สัมภาษณ์ทนายคดีพิพาทหาดราไวย์ “มันท้าทายที่จะทำอย่างไรให้ชาวบ้านชนะคดีได้”

สัมภาษณ์โดย พันธวิศย์ เทพจันทร์

ภาพเคลื่อนไหวที่เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ เมื่อวันที่ 27  มกราคมที่ผ่านมา ปรากฏภาพชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งพร้อมอาวุธ เหล็ก ไม้หน้าสาม เข้าปะทะกับกลุ่มชาวบ้าน บริเวณริมหาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ซึ่งต่อมาข่าวรายงานว่า กลุ่มชายฉกรรจ์เป็นลูกจ้างของ บริษัท บารอนเวิล์ด เทรด จำกัด ส่วนชาวบ้านกลุ่มที่ถูกทำร้ายคือ ชาวเล “ไทยใหม่” หาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต

ประเด็นความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรงคือ กลุ่มชาวบ้านเข้าขัดขวางการทำงานของลูกจ้างจากบริษัทบารอน โดยอ้างว่า พื้นที่บริเวณนั้นเป็นทางสัญจรของชาวบ้านเพื่อไปประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ ขณะที่ลูกจ้างบริษัทบารอนอ้างความเป็นกรรมสิทธิ์ที่ดินและต้องการจะนำรั้วและก้อนหินมากั้นอาณาเขตไว้ จนเป็นความขัดแย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ตรงที่ดินจุดนั้นว่า เป็นของใครกันแน่

แม้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตัวแทนของรัฐจะเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างบริษัท บารอน กับชาวเลหรือ “ชาวไทยใหม่” โดยทางบริษัทฯ ตัดที่ดินเพื่อบริจาค จำนวน 2 งาน หรือประมาณครึ่งไร่ให้เป็นที่สาธารณะสำหรับชาวไทยใหม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันที่บริเวณใกล้กับรอยต่อระหว่างที่ตั้งชุมชนกับที่ดินของบริษัทฯ จุดที่เกิดเหตุพิพาท แต่มีเงื่อนไขให้ชาวบ้านย้ายศาลาประกอบพิธีกรรม หรือโต๊ะบาลัย มาอยู่ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งความคืบหน้ายังอยู่ระหว่างการรังวัดพื้นที่จากกรมที่ดิน

แล้วชาวบ้านจะยอมรับข้อเสนอนี้หรือไม่ ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกัน

จุดที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าข้อพิพาทคือ ภาพเผยแพร่จากเฟซบุ๊ก  “Paskorn Jumronglach” ปรากฎกลุ่มคนแต่งชุดเจ้าหน้าที่ทหารมายืนเป็นกำแพงไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปยังพื้นที่ข้อพิพาท

จากจุดนี้เองทำให้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนสัมภาษณ์ “ทนายบอล” พิสิษฐ์ ถาวรล้ำเลิศ ทนายฝ่ายกลุ่มชาวเล หาดราไวย์ที่ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในกระบวนการยุติธรรมซึ่งเป็นทนายแก้ต่างและให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ชาวบ้านในพื้นที่

โปรดอ่านโดยพลันพร้อมชมคลิปประกอบคำสัมภาษณ์บทบาทของทหารกับข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน ที่https://www.youtube.com/watch?v=TzlNuvODxPM

 

“ในขั้นตอนการประกาศและขั้นตอนการดำเนินการทุกอย่างถูกต้องเพียงแต่บางทีภายในเนื้อในต่าง ๆ บางทีมันไม่ถูกต้องจากเนื้อใน ทุกอย่างถูกต้องเพียงแต่ชาวบ้านไม่รู้ว่านั่นคือประกาศที่จะมีการออกเอกสารสิทธิ์ ฉะนั้นเขาอาจจะเห็นหรือไม่เห็นก็ได้ ก็ไม่รู้ และต่อให้มีประกาศชาวบ้านก็ไม่รู้อยู่ดีว่าคือประกาศอะไร”

 

-เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีที่หาด เลราไวย์ได้อย่างไร

มาช่วยดูแลคดีด้านกฎหมายให้กับ มูลนิธิชุมชนไทเสร็จแล้วก็ให้ดูแลคดีเรื่องหาดราไวย์ซึ่งเป็น ปัญหาอยู่ในขณะนั้น ส่วนของบริษัทบารอนพึ่งจะมีปัญหาไม่ถึงปี ปัญหาเริ่มแรก เกิดจากการปิดทางเดินซึ่งนี่น่าจะเป็นการปิดครั้งที่ 2 หรือ 3  เพียงแต่ว่าทุกครั้งไม่มีการทำร้ายคนแล้วบาดเจ็บแล้วไม่กระแสแรงขณะนี้นี่เป็นครั้งแรก ที่มีการใช้กำลังรุนแรงกัน

 

-มีเหตุผลอะไรที่ชาวบ้านประเมินว่าเขามีสิทธิ์ขัดขวางการทำงานของ บ.บารอนในการที่จะพัฒนาที่ดินตรงนั้น

ชาวบ้านเห็นว่าตนเองมีสิทธิ์ในฐานะที่เป็นผู้ครอบครองเพราะอยู่มายาวนาน รวมทั้งที่ตรงนั้นเป็นที่จิตวิญญาณที่ทำพิธีกรรม รวมทั้งเป็นที่ประกอบอาชีพและเส้นทางเดินผ่านประจำทุกวันที่ต้องใช้ในการประกอบอาชีพอยู่แล้วเช่น การทำประมง  ลงเรือหาปลา  คือตรงบริเวณนั้นเขาจะครอบครองอยู่แล้ว เลยไปหน่อยก็จะเป็นโต๊ะบาลัยซึ่งเขาใช้ประกอบพิธีการในทางความเชื่อของพวกเขาอยู่แล้ว

 

-แปลว่าชาวบ้านก็เข้าใจว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ของเขา

ใช่ชาวบ้านเข้าใจว่าอย่างนั้นแต่บริษัทบารอนข้ออ้างเอกสารสิทธิ์มาใช้

 

– ในทางกฎหมายอะไรเป็นตัวชีวัดว่าสิ่งไหนคือกรรมสิทธิ์ของที่ดินที่มีความขัดแย้งนี้

ต้องพูดในหลายมิติ เพราะถ้ามองในแง่เอกสารสิทธิ์ ก็ต้องตอบว่า บริษัทบารอน เขามีสิทธิ์  เพียงแต่ว่าเอกสารตรงนี้ เมื่อมีการโต้แย้งสิทธิ์ ไม่ต้องไปตรวจสอบว่าเอกสารสิทธิ์นี้ออกโดยชอบหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ก็ต้องยอมไปตรวจสอบตั้งแต่เอกสารสิทธิ์ใบแจ้งครอบครองที่ดินหรือ สค. 1 ไล่ย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2497 แล้วก็ในปี 2511 ซึ่งออก เอกสารสิทธิ์ของบริษัทบารอน: ซึ่งขณะนั้น หลวงบุญพาถือครอง มันต้องตรวจสอบในขณะนั้นว่ามันเป็นอย่างไร ในส่วนของชาวเลที่อยู่มานานในขณะนั้น เขาก็อาศัยการอยู่มายาวนานของเขาและการประกอบ พิธีกรรม การใช้สิทธิพื้นที่ตรงนั้นของเขาอยู่เหมือนกัน

 

 

-จุดเริ่มต้นของคดีนี้จะต้องดูเรื่องความถูกต้องของเอกสารสิทธิ์ที่บริษัทบารอนรับมาหรือเปล่า

ถ้าคดีนี้ไม่สามารถตกลงกันได้ ถ้าเกิดต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายก็จะต้องดูถึงขนาดนั้น

 

