ฟังเสียงจากพื้นที่ในเวที ‘เขตเศรษฐกิจพิเศษกับสิทธิชุมชนท้องถิ่น’

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.59 ที่ห้องประชุมอาคารปฏิบัติการ ชั้น 4 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์สัมพันธ์และการพัฒนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดการประชุมเรื่อง “ทางเลือกเชิงนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษในบริบทพหุวัฒนธรรมอาเซียน”

ส่วนหนึ่งในการประชุมมีการพูดคุยในหัวข้อ ‘เขตเศรษฐกิจพิเศษกับสิทธิชุมชนท้องถิ่น’ โดยมีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษทางภาคเหนือ ทั้งในอำเภอแม่สอด อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก และอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เข้าร่วมการพูดคุยด้วย และดำเนินรายการโดย ธีรพันธ์ สาตราคม นักวิจัยอิสระ

IMG_7379

เสียงจากแม่สอด: การคัดค้านนิคมฯ ท่ามกลางการถูกคุกคาม

พรภินันท์ โชติวิริยะนนท์ ตัวแทนกลุ่มคนแม่สอดรักษ์ถิ่น เล่าถึงสภาพพื้นที่ที่ถูกคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 17/2558 เวนคืนพื้นที่ในอำเภอแม่สอด ว่าเป็นพื้นที่บ้านวังตะเคียนหมู่ 4 และหมู่ 7 ซึ่งหมู่บ้านมีการก่อตั้งตั้งแต่ราวปี 2400 บริเวณริมน้ำเมย แต่เมื่อมีน้ำท่วมในปี 2479 จึงมีการย้ายหมู่บ้านขึ้นมาในพื้นที่ปัจจุบัน และขยายหมู่ออกไป ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเพาะปลูก ทั้งข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด และอ้อย รวมทั้งเลี้ยงสัตว์

ในบ้านวังตะเคียน จากการสำรวจครั้งล่าสุดจะมีผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกเวนคืนพื้นที่ทั้งหมด 97 ครัวเรือน เพื่อทำนิคมอุตสาหกรรม โดยยังมีแผนการทำบ่อน้ำดิบในพื้นที่อีกราว 800 ไร่ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสปก. ส่งผลให้ชาวบ้านหลายครอบครัวจะไร้ที่ดินทำกิน ทั้งพื้นที่แม่สอดยังเป็นแอ่งกระทะ การก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม จะทำให้เกิดมลภาวะและอบอวลไปด้วยควันไฟ

ในช่วงที่ผ่านมา ชาวบ้านได้จัดตั้งกลุ่มแม่สอดรักษ์ถิ่น และพยายามยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ปรากฏว่ากลับมีการคุกคามจากเจ้าหน้าที่ทหาร เมื่อชาวบ้านมีการติดป้ายไวนิลคัดค้านการทำนิคมฯ ก็มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาปลดป้าย หรือในการเข้ารังวัดพื้นที่ ทหารมีการสะพายปืนเฝ้าระวังในลักษณะข่มขู่ ทำให้ชาวบ้านกลัว

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่กองกำลังนเรศวรยังเข้าพูดคุยกับชาวบ้าน เพื่อให้สามารถเข้ารังวัดที่ดินได้ มีการข่มขู่ โดยอ้างกฎหมายมาตรา 44 บอกว่าถ้าไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้ารังวัด ก็จะจับกุมชาวบ้าน และทหารยังมีการเข้าไปตรวจค้นบ้านชาวบ้านโดยไม่ให้มีการตั้งตัว ทั้งช่วงวันที่ 13 พ.ย.58 เมื่อชาวบ้านรอพบอธิบดีกรมธนารักษ์ที่จะเข้าสำรวจพื้นที่ แต่อธิบดีกลับเข้ามาในพื้นที่โดยไม่ยอมพบปะชาวบ้าน โดยมีทหารพรานนำขบวน และขับรถผ่านไปมาในพื้นที่

ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ม.ค.59 ชาวบ้านเข้าไปร่วมประชุมกับทางจังหวัด โดยมีรองผู้ว่าฯ เป็นประธาน ก็ไม่มีการรับฟังข้อเสนอของชาวบ้าน พูดเพียงแต่ว่าจะมีการเยียวยา แต่ไม่มีความชัดเจนในการเยียวยา  โดยทางกลุ่มแม่สอดรักษ์ถิ่นมีข้อเสนอคือให้คืนที่ดินให้กับชาวบ้าน เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์การครอบครองการใช้ประโยชน์ที่ดิน และขอย้ายเขตอุตสาหกรรมไปพื้นที่อื่นที่ไม่สร้างผลกระทบกับชุมชน รวมทั้งการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโดยมีตัวแทนชาวบ้านเข้าร่วม

เสียงจากเชียงของ: เมื่อทหารขอปลดป้ายค้านนิคมอุตสาหกรรม

พิชเญศพงษ์ คุรุปรัชฌามรรค ตัวแทนจากชุมชนบุญเรือง อำเภอเชียงของ ได้เล่าถึงพื้นที่ตำบลบุญเรือง ว่ามีประชากรประมาณ 6,400 กว่าคน มีพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ตามนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษได้มีการเล็งพื้นที่ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์สาธารณะประโยชน์และป่าในพื้นที่มาทำนิคมอุตสาหกรรม พื้นที่นี้เป็น ‘ที่หน้าหมู่’ ที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันมานาน มีการแบ่งพื้นที่แต่ละหมู่บ้านในการดูแล และมีบัญญัติของชุมชนในการดูแลการใช้ประโยชน์จากป่าและทุ่งหญ้า

สภาพพื้นที่ป่าบุญเรืองนั้นมีพื้นที่ราว 3,786 ไร่ มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะรับน้ำจากแม่น้ำสาขา มีสภาพเป็นป่าชุ่มน้ำผืนใหญ่ที่สุดในลุ่มน้ำอิง มีความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ ในฤดูน้ำหลากเป็นพื้นที่ที่ปลาแม่น้ำโขงขึ้นมาวางไข่

วันที่ 5 ส.ค.58 ในการประชุมประจำเดือนในหมู่บ้าน ผู้นำชุมชนได้มีการแจ้งว่าทางรัฐเล็งพื้นที่ส่วนนี้ในการไปทำนิคมอุตสาหกรรม โดยอ้างว่าจะทำให้บ้านเราเจริญขึ้น และระบุว่าวันที่ 15 ส.ค.ทางบริษัทเมืองเงินที่จะลงทุนจะเข้ามาจัดเวทีให้ข้อมูล หลังการประชุม ชาวบ้านต่างไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าพื้นที่นี้มีการใช้ประโยชน์มาอย่างต่อเนื่อง 200-300 ปีแล้ว ก็เริ่มมีการประชุมย่อยในหมู่บ้าน มีการคิดทำป้ายไวนิล และทำเสื้อเป็นแสดงสัญลักษณ์ เพื่อคัดค้านการทำนิคมอุตสาหกรรม

จนช่วงวันที่ 14 ส.ค. ได้มีทางทหารพรานเข้ามาในหมู่บ้าน ขอให้ปลดป้ายไวนิลที่มีข้อความว่าเราไม่เอานิคมอุตสาหกรรมออก จนมีการยื้อแย่งกัน ชาวบ้านระบุว่าจะขอให้ติดถึงหลังเวทีวันที่ 15 ก่อน จะปลดไม่ปลดค่อยว่ากันอีกที จนสุดท้ายทหารก็ไม่ปลดป้ายในวันนั้น แต่ก็มีถ่ายรูปไป

