#เรามีไมตรี: เมื่อเพื่อนพี่น้องเขียนถึงจำเลยคดีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ก่อนที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่จะนัดฟังคำพิพากษาคดีของนายไมตรี จำเริญสุขสกุล ในวันที่ 8 มีนาคม ที่จะถึงนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่รู้จักกับจำเลยในคดีนี้หลายคน ได้ร่วมกันเขียนบอกเล่าเรื่องราวของเขา ความสัมพันธ์ระหว่างกัน พร้อมกับติดแฮชแท็ก #เรามีไมตรี ประกอบภาพและข้อความ รวมทั้งยังเชิญชวนไปให้กำลังใจไมตรีในวันที่ศาลนัดฟังคำพิพากษา

ในคดีนี้ ไมตรีถูกเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งความเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 โดยการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทหาร โดยกล่าวหาว่าเขาได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่าได้มีเจ้าหน้าที่ทหารไปตบหน้าชาวบ้านหลายคน ซึ่งมีทั้งเด็กและคนแก่ ขณะนั่งผิงไฟอยู่ที่บ้านกองผักปิ้ง อำเภอเชียงดาว ในช่วงคืนวันที่ 31 ธ.ค.57 และยังได้นำคลิปวีดีโอเป็นภาพเหตุการณ์ทหารโต้เถียงกับประชาชนเมื่อวันที่ 1 ม.ค.58 มาเผยแพร่  ไมตรีได้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและยืนยันต่อสู้คดี การสืบพยานโจทก์และจำเลยในคดีนี้เสร็จสิ้นไปเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ก่อนที่ศาลจะนัดวันพิพากษา  (ดูรายละเอียดคดี และภูมิหลังของจำเลย และดูประมวลสรุปการสืบพยานในศาล)

ไมตรี ปัจจุบันอายุ 32 ปี พื้นเพเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ มีบทบาทในการเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง “กลุ่มเยาวชนรักษ์ลาหู่” เพื่อทำกิจกรรมกับเด็กและเยาวชนชาติพันธุ์ ให้ห่างไกลยาเสพติด โดยในภายหลังยังได้ร่วมกับกลุ่มกิจกรรมดินสอสี ทำโครงการ “พื้นที่นี้ดีจัง” ในพื้นที่บ้านกองผักปิ้ง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของไมตรีเอง เขายังมีทักษะในการทำภาพยนตร์ โดยเคยเข้าร่วมโครงการอบรมการทำภาพยนตร์ของมูลนิธิเพื่อนไร้พรมแดน และกำกับภาพยนตร์สั้นของตนเองมาแล้วหลายเรื่อง รวมทั้งยังมีบทบาทในการเป็นผู้สื่อข่าวพลเมืองให้กับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ทำหน้าที่สื่อสารเรื่องราวและวิถีชีวิตของชาวลาหู่ให้กับสังคมได้รับรู้

ต่อไปนี้เป็นบางส่วนของถ้อยคำที่มิตรสหายเขียนถึงเขา พร้อมกับยืนยันว่า #เรามีไมตรี 

pic 4
Vorapoj Osathapiratana

ไมตรีและเรื่องราวของหนุ่มลาหู่จากดินแดนชายขอบ

เรารู้จักไมตรีครั้งแรกในฐานะนักดนตรีนักร้องนำ ท่ามกลางอากาศหนาวยะเยือกที่บ้านแกน้อย ไกลลึกไปสุดชายแดนไทยพม่า เลยจากตัวเมืองเชียงดาวไต่เขาขึ้นไปกว่า 2 ชั่วโมง — ไมตรีมีวงดนตรีของตนเอง ยังจำคำพูดเท่ๆ ของเขาบนเวทีได้ว่า “ผมไม่รู้จักเพลงไทย มีแต่เพลงภาษาลาหู่ ฟังภาษาพวกผมหน่อยแล้วกันนะครับ” งานนั้นจัดโดยหนุ่มม้งจากเชียงรายที่ชื่ออนุชา สนับสนุนโดยหนุ่มม้งจากแม่ริมชื่ออินทรี แต่กลับเลือกไปจัดที่หมู่บ้านลาหู่เช่นแกน้อย — แน่นอน มันคงเป็นชะตากรรมชนิดหนึ่งที่พาเรามาพบกัน —