-ถ้ามาดูกรณีล่าสุดจากวันที่ 2 กุมภาที่ผ่านมา คือชาวบ้านก็ยอมรับ ส่วนหนึ่งบริษัทบารอน ให้ที่ดินตรงนั้นคำถามคือ ทำไมจึงเกิดการต่อรองจนบริษัทบารอนบริจาคให้ 2 งาน

ตอนแรกบริษัทบารอนปิดอยู่ตามที่เป็นข่าว  แล้วก็เกิดเรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตก็สั่งให้เปิดเป็นการชั่วคราวก่อน แล้วหาทางออกร่วมกันในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เหตุที่เป็นทางร่วม 3 เมตรได้ก็เพราะว่า เนื่องจากในวันนั้นตอนเช้าทราบว่าทางสำนักงานที่ดินภูเก็ต ลงรังวัดที่ตรงบริษัทบารอนพบว่า ตรงนั้นเป็นหลักเขต จากหลักเขตจะมี ทางเดิน ยาวเข้าไปด้านในอีก 3 เมตร แต่บางส่วนก็ไม่ถึง 3 เมตรตามแนวสันเขื่อน ซึ่งยาวไปจนกระทั่งถึงโต๊ะบาลัยเลย  แต่ที่ตรงนั้นยังไม่ถึงโต๊ะบาลัย ทางผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ จึงเสนอว่า ขอเป็นทางไปตลอดจนถึงโต๊ะบาลัยได้ไหม  ซึ่งตอนแรกบริษัทบารอนก็ไม่ตกลง โดยยืนยันจะให้ 2 งาน แล้วย้ายโต๊ะบาลัยออกมา เส้นตรงนี้ถ้าย้ายโต๊ะบาลัยออกมาก็คงเป็นไปไม่ได้เพราะว่าสถานที่ที่ชาวเลประกอบอาชีพของเขาก็จะไม่มีให้ทำ ตอนหลังบริษัทบารอนก็เลยยอมให้ทาง 3 เมตร แต่เท่าที่ดูผมคิดว่าทาง 3 เมตรก็น่าจะเป็นปัญหาอยู่ ในอนาคต ถ้าจะเปิดจริง ๆ ก็คงจะใช้ได้ไม่เต็มที่ เพราะดูแล้วตรง 3 เมตรไม่ว่าจะเป็นทำไซ(อุปกรณ์หาปลา) การวางของต่าง ๆ ไม่น่าจะพอไม่น่าจะประกอบอาชีพได้ ซึ่งทางชาวเลเขาก็พยายามที่จะขอให้ได้มากกว่านี้หน่อย แต่ว่าทางบริษัทบารอนก็ไม่ยินยอมเขาบอกว่าถ้าไม่ได้ตามนี้ เขาก็จะปิดทางไม่ให้เข้าไป

 

-ท่าทีชาวบ้าน หลังจากเหตุการณ์นั้นเป็นอย่างไรบ้าง

ชาวบ้านก็ขอลอง ดูการรังวัดของที่ดิน แล้วในส่วนของการดำเนินการตามผู้ว่าฯ ที่สั่งการ ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเกิดว่าไม่สามารถใช้ได้หรือมีปัญหาก็คงจะดำเนินการร้องเรียนร้องขอให้ดำเนินการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ เพราะว่าจากการที่ได้ประชุมกันวันนั้น ทางผู้ว่าฯ และหน่วยงานต่าง ๆ บอกว่า นี่คือการสรุปเบื้องต้น หากมีปัญหาอะไรต่าง ๆ ให้ดำเนินการฟ้องศาล หรือกระบวนการทางยุติธรรมต่อไป ซึ่งก็คือทางผู้ว่าฯ ไม่ยุ่ง เขาแค่จะมาดำเนินการ หาช่องทางให้แค่นี้เฉย ถ้าไม่พอใจอะไรก็ ร้องศาลต่อไป เขาว่าอย่างนั้น

 

