ปล่อยกลุ่มส่องโกงราชภักดิ์ เรียกร้องตรวจสอบทหารคุมตัวมิชอบ

21 ม.ค. 2559 ศาลทหารกรุงเทพยกคำร้องฝากขัง จ่านิวและกลุ่มส่องโกงราชภักดิ์ได้รับการปล่อยตัว ขณะที่หนุ่ย อภิสิทธิ์ ถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจรถไฟธนบุรี รอฝากขังศาลทหารกรุงเทพพรุ่งนี้ ด้าน คสช. ปฏิเสธการควบคุมตัวมิชอบ องค์กรสิทธิเรียกร้องตรวจสอบการควบคุมตัว ขณะที่สหรัฐฯ แสดงความกังวลสถานการณ์สิทธิมนุษยชนไทย

วันนี้ เวลา 14.30 น. พนักงานสอบสวนนำตัวนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ ‘จ่านิว’, นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว, นางสาวชนกนันท์ รวมทรัพย์, และนายกรกช แสงเย็นพันธ์ ผู้ถูกควบคุมตัวในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 จากกิจกรรม ‘นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง’ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2558 มายื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลทหารกรุงเทพ ขณะที่ศาลทหารกรุงเทพกั้นรั้วบริวณทางเข้าด้านศาลหลักเมือง ไม่ให้สื่อมวลชนหรือประชาชนเข้าไป

เวลาประมาณ 15.30 น. ตุลาการศาลทหารเริ่มไต่สวนคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนอ้างว่า มีเหตุจำเป็นต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสี่คน เนื่องจากจะต้องรวบรวมพยานหลัักฐานในคดี ต้องสอบผู้กล่าวหาเพิ่มเติมอีกหนึ่งปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาทั้งสี่คน

ด้านทนายความของสิรวิชญ์ ชลธิชา ชนกนันท์ และกรกช ได้ยื่นคำร้องขอคัดค้านการฝากขัง โดยให้เหตุผลว่า คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ไม่มีสถานะเป็นกฎหมาย ไม่สามารถบังคับใช้ได้ เนื่องจากเป็นคำสั่งที่ออกโดย คสช. ซึ่งได้อำนาจการปกครองประเทศมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 จึงไม่มีผลบังคับใช้ และไม่มีสถานะเป็นกฎหมาย

นอกจากนี้ ความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ยังเป็นความผิดทางการเมือง เนื่องจาก คสช. ออกคำสั่งมาบังคับใช้เองไม่ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน ทั้งยังมีเนื้อหาจำกัดสิทธิเสรีภาพ ตามที่กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ 21 ที่ว่า สิทธิในการชุมนุมโดยสงบย่อมได้รับการรับรอง การจำกัดการใช้สิทธินี้จะกระทำมิได้

คำร้องขอคัดค้านการฝากขังระบุอีกว่า พนักงานสอบสวนได้สอบสวนผู้ต้องหาเสร็จสิ้นแล้ว การสอบสวนในส่วนที่เหลือพนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องมีตัวผู้ต้องหา หากผู้ต้องหาอยู่ในความควบคุมตัวย่อมเป็นการควบคุมตัวเกินความจำเป็นในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่สูงและไม่ได้มีความยุ่งยากสลับซับซ้อน

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า หากไม่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสี่คนไว้ในระหว่างสอบสวนก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน จึงไม่มีเหตุจำเป็นต้องควบคุมตัว และมีคำสั่งยกคำร้องขอฝากขังและเพิกถอนหมายจับของผู้ต้องหาทั้งสี่คนในเวลาประมาณ 16.00 น.

อย่างไรก็ตาม บ่ายวันนี้ นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ สมาชิก NDM อีกคนที่มีหมายจับในคดีเดียวกัน ถูกควบคุมอยู่ที่สถานีตำรวจรถไฟธนบุรี หลังเดินทางมาให้กำลังเพื่อนที่ถูกควบคุมบริเวณทางเข้าศาลทหาร

ประมาณ 15.00 น. อภิสิทธิ์ ถูก พ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ รอง ผกก.สน.ชนะสงคราม แสดงตัวและแสดงหมายจับศาลทหารเข้าจับกุมตัวไปยัง สน.ชนะสงคราม ก่อนจะส่งตัวไปยังสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี เจ้าของคดี ในเวลาประมาณ 16.10 น.

เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจรถไฟธนบุรีแจ้งกับทนายความว่า จะแจ้งข้อหาแล้วปล่อยตัวอภิสิทธิ์โดยไม่มีเงื่อนไข แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปรึกษากับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่แล้วได้เปลี่ยนแปลงรายละเอียด โดยจะควบคุมตัวอภิสิทธิ์ที่สถานีตำรวจรถไฟธนบุรีหนึ่งคืน ก่อนนำตัวไปฝากขังยังศาลทหารกรุงเทพในวันที่ 22 ม.ค. 2559

ทั้งนี้  อภิสิทธิ์ยังมีหมายจับของ สน.ปทุมวัน จากกิจกรรมรำลึก 1 ปีรัฐประหาร 22 พ.ค. 2558 ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรณีที่ศาลทหารกรุงเทพยกคำร้องฝากขัง อภิสิทธิ์อาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวันขออายัดตัวเพื่อดำเนินคดีต่อได้

นอกจากนี้ หลังมีการเปิดเผยข้อมูลว่าสิรวิชญ์ถูกควบคุมตัวโดยทหารซึ่งไม่เปิดเผยตัวตน ไม่แจ้งข้อกล่าวหาหรือแสดงหมายจับ ทั้งยังถูกข่มขู่และทำร้ายร่างกายในระหว่างการควบคุมตัวของทหาร ตั้งแต่กลางดึกคืนวันที่ 20 ม.ค. ต่อเนื่องถึงวันที่ 21 ม.ค. 2559 ฝ่าย คสช. ได้ออกมาปฏิเสธการควบคุมตัวโดยมิชอบในกรณีดังกล่าว ดังนี้

เวลา 00.05 น. ของวันที่ 21 ม.ค. 2559 เว็บไซต์ข่าวมติชนออนไลน์รายงานว่า พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยืนยันยังไม่ทราบเรื่องที่นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ถูกควบคุมตัว พร้อมระบุว่ากำลังตรวจสอบข่าวนี้ เพราะหากมีการควบคุมตัวจริง ตามขั้นตอนจะต้องนำตัวส่งตำรวจเจ้าของสำนวนตามหมายจับ แต่ขณะนี้ตำรวจเจ้าของสำนวนก็ยังไม่ทราบเรื่องเช่นกัน

ต่อมา เวลา 10.44 น. เว็บไซต์ข่าวมติชนรายงานเพิ่มเติมว่า พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ชี้แจงกรณีทหารควบคุมตัวสิรวิชญ์ว่า การปฏิบัติหน้าที่ การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามกรอบกฎหมาย ปฏิบัติอย่างให้เกียรติละมุนละม่อมไม่มีความรุนแรง

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ Voice TV รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าว กรณีการควบคุมตัวสิรวิชญ์ว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแบบใดก็ได้ เนื่องจากเป็นการทำผิดกฎหมายปกติ

ในเทปบันทึกการสัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า สิรวิชญ์ทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กีดขวางการจราจร และ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558

ด้านองค์กรสิทธิมนุษยชน และสหรัฐอเมริกาได้แสดงความกังวลต่อกรณีการควบคุมตัวสิรวิชญ์ โดยมูลนิธิผสานวัฒนธรรมออกแถลงการณ์ เรื่อง ยุติการจับกุมผู้ต้องสงสัยตามหมายจับโดยวิธีการอุ้ม ขณะที่รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาแสดงความกังวลต่อการปิดกั้นเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงออก การชุมนุมโดยสงบ และสิทธิมนุษยชนไทย

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม มีความเห็นว่า การที่เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวและจับกุมผู้ต้องสงสัยตามหมายจับศาลทหารนั้น ต้องกระทำตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญา ทั้งยังต้องหลีกเลี่ยงการดำเนินการในเวลากลางคืน ต้องไม่ควบคุมตัวโดยปราศจากการติดต่อกับโลกภายนอก และจะต้องสามารถเข้าถึงทนายความและแพทย์ที่เป็นอิสระ เพื่อคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ป้องกันการถูกซ้อมทรมาน การอุ้มหาย และการปฎิบัติอย่างไร้มนุษยธรรมและย่ำยีศักดิ์ศรี รวมทั้งสิทธิในชีวิตของผู้ถูกควบคุมตัวและจะปฎิบัติต่อบุคคลนั้นในลักษณะเป็นผู้กระทำความผิดมิได้