หลังจากนั้น เราก็ทำงานด้วยกันมาตลอดกว่าหกเจ็ดปี ไมตรีเริ่มทำพื้นที่นี้..ดีจัง ที่บ้านเกิดของเขา กองผักปิ้ง ขยายไปแกน้อย และล่าสุดไปถึงปายสองแง่ หมู่บ้านลาหู่เล็กๆ ไกลออกไปอีกสามสี่ชั่วโมงจากบ้านของไมตรี ยังไม่นับว่าถ้าช่วงฤดูฝนนั้นแทบจะใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนในการเดินทาง —

ไมตรีเก่งด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อย่างเหลือเชื่อ เขาไปรับเหมาติดตั้งอินเตอร์เน็ตในหมู่บ้านปายสองแง่ให้ผู้ใหญ่บ้านและทหารที่ชายแดนใช้ เขามีความสามารถในการถ่ายวิดีโอแบบมืออาชีพ หลังๆ เขาเริ่มมาจับกล้องสตูฯ ถ่ายภาพนิ่ง ภาพของเขาออกมาสวยและมีมุมมองในอีกแบบ อาจเรียกได้ว่าในแบบไมตรี..

ไมตรีอยู่กับครอบครัวน่ารัก ตอนที่ไมตรีได้เป็นตัวแทนไปดูงานที่ญี่ปุ่นกับพวกเรา เขาซื้อชุดญี่ปุ่นกลับมาฝากลูกๆ ใส่ — ภรรยาไมตรีรับผิดชอบการบ้านการเรือน ทำอาหารเลี้ยงพวกเราได้อิ่มหมีพีมันเสมอ ร่วมกับกลุ่มแม่บ้านเลี้ยงคนเป็นร้อยได้สบายๆ

เมื่อวันปีใหม่ปีที่แล้ว ไมตรีเป็นตัวแทนชาวบ้านนำเรื่องราวกระทบกระทั่งของทหารในพื้นที่กับคนในหมู่บ้านมาเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต โพสที่รายงานข่าวนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทั้งโดยคนที่รู้จักและไม่รู้จักแต่อาจหวังผลอื่นๆ จากการแชร์ความจริงนี้ — แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองของคนที่แชร์อย่างไร ความจริงก็คือความจริง ความจริงที่ไมตรีบอกกล่าวสู่สาธารณะจากหมู่บ้านบนดอยห่างไกลถึงการถูกรังแกข่มเหงไม่ได้แปรเปลี่ยนไป

ความจริงทำให้ไมตรีถูกทหารยื่นฟ้องในข้อหาตามพรบ.คอมพิวเตอร์ — ความกดดันนานาประการคืบคลานเข้ามาสู่ไมตรีและคนในหมู่บ้าน — แต่ไมตรีกับชาวบ้านได้ปรึกษากันและยืนยันที่จะต่อสู้เพราะเหตุการณ์คืนปีใหม่นั้นมันเป็นความจริง — ล่าสุดไมตรีพาชาวบ้านมาเป็นพยานต่อศาลเชียงใหม่ในวันที่ 2-4 กุมภาพันธ์ 2559 ศาลนัดตัดสินคดีวันที่ 8 มีนาคม 2559 –

ไมตรีกำลังพาเด็กๆ และชาวบ้านมาร่วมงานอุตรดิตถ์ติดยิ้ม มาเจอเพื่อนๆ พื้นที่นี้..ดีจังของเขา มาแสดงการเต้นแจโก่ อาวุธทางวัฒนธรรมที่เขาใช้ในการปลุกวิญญานลาหู่ขึ้นมาใหม่ มาเป็นวิทยากรบอกเล่าเรื่องราวการทำงานกับเด็กๆ ชาติพันธุ์ในหมู่บ้านห่างไกล มาบอกเล่าความหวังที่ต้องอาศัยความตั้งใจแรงกล้าชนิดหนึ่งจึงรักษาแสงริบหรี่นั้นให้เป็นเหมือนเปลวเทียนส่งต่อไปในคืนมืดมนบนขุนเขา ที่ตระหนักดีแล้วว่าดวงดาวต่างๆ เต็มฟ้านั้นจะต้องกลับมา….