-ท่าทีชาวบ้าน จะยอมไหม

คิดว่าน่าจะมีการดำเนินการตรวจสอบต่อไปครับ คิดว่าเปอร์เซ็นต์การยินยอมน่าจะน้อยน่าจะมีการตรวจสอบต่อไป  ที่ยอมน้อยเพราะรู้สึกว่าเนื้อที่ไม่พอและ เท่าที่ได้คุยมาเห็นว่า การรังวัดต่าง ๆ ไม่เป็นตามที่คุยกันด้วย กับที่ได้ประชุมกันที่จังหวัด แต่ผมก็ยังไม่ได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่ว่าเป็นอย่างไรเหมือนกัน

 

-แนวโน้มทางกฎหมายแล้วคือต้องให้กรมที่ดินมาตรวจสอบก่อน

ใช่ครับเพื่อดูว่าเป็นไปตามที่ชาวบ้านต้องการไหม แต่ไม่คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปตามที่ชาวบ้านต้องการเท่าไหร่

 

-ถ้าการตรวจสอบเป็นอย่างนี้ก็หมายความว่าสิทธิ์เป็นของบริษัทบารอน ทั้งทางกฎหมายและการยินยอมของชาวบ้าน เพราะชาวบ้านยอมรับพื้นที่จากการบริจาคของบริษัทบารอน

ชาวเลไม่ได้ยินยอมกับคำว่าได้รับบริจาคมา เพียงแต่ว่าข้อเสนอของบริษัทบารอนเขาให้ที่ดินเพียง 3 เมตร เพียงแต่ว่าตรงนี้คำว่า รับตรงนี้ไม่ได้หมายความว่ารับในส่วนกรรมสิทธิ์ของเขา ที่บอกว่ารับ คือ ยอมรับในการใช้ประโยชน์ทางเดิน 3 เมตรก่อน  ส่วนจะดำเนินการอะไรต่อไปนั้นเป็นเรื่องที่ต้องว่ากันในกระบวนการ ยุติธรรมหรือทางกฎหมายต่อไป ไม่ได้ยอมรับในกรรมสิทธิ์ของบริษัทบารอนอันนี้ต้องแยก 2 ประเด็นนี้ออกจากกันก่อน

 

-ทนายต้องลงพื้นที่เมื่อไหร่หรือรอให้ชาวบ้านจะฟ้อง

เดี๋ยวต้องลงเรื่อย ๆ เพราะว่ามีหลายคดีอยู่ตรงบริเวณนั้น  เฉพาะที่ผมดูแลอยู่ตรงนั้นก็ 10 คดีครับ ที่เป็นคดีที่ดินของชาวเล  ในส่วนของที่ดิน 19 ไร่ คือ บริเวณที่อยู่อาศัยของชาวเลมีทั้งหมดประมาณ 19 ไร่ คือพื้นที่ครอบครองอาศัย  ส่วนที่ของบริษัทบารอนซึ่งเป็นที่ที่ทำพิธีกรรมอันนั้น 33 ไร่ บริษัทบารอน  นับเฉพาะที่ดิน 19 ไร่ในส่วนที่ชาวนาอยู่อาศัยตอนนี้มีฟ้องร้องในศาล ประมาณ 10 กว่าคดี เป็นคดีฟ้องร้องกรรมสิทธิ์ขับไล่ทุกคดี  ซึ่งชาวเลถูกฟ้องขับไล่  นายทุนเขาก็อ้างเอกสารสิทธิ์ตามโฉนดที่ดินนะครับ ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่การออกเอกสารสิทธิ์ ฝ่ายชาวบ้านก็จะสู้ด้วยประเด็นว่า การออกเอกสารสิทธิ์ให้กับบริษัทและนายทุนนั้นมิชอบด้วยกฎหมาย

 

