ศาลทหารยกคำร้องฝากขัง ‘หนุ่ย’ อภิสิทธิ์ หลังนอนสถานีตำรวจข้ามคืน

22 ม.ค.59 จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ชนะสงครามได้จับกุมตัวนายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ หรือ ‘หนุ่ย’ สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (NDM) ขณะไปนั่งให้กำลังใจเพื่อนขบวนการประชาธิปไตยใหม่อีก 4 คน ที่ถูกนำตัวมาฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพฯ เย็นวานนี้ (21 ม.ค.) โดยนายอภิสิทธิ์ได้ถูกออกหมายจับร่วมกับเพื่อน ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/58 เรื่องการมั่วสุมชุมนุมทางการเมือง จากการร่วมกิจกรรม ‘นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง’ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 58

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายอภิสิทธิ์ไปสอบปากคำสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี โดยนายอภิสิทธิ์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไว้ที่ห้องควบคุมตัวสถานีตำรวจหนึ่งคืน เนื่องจากพนักงานสอบสวนไม่สามารถพาตัวไปขออำนาจฝากขังที่ศาลทหารได้ทันเวลาราชการ (ดูรายงานก่อนหน้านี้)

ในเช้าวันนี้ ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ร.ต.อ.อัษฎายุธ ทองสวรรค์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี ได้นำตัวนายอภิสิทธิ์ไปขออำนาจศาลทหารกรุงเทพในการฝากขังผู้ต้องหา ทั้งที่ในตอนแรกเจ้าหน้าที่มีการระบุว่าจะนำตัวไปรอผลตรวจร่างกายจากแพทย์ก่อน แล้วนำตัวไปฝากขังในช่วงบ่าย

จนเวลาราว 11.40 น. ศาลทหารได้นั่งบัลลังก์  โดยพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องฝากขังอภิสิทธิ์อ้างว่า มีเหตุจำเป็นต้องควบคุมตัวผู้ต้องหา เนื่องจากจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานในคดี และยังสอบพยานยังไม่เสร็จสิ้นแต่ได้สอบพยานไปแล้ว 10 กว่าปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหา

ทางฝ่ายทนายความของอภิสิทธิ์ได้ยื่นคำร้องขอคัดค้านการฝากขัง โดยให้เหตุผลว่า คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ไม่มีสถานะเป็นกฎหมาย ไม่สามารถบังคับใช้ได้ เนื่องจากเป็นคำสั่งที่ออกโดย คสช. ซึ่งได้อำนาจการปกครองประเทศมาโดย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 จึงไม่มีผลบังคับใช้ และไม่มีสถานะเป็นกฎหมาย

นอกจากนี้ ความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ยังเป็นความผิดทางการเมือง เนื่องจาก คสช. ออกคำสั่งมาบังคับใช้เองไม่ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน ทั้งยังมีเนื้อหาจำกัดสิทธิเสรีภาพ ตามที่กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ 21 ที่ว่า สิทธิในการชุมนุมโดยสงบย่อมได้รับการรับรอง การจำกัดการใช้สิทธินี้จะกระทำมิได้

คำร้องขอคัดค้านการฝากขังระบุอีกว่า พนักงานสอบสวนได้สอบสวนผู้ต้องหาเสร็จสิ้นแล้ว การสอบสวนในส่วนที่เหลือพนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องมีตัวผู้ต้องหา หากผู้ต้องหาอยู่ในความควบคุมตัวย่อมเป็นการควบคุมตัวเกินความจำเป็นในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่สูงและไม่ได้มีความยุ่งยากสลับซับซ้อน

นอกจากนั้นเหตุที่พนักงานสอบสวนขออนุญาตฝากขังอภิสิทธิ์วันนี้เป็นเหตุอ้างเดียวกับคำร้องฝากขังสิรวิชญ์ ชลธิชา ชนกนันท์และะกรกชซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีเดียวกัน ซึ่งศาลทหารกรุงเทพได้มีคำสังยกคำร้องขอฝากขังไปแล้ว และเมื่อวานนี้(21ม.ค.) อภิสิทธิ์ยังเดินทางมาที่ศาลทหารกรุงเทพเพื่อให้กำลังใจทั้ง 4 คนที่ถูกนำตัวมาฝากขัง เห็นได้ว่าไม่มีการหลบซ่อนหรือหลบหนีแต่อย่างใดพนักงานสอบสวนจึงไม่มีความจำเป็นร้องขอต่อศาลให้ขังอภิสิทธิ์ไว้

ศาลได้สั่งยกคำร้องฝากขังนายอภิสิทธิ์ของพนักงานสอบสวน โดยศาลเห็นว่าพนักงานสอบสวนได้สอบสวนผู้ต้องหาและพยานจำนวน 10 ปาก เสร็จสิ้นแล้ว ถึงไม่ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน จึงไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องควบคุมผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวน ให้ยกคำร้องขอฝากขัง และให้เพิกถอนหมายจับที่ 6/2559 ของศาลทหารกรุงเทพฯ เพราะเมื่อจับกุมได้แล้วหมายจับจึงสิ้นผลไป จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ปล่อยตัวนายอภิสิทธิ์ไป

สำหรับ นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ อายุ 29 ปี เป็นอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเคยทำกิจกรรมนักศึกษาในนามกลุ่มเสรีนนทรี โดยเคยเข้าร่วมเคลื่อนไหวในประเด็นทางสังคมต่างๆ โดยเฉพาะประเด็นทรัพยากรธรรมชาติและสิทธิชุมชน เช่น ประเด็นคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ และต่อมาร่วมเคลื่อนไหวคัดค้านการรัฐประหาร และเคยถูกจับกุมจากกิจกรรมรำลึก 1 ปีรัฐประหารที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ ร่วมกับเพื่อนกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นครูสอนพิเศษ

แก้ไขเนื้้อหา 13.45น.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s