หลังจากอุตรดิตถ์ติดยิ้ม ภาคีพื้นที่นี้..ดีจัง เตรียมรวมพลไปร่วมจัดงาน กองผักปิ้งดีจัง ครั้งที่สอง ไปเป็นเพื่อนให้กับเพื่อนของเรา ในวันที่ความจริงกลายเป็นความผิด — 
ด้วยสำนึกง่ายๆ –เราจะมีชีวิตอยู่กับความมดเท็จและเงียบงันได้อย่างไร
#‎เรามีไมตรี

pic 2

Soe Paritta

การเดินทางสอนให้รู้จักรัก และสะสมความหมายของคำว่า “เพื่อน”

“ไมตรี” เป็นหนึ่งในเพื่อนของเรา ได้รู้จักกันจากการเดินทาง ย้อนเวลาไปเมื่อเก้าปีก่อน คืนนึงบนเตียงนอน ในมือเรามีเอกสารโครงการของกลุ่มเยาวชนลาหู่จากทางเหนือ ในโครงการเล่าเรื่องเด็กๆ ในหมู่บ้าน ชื่อหมู่บ้านก็แปลกๆ ไม่เคยได้ยินมาก่อน คนเขียนโครงการนี้ชื่อนายไมตรี จำเริญสุขสกุล เค้าเสนอโครงการสอนแต่งเพลงให้กับเด็กๆ ลาหู่ดำลาหู่แดง หน้าที่ของเราตอนนั้นคือ ถ้าอ่านโครงการแล้วไม่เข้าใจตรงไหน ก็ให้โทรศัพท์ไปถามคนเขียนโครงการได้ มีเบอร์โทรของไมตรีอยู่ในนั้นด้วย เช้าอีกวันเราก็โทรไป แต่ติดต่อกันไม่ได้ เรายังจำได้เลยว่าประโยคแรกที่วิ่งเข้ามาในหัวคือ ติดต่อยากแบบนี้จะทำงานกันยังไง?…แต่ก็เอาเหอะ โชคชะตาทำให้เราติดต่อกันสำเร็จ ได้คุยกันในที่สุด และเรื่องราวก็ผ่านไปจนวันนี้ มากพอจะเรียกกันได้ว่า “เพื่อน” ใช่ไหมไมตรี

“ไมตรี” ทำให้โลกของเราเปลี่ยนไปเลย เพลงลาหู่ บ้านกองผักปิ้ง แกน้อย ปายสองแง่ อ้อมกอดของเด็กๆ โลกไม่ได้มีแต่ตัวเราเองอีกต่อไป สำหรับเราสิ่งสำคัญคือ เพราะไมตรีไม่เคยทิ้งฝันของตัวเอง จากฝันเป็นจริงที่ไปเปลี่ยนแปลงอะไรตั้งมากมายในหมู่บ้านเล็กๆ บนเขา ด้วยบทเพลงลาหู่ ขนมออฟุ ถึง แจโก่ การเต้นพื้นบ้านของชาวลาหู่ที่หายไป ไมตรีพาแจโก่กลับมาใหม่ ให้ลาหู่รุ่นเล็ก วัยรุ่น คนใหญ่ กลับมาเต้นแจโก่ร่วมกันอย่างมีความสุข สามหมู่บ้านแล้วนะที่เขาทำได้ และคงทำต่อไปเรื่อยๆ ถ้าไม่หมดฝันไปเสียก่อน

ถึงวันนี้ สิ่งที่ไมตรีทำ รวมถึง ความสัมพันธ์ของพวกเรา เลยคำว่าโครงการไปหมดแล้ว แต่มันคือชีวิต คือหัวใจ จากนี้…และถ้าไม่เข้าข้างกันจนเกินไป เราอยากใช้คำว่า “ตลอดไป”

ขอบคุณเพื่อนเราคนนี้ ผู้มี “ไมตรี” ให้แก่กันเสมอ

ร่วมให้กำลังใจ ไมตรี จำเริญสุขสกุล ในคดีทหารฟ้องว่าผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ จากกรณีที่ไมตรีเผยแพร่ความจริงของความขัดแย้งระหว่างทหารกับชาวบ้านกองผักปิ้ง ศาลนัดพิพากษา วันที่ 8 มีนาคม 2559 
‪#‎เรามีไมตรี ‪#‎djungspace

Traveling teaches us how to love and how wonderful friendship is.