-ตอนนี้เหมือนชาวบ้าน เป็นฝ่ายรับคือถูกฟ้องหมดเลย

ใช่ครับก็คือชาวบ้านเหมือนเป็นฝ่ายรับแล้วก็มีปัญหา คือระหว่างนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แล้วถ้าผลการตรวจสอบเป็นอย่างไร  ณ ตอนนี้ต้องแยกออกเป็นส่วนหนึ่งคือ นอกจากคดีในส่วนต่างๆ ยังมีการตรวจสอบจากคณะกรรมการแก้ไขปัญหาชาวเล อยู่ ซึ่งซึ่งคณะกรรมการนี้จะมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าตรวจสอบด้วย ซึ่งมีมติออกมาแล้วว่า การออกกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นมิชอบ และส่งเรื่องให้เพิกถอนจากกรมที่ดินอยู่ ก็กำลังรอผลจากกรมที่ดินอยู่ว่าจะว่าอย่างไร แต่ในระหว่างที่กรมที่ดินยังไม่เพิกถอน ก็ยังมีปัญหาอยู่เพราะเจ้าของที่ดินก็ยังมีสิทธิ์ตามโฉนดที่ดินอยู่

 

-ในมุมมองของทนาย คดีของหาดราไวย์กับเอกสารสิทธิ์ สามารถสะท้อนปัญหาการถือครองที่ดินในประเทศไทยได้ ด้วยปัญหาอะไรบ้าง

ปัญหาหลัก ๆ หนึ่งก็คือ การออกโฉนดและมาตรการออกโฉนด ณ ตอนนี้การออกโฉนดที่ดินต้องมีหลักเกณฑ์การประกาศต่าง ๆ ครบถ้วน ปัญหาคือในขั้นตอนการประกาศและขั้นตอนการดำเนินการทุกอย่างถูกต้องเพียงแต่บางทีภายในเนื้อในต่าง ๆ บางทีมันไม่ถูกต้องจากเนื้อใน ทุกอย่างถูกต้องเพียงแต่ชาวบ้านไม่รู้ว่านั่นคือประกาศที่จะมีการออกเอกสารสิทธิ์ ฉะนั้นเขาอาจจะเห็นหรือไม่เห็นก็ได้ ก็ไม่รู้ และต่อให้มีประกาศชาวบ้านก็ไม่รู้อยู่ดีว่าคือประกาศอะไร และเมื่อนับย้อนหลังกลับไป เมื่อประมาณ 40 50 ปีที่แล้วด้วย มันคงที่จะพูดได้ยากว่าเขาจะทราบหรือเปล่า เพราะชาวเลส่วนใหญ่ก็ยังอ่านหนังสือไม่ออก และยังได้รับการศึกษาน้อยอยู่เลยในปัจจุบัน…คืออาจจะถูกต้องจากระบบภายนอกแต่เนื้อใน นั้นคงจะตรวจสอบได้ยากว่าสิ่งนั้นถูกต้องจากเนื้อใน

 

“ถ้าหากทหารไม่คุ้มครองส่วนชาวบ้านและพิทักษ์ฝ่ายเจ้าของกรรมสิทธิ์ ก็จะยิ่งทำให้ชาวบ้านลำบากในสถานการณ์แบบนี้ เพราะว่าปกติแล้วพอไปพึ่งทางตำรวจตำรวจก็จะเห็นว่า เอกสารสิทธิ์ของเขาถูกต้องตำรวจก็จะไม่ค่อยดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้าน”

 

-แล้วกรณีนี้มีทหารเข้ามาเมื่อวันที่ 15 มกราคมเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

เรื่องนี้เท่าที่สอบถามกับชาวบ้านคือว่า ไม่มีใครทราบว่าทหารมาได้อย่างไร แต่เหมือนกับได้ยินข่าวคร่าว ๆ ว่า น่าจะมาจากฝั่งบริษัทบารอนขอทหารดูแลความสงบเรียบร้อยในการบริหารจัดการของเขา ซึ่งทหารเขาก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าอะไร เพียงแต่ว่าทางบริษัทเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จริงและดำเนินงานจริง ก็เลยขอกำลังมาให้ เท่าที่ฟังดูก็คือเป็นอย่างนี้ 

 

