356/2558 คำสั่งที่ ศธ. 0592(3)1.9/6266 จึงเป็นการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย เห็นควรให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว

จากนั้น ตุลาการเจ้าของสำนวน  ได้อ่านรายงานกระบวนพิจารณา ทั้งนี้ศาลได้กำหนดวันนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 8 มี.ค. 2559 เวลา 9.30 น ห้องพิจารณาคดี 8 ชั้น 3  ณ  ศาลปกครองกลาง

ทั้งนี้ น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้ฟ้องคดีเห็นว่า แถลงการณ์ของตุลาการผู้แถลงคดีดังกล่าวเป็นไปตามข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายอันเป็นประโยชน์ต่อผู้ฟ้องคดีอย่างยิ่ง แม้ว่าความเห็นดังกล่าวจะไม่ผูกพันองค์คณะเจ้าของสำนวนในการทำคำพิพากษาก็ตาม

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s