IMG_6073

พิชเญศพงษ์ระบุว่าวันที่ 15 ส.ค.เป็นวันแรกที่ชุมชนได้รับทราบข้อมูลเรื่องนิคมอุตสาหกรรม มีทั้งตัวแทนจากปลัดอำเภอ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และบริษัทเมืองเงิน แต่ตอนนั้นส่วนใหญ่เป็นคำว่านิคมฯ ยังไม่มีคำว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยระบุว่าจะมีการใช้มาตรา 44 เพื่อขอใช้พื้นที่

หลังจากนั้นชาวบ้านก็หาข้อมูลข่าวสารเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษมากขึ้น พบว่าก่อนหน้านั้นผู้นำชุมชนในบางส่วนมีการไปคุยเพื่อจัดหาพื้นที่ให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้และบริษัทเมืองเงิน โดยไม่มีการถามชาวบ้าน หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดก็เคยมาในพื้นที่ ชาวบ้านก็อยากจะให้ผู้ว่าฯเข้าไปดูพื้นที่ป่า แต่ก็ไม่ได้ไป

พิชเญศพงษ์ระบุว่าอยากจะให้ชาวบ้านฐานล่างมีส่วนร่วมในการคิดเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ ไม่ใช่คิดกันมาจากข้างบน โดยไม่ดูคนในพื้นที่ ไม่มีการมีส่วนร่วม ไม่ดูประวัติชุมชน หรือผลกระทบที่จะได้รับ ตัวอย่างของชุมชนบุญเรือง ถ้ามีการเปลี่ยนพื้นที่ป่าไป ก็ทำให้บริบทของชุมชนเปลี่ยนไปทั้งหมด และไม่ใช่แค่อำเภอเชียงของที่ได้รับผลกระทบ แต่จะรวมไปถึงอำเภอขุนตาล อำเภอพญามังราย จะได้รับผลกระทบเรื่องการใช้น้ำอุปโภคบริโภค เกิดการแย่งชิงทรัพยากรกัน จึงอยากให้ภาครัฐก่อนจะตัดสินใจอะไร ให้สอบถามประชาชนในพื้นที่ก่อน และมองต้นทุนผลกระทบให้ครบทุกด้าน

เสียงจากแม่ระมาด: ไม่มีตัวแทนชุมชนในคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ชนกานต์ ชาญประเทศ ประธานชุมชนบ้านวังผา อำเภอแม่ระมาด และคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษของจังหวัดตาก กล่าวว่าชาวบ้านไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปเป็นคณะกรรมการที่ผู้ว่าฯ แต่งตั้งลงมา เช่นในอำเภอแม่ระมาด คณะกรรมการเป็นระดับนายอำเภอ ปลัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนายทุนที่อยู่ในเขตอำเภอ แต่ประชาชนมีตนเพียงคนเดียว และไม่สามารถตอบได้ว่าทำไมประชาชนไม่มีส่วนเข้าไปเป็นกรรมการ

ตอนนี้ในอำเภอแม่ระมาด พื้นที่ที่จะโดนเวนคืนติดชายแดน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ไม่กล้าทำกิน เพราะกังวลกับเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผู้ว่าฯ เคยถามตนว่าท่านเป็นประธานชุมชน ไม่ต้องการให้ชุมชนเจริญหรือ ตนได้บอกว่าคนในบ้านวังผาจำนวนมากเป็นคนไทยพลัดถิ่น ซึ่งพูดภาษาไทย-ภาษาพม่าได้ แต่วุฒิการศึกษาไม่มี เมื่อเขตอุตสาหกรรมเข้ามา ถามว่าคนในพื้นที่จะได้เข้ามาทำงานไหม

การประชุมคณะกรรมการระยะหลัง ตนก็ไม่ได้เข้าประชุมแล้ว โดยในที่ประชุม ผู้ว่าฯ ไม่เคยให้คณะกรรมการที่เข้าประชุมเอ่ยปากถามเลย เขาจะฝากนโยบายทั้งหมด แต่ไม่ให้มีส่วนร่วมในการตอบโต้เลย