– ในทางกฎหมายเราสามารถเรียกทหารเข้ามาปกป้องกรรมสิทธิ์ที่ดินได้หรือไม่

กรณีเมื่อเขาดำเนินการของเขาตรงนี้ผมเห็นว่าอาจเป็นการอ้างว่าเขาจะดำเนินงานของเขาและไม่ได้รับความปลอดภัย เมื่อเขาเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ดินและไม่ได้รับความปลอดภัย เขาก็อาจจะขอความช่วยเหลือจากรัฐ ในขณะที่ปัจจุบันนี้ซึ่งเป็นยุคของ คสช. ซึ่งทหารมีอำนาจเหมือนฝ่ายตำรวจด้วย ดังนั้นแล้ว ก็จะเห็นว่าทหารเข้ามาได้ในส่วนของ ตำรวจที่ดูแลความปลอดภัยทั้งหมด

 

-กรณีเหตุการณ์หลังรัฐประหาร มีผลต่อการดำเนินคดี ทางกฎหมายเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่มีปัญหาระหว่างนายทุนกับชาวบ้าน มากน้อยแค่ไหน

ถ้าพูดถึงประเด็นนี้ในส่วนของชาวเลราไวย์หลังจากที่มีรัฐประหาร ผมเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรกับชาวเลนะครับ เพราะว่าไม่ว่าจะก่อนหรือหลัง ก็มีการฟ้องร้องกันเรื่อยมาเพียงแต่ว่าก่อนที่จะมีการฟ้องร้อง ส่วนใหญ่จะเรียกตำรวจมามากกว่า แต่พอมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นคราวนี้ก็มีการขอกำลังทหารมาด้วย เพียงแต่ว่าถ้าจะบอกว่าในส่วนของรัฐประหารทหารไปเข้าข้างฝ่ายนั้น บางทีก็อาจจะพูดได้ไม่ครบถ้วนอาจเพราะว่า ในขณะเดียวกันชาวเลก็ขอทหารมาช่วยคุ้มครองชาวเลเหมือนกัน อย่างเช่นคราวที่ผ่านมานี้ทหารได้ไปดูแลฝ่ายบริษัทบารอน ดังนั้นชาวเลก็ขอประสานทหารให้มาคุ้มครองดูแลพวกเขา มันก็เหมือนกัน ขึ้นตรงนี้ก็ตอบไม่ได้ว่า มันจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี แต่โดยบทบาทโดยไม่ใช่หน้าที่ของทหาร เพียงแต่ว่าตอนนี้ทหารน่าจะเข้ามาทำหน้าที่ของ คสช. มากกว่า

 

-ถ้าเกิดใช้มาตรา 44 ประกาศ ให้เป็นของกรรมสิทธิ์ของประชาชนไปเลยหรือเป็นของบริษัทบารอนเพื่อยุติข้อพิพาทไปเลย

ผมคิดว่าการประกาศหรือการยกเลิก ต่าง ๆ ในส่วนของรัฐบาลไหนก็ไม่กล้าที่จะทำ ในการประกาศยกเลิกบัญชีเดิม หนึ่งก็คือ ส่วนของการติดขัดทางข้อกฎหมายที่ว่าการเพิกถอน อำนาจ ตามมาตรา 61 ประมวลที่ดินว่าให้เป็นอำนาจของกรมที่ดิน ข้อ 2 คือ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งมูลค่ามหาศาล ดังนั้นการที่รัฐบาลไหนกล้าที่จะประกาศออกมาทีเดียวเลย ผมคิดว่าจะมีปัญหากระทบต่อเศรษฐกิจอีกมาก แล้ว 3 คือปัญหากับเจ้าของที่ ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นไม่ใช่เจ้าของคนเดียวในการดูแลด้วย