‘Maitree’ is one of my good friends. I’ve known him since I’ve traveled along to his village by the hill in Chiangmai, north Thailand nine years ago.
One night I sat down next to my bed, in my hands there was a couple piece of papers of “La-Hu” native, it was a beautiful story about children in the village, the name of this village was kind of weird I never heard it before but it still sounds very interesting, so I kept reading it. It was written by a La-Hu man named “Maitree Chamrernsuksakul”, he wanted the children to learn a traditional music and lyrics and of course when we get close to music we get close to our soul.

Since then we became friends and he changed me forever. I’ve learn a lot of lessons in life from him, passion, inspiration and love. The most important thing is he never stop chasing his dream even when it’s too hard to keep holding on. From this little thing I can see a big change that happened in the village. He keeps everybody together by Lahu culture.

Maitree has a big heart also a very strong one. And this is a story of a man who lives in a small village by the hills. He is my friend.

(English version by loxon.)

Encourage Maitree to fight for the truth. Maitree was indicted on charges by soldiers with The Computer – Related Crime Act , the case of his VDO post and share on facebook. The vdo show us the truth of what happen in the village that the soldiers injured some of the Lahu villagers.

pic

เตือนใจ สิทธิบุรี

‪#‎เรามีไมตรี และเขาคือเพื่อนเรา

ไมตรีคือชื่อของเขา ไมตรี จำเริญสุขสกุล ที่เรารู้จัก เป็นชายหนุ่มรุ่นน้อง รูปร่างสูงใหญ่ อารมณ์ดี ที่มักจะทำให้วงสนทนามีแต่เสียงหัวเราะ ไมตรีเป็นเพื่อนชนเผ่าลาหู่ บ้านกองผักปิ้ง แกน้อย ปายสองแง่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เรารู้จักกันมาตั้งแต่ปี 53 พบกันคราใดไมตรีมักบอกว่า ” ผมอยากไปเที่ยวบ้านป้าที่พัทลุง ” ในที่สุดไมตรีก็ได้มาพัทลุง ในงานพัทลุงยิ้ม 

ไมตรีเป็นคนสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนลาหู่ เป็นคนปลุกฟื้นศิลปะและดนตรีของชนเผ่า สร้างพื้นที่ในการแสดงออกของเด็กๆลาหู่ สร้างเยาวชนให้เป็นแกนนำที่สามารถเป็นต้นแบบให้กับน้องๆในชุมชนตัวเองได้ ไมตรีมีความเชี่ยวชาญเรื่องสื่อสมัยใหม่ ถ่ายภาพและหนังสั้น คลิปที่มียอดวิวมากกว่า 6 ล้านครั้ง ของไทยพีบีเอส จากชื่อ “ตกปลาไม่ต้องใช้เบ็ด” ก็เป็นผลงานของไมตรี…เรามาร่วมให้กำลังใจ ไมตรี จำเริญสุขสกุล กันเถอะ ในคดีทหารฟ้องว่าผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ จากกรณีที่ไมตรีเผยแพร่ความจริงของความขัดแย้งระหว่างทหารกับชาวบ้านกองผักปิ้ง ศาลนัดพิพากษา วันที่ 8 มีนาคม 2559

วันนี้ วันหน้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น #เรามีไมตรี

pic 3

Boonkae Sanim Kesani 

‪#‎เรามีไมตรี ไมตรี จำเริญสุขสกุล ชายหนุ่มจากหมู่บ้านเล็กๆ บนดอย

‪#‎ไมตรีเป็นเพื่อนชนเผ่าลาหู่ บ้านกองผักปิ้ง แกน้อย ปายสองแง่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
หนุ่มลาหู่ ผู้มีความเป็นศิลปินและความสร้างสรรค์ในตัว เรามักจะพบความสดใส ร่าเริง เป็นกันเองเสมอ และเราจะได้รับความประทับใจเสมอเมื่อ‪#‎ไมตรี ขับกล่อมบทเพลงผ่านท่วงทำนองภาษาลาหู่