ชนกานต์ตั้งคำถามว่าเมื่อตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ทำไมไม่ให้อบต. กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน เข้าไปประชาคมชาวบ้านก่อน พูดคุยถึงผลดีผลเสียกับชุมชนก่อน พื้นที่บ้านวังตะเคียนก็ไม่เคยมีประชาคม มีแต่ใช้กฎหมายเข้าไปเวนคืนพื้นที่ ชาวบ้านยังไม่รู้เรื่องเลย แล้วก็มีการบอกคำเดียวว่าผู้ที่มาต่อต้านตอนนี้ ได้รับเงินจากนายทุนมา ทั้งที่ก็ไม่เคยได้รับ

ชนกานต์เล่าว่าเมื่อนายกฯ มาลงพื้นที่ 2 ก.ย.58 ถึงเพิ่งรับรู้ว่าพื้นที่ที่จะยึดคืนนี่ มีชาวบ้านอยู่จริง มีการเดือดร้อนจริง คนที่เสนอเข้าไปให้นายกฯ ไม่ได้เสนอเรื่องจริงเลย ถ้ารัฐบาลเอาพื้นที่เขาคืนไป หนี้ธกส.ที่บางคนมีเป็นหลายแสน จะเยียวยาให้ไหม จะมีที่รองรับให้เขาทำกินหรือยัง จะมีเงินส่วนไหนมาช่วยเหลือ

เมื่อชาววังตะเคียนถามเรื่องการมีส่วนร่วม กับตัวแทน กนอ.

ขณะเดียวกันในการประชุมยังได้มี ทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมนำเสนอยุทธศาสตร์ของกนอ.ในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเปิดโอกาสให้ชาวบ้านซักถามข้อสงสัย

ทางตัวแทนกลุ่มคนแม่สอดรักษ์ถิ่น ได้พยายามสอบถามถึงนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ว่าทำไมไม่มีการลงไปให้ความรู้กับชาวบ้าน โดยผู้ได้รับผลกระทบกลับไม่ได้แสดงความเห็นจริงๆ ทั้งที่ทางกนอ.ก็ได้ไปที่จังหวัดตาก รวมทั้งยังสอบถามเรื่องการเลือกพื้นที่บ้านวังตะเคียน ว่าทำไมถึงถูกเลือกว่าเหมาะสมจากภาครัฐ

ทัศนีย์ระบุว่าการรับฟังเสียงจากชาวบ้านเป็นกระบวนการถัดไป หน่วยงานทางนโยบายก็มีการลงพื้นที่ค่อนข้างเยอะ แม้แต่กนอ.ก็ไปลงพื้นที่แต่ต้น เมื่อวาน (19 ม.ค.) ก็มีการไปนำเสนอกับทางผู้ว่าฯ เรื่องผลการศึกษาว่าพื้นที่ 800 กว่าไร่นั้นออกแบบเป็นอย่างไร ประเภทอุตสาหกรรมเป็นอย่างไร พื้นที่ตั้งต่างๆ เป็นอย่างไร ส่วนเวทีถัดไปก็จะเป็นการไปรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ และมีการศึกษาเรื่องผลกระทบต่อพื้นที่

ส่วนเรื่องการเลือกพื้นที่เป็นนโยบายของรัฐบาล จากอนุกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษ 6 คณะ จะมีส่วนอนุกรรมการการจัดหาที่ดิน ซึ่งมีรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ในแต่ละจังหวัดก็จะนำเสนอพื้นที่ไปจำนวนมาก เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกของอนุกรรมการ โดย ‘พื้นที่หลวง’ โดยภาพรวมจะมีราษฎรเข้าไปทำกินและ ‘บุกรุก’ กรรมการจะเอาข้อมูลพวกนี้เข้าไปกลั่นกรองทั้งหมดตามเกณฑ์ และเลือกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ตัวแทนกลุ่มแม่คนแม่สอดรักษ์ถิ่น ยังได้พยายามสอบถามว่าเท่าที่ทราบ ทางจังหวัดเองก็ไม่เคยลงมาสำรวจพื้นที่จริงๆ เลย