คือท่าทางรัฐบาล ประกาศใช้ ม. 44 ในการเพิกถอนจริงผมคิดว่าอย่างน้อยจะมีผลบ้างต่อรูปคดีของชาวบ้านเพราะว่าคดีส่วนใหญ่ที่ต่อสู้กันในศาลศาลจะมีคำพิพากษาในแนวทางเดียวกัน คือจากการนำสืบในเรื่องออกเอกสารสิทธิ์มิชอบ ถึงแม้ทางจำเลยจะนำสืบได้ไม่ถึงและขณะนี้กรมที่ดินก็ยังไม่ได้เพิกถอนโฉนด ดังนั้นจึงรับฟังไว้ก่อนว่าโฉนดที่ดินออกโดยชอบตามกฎหมายตามประมวล 27 ประมวลกฎหมายที่ดิน ดังนั้นผมคิดว่าถ้ามีการประกาศเพิกถอนจริง ๆ โดยไม่ต้องเพิกถอนทั้งหมดก็ได้ อาจจะมีผลต่อคดีอื่นที่ดำเนินการอยู่บ้าง ซึ่งหน้าที่ของจำเลยก็คือต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าที่ดินเป็นของคุณที่ต้องทำให้ได้

 

-มองว่ารัฐบาลพิเศษที่ไม่ได้มาจากประชาธิปไตยไม่มีผลต่อการดำเนินคดีนี้

อาจจะมีบ้างในกรณีนี้ถ้าหากทหารไม่คุ้มครองส่วนชาวบ้านและพิทักษ์ฝ่ายเจ้าของกรรมสิทธิ์ ก็จะยิ่งทำให้ชาวบ้านลำบากในสถานการณ์แบบนี้ เพราะว่าปกติแล้วพอไปพึ่งทางตำรวจตำรวจก็จะเห็นว่า เอกสารสิทธิ์ของเขาถูกต้องตำรวจก็จะไม่ค่อยดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้าน ในขณะเดียวกันทางชาวบ้านเมื่อไม่มีเอกสารสิทธิ์ต่าง ๆ เพราะเขาถูกกระทบเขาก็ลำบากในการดำเนินการเพราะติดต่อตำรวจไม่ได้ เนื่องจากตำรวจมองว่าเอกสารสิทธิ์อีกฝ่ายถูกต้องเป็นเรื่องทางแพ่ง เป็นเรื่องที่ตำรวจไม่มีอำนาจหรือเป็นเรื่องที่ เขาดำเนินการไม่ได้เพราะอีกฝ่ายดำเนินการถูกต้อง แล้วถ้าเกิดว่าทางทหารยิ่งวางตัวไปดูแลหรือคุ้มครองทางสวนเจ้าของที่มีเอกสารสิทธิ์ทั้งชาวบ้านก็จะยิ่งลำบากกว่าเดิมอีก ก็จะกลายเป็นโดนบีบทั้ง 3 ทางเลยทีเดียว ทางกฎหมายก็ 127 ทั้งตำรวจและทหารก็ดูเอกสารสิทธิ์ ซึ่งในส่วนของทางทนายอย่างผมเองก็ ลำบากเหมือนกันเพราะไม่รู้ว่าจะเอากฎหมายใดมาสู้เหมือนกัน

 (ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาทางแพ่ง มาตรา 127 ระบุไว้ว่า เอกสารมหาชนซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้นหรือ รับรองหรือสำเนาอันรับรองถูกต้องแห่งเอกสารนั้น และเอกสารเอกชน ที่มีคำพิพากษาแสดงว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้องนั้น ให้สันนิษฐาน ไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้อง เป็นหน้าที่ของคู่ความฝ่ายที่ถูกอ้างเอกสารนั้นมายันต้องนำสืบความไม่บริสุทธิ์หรือความไม่ถูกต้องแห่งเอกสาร  – ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน)

 

-เท่ากับตอนนี้ชาวบ้านได้ที่พึ่งทางกฎหมายคือกลุ่มทนายจากมูลนิธิชุมชนไท

ก็มีในส่วนของกระทรวงยุติธรรม เข้ามาช่วยดูแลด้วย และมีความร่วมมือจากหลาย ๆ หน่วย เช่นสถาบันของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และได้รับความร่วมมือจากกระทรวงวัฒนธรรมบ้าง โดยเรื่องการสืบค้นเกี่ยวกับการอยู่อาศัยหลักหลัก จะได้รับความร่วมมือจากทางจุฬาฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษและกระทรวงยุติธรรม

