พรุ่งนี้ศาลทหารนัดสอบคำให้การผู้ต้องหาคดีครอบครองระเบิดขว้าง หวังใช้ฆ่าตัวตาย  

พรุ่งนี้(9ม.ค.2559) 8.30น. ศาลทหารนัดสอบคำให้การผู้ต้องหาคดีครอบครองระเบิด หวังใช้ฆ่าตัวตาย เหตุโรครุมเร้า

นายสุริยะ (สงวนนามสกุล)ถูกจับกุมคืนวันที่ 29เม.ย.2558 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือขณะรับประทานอาหารอยู่ในร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในซอยแบริ่ง จากการที่เขานำระเบิดขว้าง M67 ขึ้นมาถือไว้เคาะที่หัวพร้อมตัดพ้อน้อยใจอยากจะฆ่าตัวตายเพราะเครียดจากการที่มีโรครุมเร้าหลายโรคและท้อแท้ในชีวิต  เจ้าของร้านจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายสุริยะถูกดำเนินคดีในข้อหาครอบครองวัตถุระเบิดประเภทที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ แต่เพราะประกาศ คสช.ฉบับที่ 50/2557 กำหนดให้คดีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามอยู่ในการพิจารณาของศาลทหาร ทำให้คดีของเขาถูกนำมาพิจารณาพิพากษาคดีบนศาลทหาร พนักงานสอบสวนจึงนำตัวมาฝากขังที่ศาลทหารเมื่อวันที่ แต่เขาได้รับการประกันตัวเนื่องจากโรคประจำตัวที่มีอยู่หลายโรคของเขา

เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว นายสุริยะเข้ารับราชการทหารสังกัดหน่วยทหารม้าในจังหวัดสระบุรี เขาอยากเป็นทหารเพราะผู้ชายในครอบครัวส่วนใหญ่ก็รับราชการตำรวจกันหมดจึงอยากรับราชการเหมือนกัน แต่เขาก็เออลี่รีไทร์ออกมาก่อนถึงอายุเกษียณราชการในช่วงที่รัฐบาลไทยรักไทยมีนโยบายให้ข้าราชการสามารถเออร์ลี่รีไทร์ได้และจะได้รับเป็นเงินก้อนจำนวนหนึ่งมาเพราะเงินเดือนน้อย

จากนั้นนายสุริยะได้มาทำงานเป็นคนดูแลและเก็บค่าบริการที่ลานจอดรถของเอกชนแห่งหนึ่งย่านสำโรง แต่เมื่อปี 2556 เขาก็ถูกรถทับระหว่างทำงานเป็นทำให้กระดูกเชิงกรานหัก กระดูกน่องหักและกระดูกสันหลังเอวยุบ ทำให้ต้องผ่าตัดใส่เหล็กที่เท้าขวา เขาต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลาเกือบสามเดือน แต่สุดท้ายบาดแผลติดเชื้อทำให้เขาต้องตัดขาขวาออกแล้วใส่ขาเทียมตั้งแต่ใต้เขาลงไป

หลังจากนั้นมานายสุริยะต้องกินยาเพื่อรักษาและบรรเทาอาการปวดเป็นจำนวนมากส่งผลให้ไตวายตามมาและขณะนี้เข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้ว โดยที่ก่อนเกิดเหตุการณ์นี้เขาก็มีโรคประจำตัวอยู่แล้วหลายโรคได้แก่ โรคหัวใจ เบาหวาน เก๊า ความดันสูง หอบหืด และต้อกระจก ซึ่งรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์

นายสุริยะต้องใช้ไม้เท้าช่วยในการเดินและบางครั้งก็ต้องนั่งรถเข็น เพราะไม่สามารถเดินได้นานๆ เพราะจะทำให้ปวดหลัง และยังต้องเข้ารับการฟอกไตสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เขายังสามารถเดินทางไปเองได้บ้าง แต่บางครั้งก็ต้องให้คนในครอบครัวพาไปส่ง ด้วยโรคที่รุมเร้าทำให้เขามีอาการซึมเศร้า เครียด และนอนไม่หลับร่วมด้วย บางครั้งก็บ่นให้คนในครอบครัวฟังว่า “รู้สึกอยากตาย เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรม” “ใครที่ไม่ได้เป็นก็ไม่รู้หรอก” จึงต้องเข้ารับคำปรึกษากับจิตแพทย์เพื่อรับยา คลายเครียด แต่ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เขาถูกจับกุมนายสุริยะก็ไม่เคยมีความพยายามที่จะฆ่าตัวตายมาก่อน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s