ทัศนีย์กล่าวตอบว่าในกระบวนการนำเสนอ ทางจังหวัดก็มีการนำเสนอว่าได้มีการสำรวจพื้นที่มาแล้ว และมีผลกระทบน้อยที่สุด ทางกนอ.ก็เป็นปลายน้ำเหมือนกัน ที่รับรู้เรื่องพื้นที่ ตอนนี้ทางจังหวัดและรัฐบาลก็รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น อยู่ในกระบวนการการบริหารจัดการแก้ไขปัญหา โดยทางจังหวัดตากเป็นจังหวัดในระยะแรก ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็จะมีการทบทวน เพื่อตระหนักบทเรียนในการดำเนินการในระยะที่สอง

IMG_6442

ทัศนีย์ยังได้กล่าวถึงการประชุมล่าสุดของคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษเมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่าในกรณีจังหวัดเชียงราย พื้นที่ที่มีการเตรียมใช้มาตรา 44 เพื่อเพิกถอนสภาพ และทำนิคมอุตสาหกรรม ในอำเภอเชียงของ จะไปใช้พื้นที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์บ้านทุ่งงิ้ว 531 ไร่ ในอำเภอเชียงแสน จะมีการใช้ที่ดินสปก. จำนวน 651 ไร่ ส่วนอำเภอแม่สาย มีใช้พื้นที่ราชพัสดุที่โรงงานยาสูบขอใช้พื้นที่ตรงนั้นอยู่ ราว 800 ไร่ พื้นที่ตำบลบุญเรืองของอำเภอเชียงของจึงไม่ใช่เป้าหมายอีก

ความคืบหน้าพรบ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ

ทัศนีย์ ยังได้ชี้แจงความคืบหน้าของพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่เคยมีการนำเสนอมาตั้งแต่ปี 2548 และตกลงไป เพราะมีการบอกว่าเป็นกฎหมาย “ขายชาติ” ส่วนร่างในตอนนี้ ทางคณะกรรมการกฤษฎีกามีการร่างและพิจารณาอยู่ มีการตัดลดทอนอำนาจลง และช่วงกลางปี 2558 กนอ.และสภาพัฒน์ฯ ก็ได้รับมอบหมายให้เข้าฟังการชี้แจงของกฤษฎีกาถึงร่างพรบ.ฉบับนี้ ว่าจะกระทบต่อ กนอ. อย่างไรบ้าง ตอนนั้นกนอ.ก็บอกว่าเรารับไม่ได้ เพราะมีพรบ.การนิคมอุตสาหกรรมอยู่แล้ว ถ้าพรบ.เขตเศรษฐกิจพิเศษแบบนั้นขึ้นมา เท่ากับจะยุบกนอ.ไปเลย ก็มีการพยายามชี้แจงทำความเข้าใจ จนมีการแก้ไขกันอีกครั้ง ออกมาเป็นร่างล่าสุด 129 มาตรา

ทัศนีย์ ระบุว่าร่างนี้คล้ายกับพรบ.นิคมอุตสาหกรรมที่ใช้อยู่ เพียงแต่อาจจะมีการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนบอร์ด โดยบอร์ดจะมีนายกรัฐมนตรีเข้ามาเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีต่างๆ เป็นกรรมการ เมื่อทางสำนักงานคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษจะทำโครงการที่ไหน ก็จะต้องไปรับฟังเสียงประชาชน ถ้าประชาชนยอมรับ ค่อยเสนอต่อบอร์ดและเข้าครม. ค่อยประกาศจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่นั้น และมีการแต่งตั้งบอร์ดบริหารจัดการแต่ละเขต โดยสถานะปัจจุบันคือยังไม่ได้ประกาศใช้กฎหมายนี้ แต่กฎหมายนี้ก็จะไม่ได้เข้มข้นเหมือนกับร่างปี 2548

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s