 

-ถือว่าหน่วยงานภาครัฐก็ไม่ได้ทอดทิ้งชาวไทยใหม่หรือกลุ่มชาวเล หาดราไวย์

ถามว่าทอดทิ้งไหมหน่วยงานรัฐต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน ถ้าเกิดเป็นหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่เช่นสถาบันการศึกษา หรือคณะกรรมการสิทธิก็ถือว่าเขาพยายามดูแล แต่ในส่วนของหน่วยงานรัฐส่วนอื่นก็ถือว่าทำเทียนแปลว่าอาจจะยัง ชาวบ้านอาจจะยังรู้สึกว่า ไม่ได้รับความคุ้มครองเท่าที่ควรนะเช่น กระทรวงยุติธรรมที่เข้ามาดูแล บางส่วนก็มีการอนุมัติงบประมาณเพื่อสู้คดีล่าช้า บ้าง บางกรณีก็นาน 1 ถึง 2 ปีกว่าจะให้เงินเขาหรือในขณะเดียวกันอย่างกระทรวงวัฒนธรรมที่เข้ามาดูแลก็เหมือนกับเข้ามาดูแลไม่ถูกจุดเช่นมีการแจกเงินให้เขา ซึ่งแทนที่จะมาร่วมพัฒนา ดูแลวิถีชุมชนเขาดีกว่า

 

-เท่าที่ลงพื้นที่มีการข่มขู่ คุกคามชาวบ้านโดยอำนาจเหนือรัฐหรืออำนาจมืดบ้างไหม

เรื่องการข่มขู่เขาก็บอกว่ามีบ้างเพียงแต่ว่า หลัก ๆ จริง ๆ ก็คือกรณีของบริษัทบารอน อย่างกรณีอื่นเช่นในส่วนการประกอบอาชีพของเขาที่ไม่สามารถไปประกอบอาชีพได้เพราะถูกข่มขู่ว่าห้ามเข้าไปใกล้เกาะ ของ ที่มีเจ้าของอยู่

 

 

“ผมก็ดูว่ามันท้าทายในการหาข้อกฎหมายหรือหลักฐานที่จะมานั่งดูว่าข้อไหนที่จะทำให้เราชนะคดีได้”

-ศาลจะรับฟังจำเลยซึ่งก็คือ ชาวเล หาดราไวย์ว่า มีเอกสารสิทธิ์จากอะไร สามารถนำสืบ จากอะไรได้

นี่คือสิ่งที่ผมสงสัยอยู่เหมือนกัน ว่าศาลจะรับฟังจากอะไรซึ่งผมก็พยายาม หาอยู่ว่าจะต้องนำสืบถึงขั้นไหน เพราะทุกเคสที่นำสืบมาผมนำสืบจากคณะกรรมการสิทธิ์ และนำสืบจากคณะกรรมการแก้ไขปัญหาด้วย และงานวิจัยซึ่งส่วนใหญ่ศาลก็ยังยืนตามกำหนดว่า ยังนำสืบไม่ถึงอีกฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์จาก 127 ซึ่งผมก็ยังกำลังหาอยู่ว่าต้องนำสืบหลักฐาน หรือเสนอต่อศาลอย่างไรเพื่อให้ศาลเชื่อว่า มีการออกโฉนดโดยมิชอบจริง

 

-ในเรื่องความรู้สึกท้อไหม ที่ต้องเจอชาวบ้านกระทบตลอด

ท้อไหมก็ส่วนหนึ่งแต่ผมก็ดูว่ามันท้าทายในการหาข้อกฎหมายหรือหลักฐานที่จะมานั่งดูว่าข้อไหนที่จะทำให้เราชนะคดีได้ มันก็ยิ่งทำให้ผมอยากที่จะหาพยานหลักฐานต่างๆมากขึ้น หรือนำเสนอหลักฐานต่างๆมากขึ้นในชั้นศาล

 

 

Advertisements
By Thai Lawyers for Human Rights Posted in News Update

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s