คดีระเบิดที่ชุมนุม กปปส.ตราด ศาลนัดพิพากษาพรุ่งนี้

พรุ่งนี้ 26 ม.ค. ศาลจังหวัดตราดนัดฟังคำพิพากษาคดีเหตุกลุ่มบุคคลใช้อาวุธสงครามยิงเข้าใส่เวทีการชุมนุมของ กปปส. ที่จังหวัดตราด เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2557 ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย โดยคดีนี้พนักงานอัยการจังหวัดตราดเป็นโจทก์ฟ้องนายวัชระ กระจ่างกลาง นายสมศักดิ์ พูลสวัสดิ์ และนายสมศักดิ์ สุนันท์ เป็นจำเลยในข้อหาร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืน เครืองกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย

  • เหตุการณ์ความรุนแรงที่เวที กปปส. จังหวัดตราด เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2557 กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จังหวัดตราด จัดชุมนุมทางการเมืองที่บริเวณตลาดยิ่งเจริญ หมู่ 1 ตำบลแสนตุ้ง อ.เขาสมิง จ.ตราด จนกระทั้งเวลาประมาณ 21.30 น. เวลาเกิดเหตุได้มีกลุ่มบุคคลใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดใส่พื้นที่การชุมนุมดังกล่าว ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร จนเป็นเหตุให้มีประชาชนเสียชีวิตจำนวน 3 ราย ได้แก่ นางพิศตะวัน อุ่นใจ ด.ญ.ฬิฬาวัลย์ พรหมชัย และ ด.ญ.ณัฐชยา รอสูงเนิน จากเหตุการณ์นี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 39 ราย

  • การจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ทหารภายหลังรัฐประหารและประกาศใช้กฏอัยการศึก

ภายหลังการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 และมีการประกาศใช้กฏอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร โดยคสช.ได้อ้างถึงการจัดการกับเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ก่อนหน้านี้ และการนำประเทศกลับเข้าสภาวะปกติโดยเร็วเป็นเหตุผลหนึ่งในการทำรัฐประหารครั้งนี้ ดังนั้นคดีที่เกี่ยวเนื่องกับความรุนแรงทางการเมืองจึงกลายสภาพมาเป็นคดีนโยบายที่คสช.ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

หลังการรัฐประหารเพียงไม่ถึง 24ชั่วโมง เวลาประมาณ 01.00 น.ของวันที่ 23 พ.ค. เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าจับกุมนายสมศักดิ์ พูลสวัสดิ์ พร้อมภรรยาที่โรงแรมสวีตอิน อ.เขาสมิง จ.ตราด ในการจับกุมเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนหลายนาย พร้อมอาวุธได้ใช้ระเบิดควันยิงเข้าไปในห้องพักของโรงแรมก่อนและดำเนินการพังประตูห้องเข้าไปจับกุมตัวนายสมศักดิ์ พูลสวัสดิ์ พร้อมภรรยา ถูกใช้ผ้าปิดตาและมัดข้อมือไขว้หลังด้วยสายรัดแล้วถูกนำตัวขึ้นรถ จากนั้นก็ถูกนำตัวไปไว้ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากสถานที่จับกุมราว 2 ชั่วโมง ก่อนใช้ค่ายทหารที่เป็นสถานที่กักตัวและสอบสวน

26 พ.ค. 2557 เวลาประมาณ 07.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารหลายนายพร้อมอาวุธได้เข้าปิดล้อมสวนผลไม้แห่งหนึ่งที่ต.ประณีต อ.เขาสมิง จ.ตราด ก่อนเข้าจับกุมนายวัชระ กระจ่างกลางและบุคคลอื่นอีก 2 คน เจ้าหน้าที่ทหารได้ใช้ผ้าปิดตานายวัชระ และมัดมือไขว้หลังด้วยสายรัด แล้วนำตัวขึ้นรถไปส่งที่ค่ายตากสิน ซึ่งเป็นค่ายทหารในจังหวัดจันทบุรี

จากนั้นอีกเกือบสองเดือนในวันที่ 17 ก.ค. 2557 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาสมิง ได้เข้าจับกุมนายสมศักดิ์ สุนันท์ที่ศาลจังหวัดตราด ภายหลังจากที่นายสมศักดิ์เสร็จสิ้นจากการฟังคำพิพากษาคดีป่าไม้ ตำรวจจากสภ.เขาสมิง ได้เข้าจับกุมตัวนายสมศักดิ์และนำตัวไปตัวไปขังที่สภ.เขาสมิง ก่อน ต่อมาในวันที่ 18 ก.ค. 2557 สภ.เขาสมิงได้นำตัวนายสมศักดิ์มาส่งมอบตัวที่กองบังคับการปราบปราม ในกรุงเทพฯ จากนั้นในช่วงเย็นมีเจ้าหน้าที่ทหารมายื่นเรื่องขอประกันตัวนายสมศักดิ์ในชั้นสอบสวนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ก่อนควบคุมตัวนายสมศักดิ์ไป

  • การร้องเรียนเรื่องซ้อมทรมานระหว่างการสอบสวนในค่ายทหาร

จากการสัมภาษณ์ผู้ต้องหาทั้ง3 รายทราบว่าในการสอบสวนระหว่างที่ถูกควบคุมตัวในชั้นกฎอัยการศึกมีการทำร้ายร่างกายและข่มขู่เพื่อรับสารภาพ โดยให้รายละเอียดไว้ดังนี้