…#ไมตรี ลุกขึ้นมาบอกเล่าเรื่องราวและปกป้องชุมชนผ่านสื่อเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็น หนัง สารคดี ข่าว เพลง ฯลฯ ทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อรักษาตัวตนชนเผ่าลาหู่ให้สืบทอดยาวนาน

…#ไมตรี ชายหนุ่มจากหมู่บ้านเล็กๆ บนดอยเป็นเพียงเสียงเล็กๆ ที่กล้าลุกขึ้นมาทวงถามหาความยุติธรรม แต่ความกล้าหาญนี้กำลังทำให้เพื่อนของเราลำบากและไม่สบายใจ!

#เรามีไมตรี เรามีเพื่อน เรารักเพื่อน เราอยู่ข้างเพื่อน เพราะเรามีไมตรีเป็นเพื่อน
….
‪#‎ตกปลาไม่ใช้เบ็ด ผลงานของไมตรีผ่านช่องไทยพีบีเอส มียอดวิว 6 ล้านกว่า ถูกแชร์ 2 หมื่นกว่าครั้ง มีคนถูกใจ 9 หมื่นกว่าไลท์ เข้าไปให้กำลังใจไมตรีได้!

ร่วมให้กำลังใจ ไมตรี จำเริญสุขสกุล ในคดีทหารฟ้องว่าผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ จากกรณีที่ไมตรีเผยแพร่ความจริงของความขัดแย้งระหว่างทหารกับชาวบ้านกองผักปิ้ง ศาลนัดพิพากษา วันที่ 8 มีนาคม 2559

Ratchanee Wisitwarodom

ฉันเจอไมตรีครั้งแรกปี 2551
หนุ่มน้อยลาหู่จัดกิจกรรมเพื่อลดปัญหายาเสพติดของเด็กในหมู่บ้าน
เขาเป็นนักดนตรีที่ไม่ทิ้งวัฒนธรรมชนเผ่า
เขาเป็นศาสนิกที่มีพระเจ้าอยู่ในใจเสมอ
เขาเป็นคนหนุ่มที่ใช้เทคโนโลยีได้ล้ำกว่าเด็กเมือง
เขาเป็นคนลาหู่ที่เห็นคุณค่าและค.สำคัญของภูมิปัญญาบรรพชน
เขาเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายในสายตาฉัน

ไมตรีเป็นเพื่อนของฉันเอง

Nontawat Machai 

‪#‎เรามีไมตรี ให้กำลังใจ ไมตรี จำเริญสุขสกุล ในคดีทหารฟ้องว่าผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ 
#เรามีไมตรี ไมตรีเป็นนักกิจกรรมชาติพันธุ์ชาวลาหู่ บ้านกองผักปิ้ง แกน้อย ปายสองแง่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ผมรู้จักไมตรีผ่านเวทีกิจกรรมต่างๆ ได้เห็นทัศนะของไมตรีที่มีต่อบ้านเกิด และเพื่อนมนุษย์ ผมรู้จักไมตรีครั้งแรกเมื่อสี่ปีที่แล้ว ในเวทีดีจัง ที่จังหวัดนครปฐม ไมตรีผู้มีความเป็นศิลปินและความสร้างสรรค์ในตัว เรามักจะพบความสดใส ร่าเริง เป็นกันเองเสมอ ผมประทับใจเสมอเมื่อไมตรีขับกล่อมบทเพลงผ่านท่วงทำนองภาษาลาหู่ให้ฟัง ไมตรีลุกขึ้นมาบอกเล่าเรื่องราวและปกป้องชุมชนผ่านสื่อเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็น หนัง สารคดี ข่าว เพลง ฯลฯ ทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อรักษาตัวตนชนเผ่าลาหู่ให้สืบทอดยาวนาน

ครั้งหนึ่งผมเคยไปร่วม workshop พร้อมกับพี่ไมตรี เรื่องการขับเคลื่อนชุมชนด้วยศิลปะ ที่เมืองจอร์จทาวน์ ประเทศมาเลเซีย ครั้งนั้นผมประทับใจพี่ไมตรีเป็นอย่างมาก #เรามีไมตรี