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบการควบคุมตัวสิรวิชญ์ว่า เป็นการกระทำของผู้ใด หน่วยงานใด และขอให้มีการแสดงความรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนดังกล่าว และทำให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดพฤติกรรมอุกอาจรุนแรงต่อนักกิจกรรมทางสังคม นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนอีก และเมื่อปรากฏว่ามีข้อเท็จจริงที่เชื่อได้ว่า การบังคับบุคคลให้สูญหาย ได้แก่ การจับ ควบคุมตัว ลักพาตัว หรือวิธีการอื่นใดในการทำให้บุคคลสูญเสียอิสรภาพ กระทำโดยตัวแทนของรัฐ บุคคลหรือกลุ่มบุคคลโดยการอนุญาต การสนับสนุน หรือ การรู้เห็นเป็นใจจากรัฐ และรัฐปฏิเสธการกระทำนั้น หรือโดยปกปิดชะตากรรม หรือสถานที่อยู่ของบุคคลนั้น ทำให้บุคคลนั้นต้องตกอยู่ภายนอกความคุ้มครองของกฎหมาย ขอให้มีการดำเนินการทั้งทางอาญาและทางวินัยต่อเจ้าหน้าที่ที่กระทำ สนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเห็นว่า การอุ้มหายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับให้สูญหาย โดยรัฐจะต้องไม่ยินยอมให้เกิดขึ้นได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะสถานการณ์ เหตุผล หรือต่อบุคคลใดๆ ทั้งสิ้น (อ่านรายละเอียดที่: แถลงการณ์ ยุติการจับกุมผู้ต้องสงสัยตามหมายจับโดยวิธีการอุ้ม)

ขณะที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีความเห็นในกรณีการควบคุมตัวนายสิรวิชญ์ กลางดึกวันที่ 20 ม.ค. 2559 ว่า การควบคุมตัวสิรวิชญ์ครั้งนี้ถือเป็นการควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะบุคคลที่ทำการจับกุมไม่เปิดเผยตัวตน ไม่แจ้งอำนาจและเหตุแห่งการควบคุมตัว รวมถึงสถานที่ในการควบคุมตัว อันเข้าข่ายการบังคับบุคคลสูญหาย ถือเป็นการละเมิดต่อข้อ 14 ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)

นอกจากนี้ ศูนย์ทนายฯ ยังมีความเห็นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ ที่รับมอบตัวสิรวิชญ์จากเจ้าหน้าที่ทหารมีความเพิกเฉยต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหารที่ละเมิดสิทธิของผู้ถูกจับกุม อีกทั้งเจ้าหน้ารัฐ โดยเฉพาะ คสช. ยังออกมาปฏิเสธการกระทำดังกล่าว และให้ข่าวต่อสื่อมวลชนว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ไม่เกิดการตรวจสอบการทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาในระหว่างการควบคุมตัวของทหาร

 

  • ประมวลเหตุการณ์การควบคุมตัว ‘จ่านิว’ และสมาชิก NDM

ทั้งนี้ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ถูกชายในเครื่องแบบลายพรางทหารจับกุมโดยไม่แสดงตนและหมายจับ คืนวันที่ 20 ม.ค. 2559 เวลาประมาณ 22.30 น.

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า สิรวิชญ์เดินทางออกไปรับประทานอาหารนอกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต กับเพื่อนอีกสองคน เมื่อถึงบริเวณประตูเชียงรากหนึ่ง มีรถยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนสองคัน เป็นรถยนต์เจ็ดที่นั่งสีเงินยี่ห้อ Izusu MU 7 และรถกระบะสี่ประตูสีเงินยี่ห้อ Toyota เข้ามาจอดเทียบนายสิรวิช์และเพื่อน

จากนั้น ชายในเครื่องแบบลายพรางทหารอย่างน้อย 8 คน สวมหน้ากากเพื่อปิดบังใบหน้า มี 4 คนที่เข้ามาล้อมรอบสิรวิชญ์และพยายามเข้าจับกุม โดยไม่แสดงตน และไม่แสดงหมายจับ

ด้านสิรวิชญ์ได้พยายามขัดขืนและโต้แย้งว่า บุคคลดังกล่าวไม่มีสิทธิควบคุมตัวเขา แต่ชายในเครื่องแบบลายพรางทหารได้ใช้กำลังควบคุมตัวสิรวิชญ์ขึ้นรถกระบะไป ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ควบคุมตัวสิรวิชญ์ และถูกควบคุมตัวไปไว้ที่ใด

เวลา 00.05 น. ของวันที่ 21 ม.ค. 2559 เว็บไซต์ข่าวมติชนออนไลน์รายงานว่า พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยืนยันยังไม่ทราบเรื่องที่นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ถูกควบคุมตัว พร้อมระบุว่ากำลังตรวจสอบว่าข่าวนี้มาจากไหน เพราะหากมีการควบคุมตัวจริงตามขั้นตอน จะต้องนำตัวส่งตำรวจเจ้าของสำนวนตามหมายจับ แต่ขณะนี้ตำรวจเจ้าของสำนวนก็ยังไม่ทราบเรื่องเช่นกัน