กรณีของนายสมศักดิ์ พูลสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่ทหารได้พยายามข่มขู่ให้นายสมศักดิ์รับสารภาพว่าเป็นเจ้าของอาวุธที่ทหารยึดมาได้จากสวนแห่งหนึ่ง เขาถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 8 วัน ซึ่งถือว่าเกินกว่าที่กฏอัยการศึกให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารไว้ โดยระหว่างการสอบสวนเจ้าหน้าที่ทหารได้คลุมศีรษะนายสมศักดิ์ด้วยถุง และทำร้ายร่างกายจนกระทั่งปัสสาวะราด รวมถึงสร้างสถานการณ์จำลองว่าเจ้าหน้าที่ทหารจะมีเจตนาฆ่านายสมศักดิ์ เพื่อให้นายสมศักดิ์เกิดความหวาดกลัว โดยมีเป้าหมายคือบังคับให้นายสมศักดิ์ยอมให้ข้อมูลและรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

นายวัชระ กระจ่างกลาง ถูกสอบสวนโดยตลอด และช่วงเย็นของแต่ละวัน เจ้าหน้าที่ทหารจะปิดตานายวัชระด้วยผ้า ตา บางครั้งก็มีปิดปากและจมูกเพื่อทำให้นายวัชระขาดอากาศหายใจ และทำร้ายร่างกายด้วยวิธีต่างๆเพื่อบังคับนายวัชระยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2557

ส่วนในกรณีของนายสมศักดิ์ สุนันท์ หลังได้ปล่อยตัวชั่วคราวที่กองปราบปรามฯ และถูกควบคุมตัวต่อโดยเจ้าหน้าที่ทหารทันที นายสมศักดิ์ถูกคลุมศีรษะและถูกนำตัวไปที่สถานที่แห่งหนึ่ง นายสมศักดิ์ถูกขังไว้ในห้องมืดทึบ ไม่มีเครื่องปรับอากาศและพัดลม วันที่ 21 ก.ค 2557 นายสมศักดิ์ถูกเจ้าหน้าที่ทหารทำร้ายร่างกาย นำถุงพลาสติกมาครอบศีรษะให้ขาดอากาศหายใจ และช็อตด้วยกระแสไฟฟ้าเพื่อบังคับให้ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

นอกจากนั้นสมศักดิ์ถูกควบคุมตัวอยู่กับเจ้าหน้าที่ทหารตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค ถึงวันที่ 12 ส.ค 2557 รวมทั้งสิ้นเป็นเวลา 26 วัน

  • ชั้นสอบสวน

วันที่ 2 มิ.ย 2557 นายสมศักดิ์ พูลสวัสดิ์และนายวัชระ กระจ่างกลาง ถูกเจ้าหน้าที่ทหารนำตัวไปส่งมอบกับพนักงานสอบสวน สภ.เขาสมิง เพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและทำการสอบสวน โดยนายวัชระ กระจ่างกลางได้รับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืน เครืองกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย ส่วนนายสมศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ให้การรับสารภาพฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืน เครืองกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย โดยทั้งสองถูกนำตัวไปขออนุญาตฝากขังที่ศาลจังหวัดตราดในวันที่ 4 มิ.ย 2557 และถูกคุมขังจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

วันที่ 12 ส.ค 2557 นายสมศักดิ์ สุนันท์ ถูกเจ้าหน้าที่ทหารนำตัวส่งกองปราบปรามและถูกส่งต่อมาที่สภ.เขาสมิงเพื่อทำการสอบสวน โดยนายสมศักดิ์ สุนันท์ได้รับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืน เครืองกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย จากนั้นถูกนำตัวไปขออนุญาตฝากขังต่อศาลจังหวัดตราดในวันที่ 13 ส.ค 2557 โดยถูกขังจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

  • ชั้นพิจารณาคดี

22 ส.ค 2557 พนักงานอัยการจังหวัดตราดเป็นโจทก์ฟ้องนายวัชระ กระจ่างกลาง นายสมศักดิ์ พลสวัสดิ์ และนายสมศักดิ์ สุนันท์ เป็นจำเลยในข้อหาร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืน เครืองกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1213/2557 ต่อศาลจังหวัดตราด เหตุที่คดีนี้อยู่ในการพิจารณาของศาลพลเรือนเนื่องจากเป็นคดีที่เกิดขึ้นก่อนการรัฐประหารของ คสช. และก่อนมีประกาศคสช.ฉบับที่ 37/2557 และ 38/2557 ที่ให้คดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงและเกี่ยวเนื่องกันอยู่ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร

จากนั้นวันที่ 13 ต.ค. 2557 ในการนัดสอบคำให้การ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาตามฟ้องโจทก์ทั้งหมดและประสงค์ต่อสู้คดี โดยศาลกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ปากแรกในวันที่ 20 ม.ค. 2558 โดยในการต่อสู้คดีทั้ง 3 คน ได้ตั้งประเด็นในการต่อสู้คดีคือถูกทำให้รับสารภาพ เนื่องจากถูกข่มขู่ในชั้นการควบคุมตามกฎอัยการศึกและชั้นสอบสวน รวมทั้งต่อสู้ในประเด็นถิ่นที่อยู่ในวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2557

การสืบพยานนัดสุดท้ายของคดีนี้เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 2 พ.ย 2558 ที่ผ่านมา และศาลจังหวัดตราดได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 26 ม.ค 2559

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ศาลตราดสืบจำเลย เผยระหว่างถูกคุมตัวตามกฎอัยการศึกถูกซ้อม ขู่ฆ่าให้รับสารภาพ

ศาลตราดนัดสืบพยานคดีระเบิดเวที กปปส.ตราดชุดสุดท้าย พิพากษา 26 มกรา 59

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s