#เรามีไมตรี เรามีเพื่อน เรารักเพื่อน เราอยู่ข้างเพื่อน เพราะเรามีไมตรีเป็นเพื่อน

ร่วมให้กำลังใจ ไมตรี จำเริญสุขสกุล ในคดีทหารฟ้องว่าผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ จากกรณีที่ไมตรีเผยแพร่ความจริงของความขัดแย้งระหว่างทหารกับชาวบ้านกองผักปิ้ง ศาลนัดพิพากษา วันที่ 8 มีนาคม 2559

pic 5

Kui Maikeedfai 

คุณมีกล้องอยู่ในมือ
คุณเห็นความอยุติธรรมอยู่ตรงหน้า
คุณเลือกจะเบือนหน้าหนี หรือจะกด Record
ไมตรี เลือกกด Record
เพื่อต่อสู้ความไม่เป็นธรรมให้คนในหมู่บ้านเล็กๆ 
…………………………….
ร่วมให้กำลังใจ ไมตรี จำเริญสุขสกุล 
ในคดีทหารฟ้องว่าผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ จากกรณีที่ไมตรีเผยแพร่ความจริงของความขัดแย้งระหว่างทหารกับชาวบ้านกองผักปิ้ง หมู่บ้านเล็กๆ ริมชายแดน อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ศาลนัดพิพากษา วันที่ 8 มีนาคม 2559
‪#‎เรามีไมตรี

Sumontha ไม้ขีดไฟ 

ไมตรี จำเริญสุขสกุล หรือ พี่ไมตรี หนุ่มรุ่นน้อง ที่เราชิงเรียกพี่ (เรียกก่อนได้เปรียบ) 555 เรารู้จักกันในฐานะคนทำงานพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อเด็ก เพื่อชุมชนเหมือนกัน แต่พอรู้จัก ทำให้รู้ว่า “ไม่เหมือนกันหรอก” งานที่ไมตรีทำ พื้นที่ที่ไมตรีอยู่ ช่างท้าทายกว่าเรานัก พื้นที่ตะเข็บชายแดน ที่แค่อยู่เฉยๆก็อาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการที่ไม่ดีบางอย่างได้แล้ว ไมตรีลุกขึ้นมาทำเรื่องที่เป็นเรื่องในชีวิตของคนลาหู่ ทั้งดนตรีลาหู่ การเต้นแบบลาหู่ อาหารแบบลาหู่ ไม่ใช่เพื่อแค่อนุรักษ์ให้สิ่งเหล่านั้นคงอยู่ แต่เพื่อให้เด็กและคนในชุมชน ดำรงอยู่โดยไม่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการต่างๆที่ผ่านทางเข้ามา และรุนแรงขึ้นทุกปี

วันหนึ่ง พี่ไมตรีเคยโทรมาปรึกษาหารือว่ามีองค์กรอะไรบ้างที่ ช่วยเหลือเด็กในพื้นที่ชายขอบแบบนี้ เขาอยากให้ช่วยเหลือเด็กบางคนในชุมชน เราเอาเรื่องราวของชุมชนนี้ไปเล่าให้องค์กรขนาดใหญ่องค์กรหนึ่งฟัง จนท. ลงไปในพื้นที่ แล้วโทรมาบอกเราว่า “เค้าไปมาแล้ว เข้าไปไม่ถึง เพราะ มีคน(ที่มีอำนาจ) ไม่ให้เข้าไป เขาบอกพื้นที่นี้อันตราย อย่าไปยุ่ง” ท้ายที่สุดองค์กรนี้ก็เข้าไปช่วยเหลือเด็กในชุมชนนี้ไม่ได้

พื้นที่อันตราย อย่าไปยุ่ง เฮ้ยยย เพื่อนเรานะอยู่ที่นั่น อันตรายยังไง เด็กๆที่นั่นเคยมาจัดกิจกรรมที่บ้านเรา อันตรายตรงไหน ? อะไรคือความจริง ? แต่อันตรายยังไง แค่ไหน ในสายตาคนอื่น พี่ไมตรีก็ยังคงทำงานของแกต่อไป ทุกปีๆ อย่างที่เรารู้กันอยู่ อาจไม่ยิ่งใหญ่ ไม่ออกข่าวใหญ่โต แต่ทุกงาน ทุกวันคืนที่ทำ คือ ความจริง คือ การสร้างชุมชนลาหู่ในพื้นที่ตะเข็บชายแดนแห่งนี้ให้ดำรงอยู่อย่างเข้มแข็ง อยู่อย่างมีคุณภาพ ซึ่งอาจไม่ถูกใจใคร (บางกลุ่ม) 
————————————————
ร่วมให้กำลังใจ ไมตรี จำเริญสุขสกุล 
ในคดีทหารฟ้องว่าผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ จากกรณีที่ไมตรีเผยแพร่ความจริงของความขัดแย้งระหว่างทหารกับชาวบ้านกองผักปิ้ง หมู่บ้านเล็กๆ ริมชายแดน อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ศาลนัดพิพากษา วันที่ 8 มีนาคม 2559 ‪#‎เรามีไมตรี

pic 6
Pornsuk ‘Pim’ Koetsawang

คำให้การต่อศาลของไมตรีและชาวบ้านชัดเจนว่า การบอกเล่าเรื่องราวที่ตนถูกทำร้ายต่อสังคมผ่านหน้าเฟสบุ๊คส่วนตัวของไมตรีในคืนวันที่ 1 ม.ค.2558 โดยระบุว่าผู้ละเมิดมาจากหน่วยงานใดนั้น เกิดขึ้นหลังจากที่ได้รับทราบว่าผู้กระทำมาจากหน่วยทหาร ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้ยินยอมลงนามในเอกสารร่วมกับผู้นำชุมชน ยอมรับว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำร้ายชาวบ้านแบบนี้อีก

การกระทำของไมตรีไม่ใช่อาชญากรรม มันเป็นเพียงความตรงไปตรงมาของเขาและชาวบ้าน ที่รู้สึกบาดเจ็บเนื่องจากไม่มีตัวผู้กระทำผิดออกมายอมรับ และยอมขอโทษหญิงชราที่ถูกทำร้าย ดังเช่นคำของพยานหนุ่มคนหนึ่งที่ตอบคำถาม “รู้สึกอย่างไรที่ถูกตบและเอาปืนจ่อหัว”

ถ้าเป็นคนอย่างเรา ๆ ก็คงจะตอบว่า รู้สึกกลัวสิ ถามทำไม แต่เขากลับตอบว่า “รู้สึกโมโหครับ”

..โมโหอะไร..

“โมโหที่เขาตบแม่ผม” ..

วินาทีนั้น เป็นเสี้ยวเวลาเดียวกันกับที่หญิงชราวัยกว่า 60 ผู้เป็นแม่ให้การว่า ตนได้แต่กุมมือลูกชาย ยึดมือไว้ไม่ให้ลุกขึ้น เพราะกลัวว่าปืนที่จ่อหัวลูกเอาไว้จะลั่นไกออกมา

“ตบผมตบได้ แต่ตบแม่ผม ผมยอมไม่ได้” ชายหนุ่มให้การต่อศาล

การบอกกล่าวสังคมถึงเรื่องที่ตนถูกละเมิด และรู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม เป็นธรรมชาติและเสรีภาพของมนุษย์

8 มีนาคม 2559 นี้ ไมตรี จำเริญสุขสกุล พี่ใหญ่ของกลุ่มรักษ์ลาหู่ที่รวบรวมเยาวชนในพื้นที่มาร่วมกิจกรรมนับตั้งแต่ฝึกกังฟูลาหู่ เรียนภาษา ตลอดจนหัดเล่นดนตรี ฟ้อนรำ และทำหนัง จะเดินทางมาฟังคำพิพากษาของศาล กรณีที่ตนถูกอัยการฟ้องร้องข้อหาผิดมาตรา 14 พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

จับตา 2-4 ก.พ. ศาลเชียงใหม่นัดสืบพยานคดีพ.ร.บ.คอมฯ เหตุโพสต์กรณี‘ทหารตบหน้าชาวบ้าน’

จากทหารชายแดนถึงเด็กชายชาวลาหู่: ประมวลปากคำพยานคดีพ.ร.บ.คอมฯ โพสต์หมิ่นประมาททหาร

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s