เวลา 01.10 น. ศูนย์ทนายฯ ได้รับแจ้งว่า จ่านิว หรือสิรวิทย์ เสรีธิวัฒน์ ถูกนำตัวไปที่ สน.นิมิตรใหม่ และจะถูกนำตัวไปส่งที่สถานีตำรวจรถไฟธนบุรีเช้าวันนี้

เวลา 02.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่านายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ถูกควบคุมตัวที่ สน.นิมิตรใหม่ อย่างไรก็ตามบริเวณทางขึ้นชั้นสองมีเจ้าหน้าที่ทหารตรึงกำลังอยู่โดยไม่ยอมให้มารดานายสิรวิชญ์และทนายความเข้าพบ

เวลา 03.30 น. ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่และทหารนำตัวนายสิรวิชญ์มาส่งมอบที่สถานีตำรวจรถไฟธนบุรี

เวลา 04.20 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ได้เดินทางมาถึงสถานีตำรวจรถไฟธนบุรีเพื่อทำการส่งตัวนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี เจ้าของคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอแจ้งข้อกล่าวหา

สิรวิชญ์กล่าวว่า ระหว่างถูกควบคุมตัวโดยทหาร เจ้าหน้าที่ได้ทำการคลุมศีรษะ และนำตัวไปยังบริเวณป่าหญ้า บังคับให้นั่งลงโดยการเตะและถีบ ทั้งยังถามว่าเหตุใดจึงไม่ไปตรวจสอบทุจริตในการจำนำข้าว พร้อมทั้งด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย นอกจากนี้ กลุ่มบุคคลดังกล่าวยังนำวัสดุลักษณะคล้ายปืนมาจ่อบริเวณศีรษะและทำเสียงแก๊ก ๆ คล้ายการสับไกปืน ซึ่งตนไม่สามารถประมาณเวลาได้

สิรวิชญ์เล่าอีกว่า ภายหลังช่วงเวลาดังกล่าว ตนถูกนำตัวขึ้นรถมาส่งยัง สน.นิมิตรใหม่ในเวลาประมาณ 01.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ทหารที่นำตัวมาส่งสวมผ้าคลุมปกปิดใบหน้า ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเปิดตาสิรวิชญ์หลังกลุ่มบุคคลดังกล่าวกลับไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม บันทึกจับกุมได้ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ทหาร กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายจักรพงษ์ (ร.2 พัน 2 รอ.) ให้มารับตัวสิรวิชญ์

เวลาราว 07.40 น. ร.ต.อ.วัธวัฒน์ ยอดคำ และ ร.ต.ท.แสงเพชร ศิริบูรณ์ พนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนเดินทางมาถึง จึงเริ่มมีการสอบปากคำนายสิรวิชญ์ โดยเจ้าหน้าที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 ข้อ 12 เรื่องการมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จากกรณีการจัดกิจกรรม ‘นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง’ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2558 โดยมี พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมายของ คสช. เป็นผู้กล่าวหา

สิรวิชญ์ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยจะขอให้การเพิ่มเติมในเรื่องพฤติกรรมการจับกุมของเจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมจะทำหนังสือคำให้การในรายละเอียดมายื่นต่อพนักงานสอบสวนต่อไป

ในระหว่างการสอบปากคำสิรวิชญ์ ได้มีสมาชิก NDM ได้แก่ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ และนายกรกช แสงเย็นพันธ์ เดินทางมาให้กำลังใจที่สถานีตำรวจด้วย ซึ่งทั้งสามคนถูกออกหมายจับร่วมกับนายสิรวิชญ์ และยืนยันไม่เข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนก่อนหน้านี้

ต่อมา เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.รถไฟธนบุรีได้เดินออกมาแสดงหมายจับต่อทั้งสามคน ก่อนนำตัวเข้าไปในห้องสอบสวนในสถานีตำรวจ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำ ผู้สังเกตการณ์รายงานด้วยว่า ในเช้าวันนี้ มีรถเจ้าหน้าที่ทหารคันหนึ่งจอดที่หลังบริเวณหลังสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร 4 นาย และเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไม่ทราบจำนวน คอยสังเกตการณ์โดยรอบสถานี

นอกจากนี้ เฟซบุ๊กฟ้ารุ่ง สีขาว รายงานว่า เวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ สมาชิก NDM หลังทรงธรรมจำลองเหตุการณ์ที่สิรวิชญ์ถูกคลุมหัวระหว่างการควบคุตัวของทหาร ล่าสุดทรงธรรมได้รับการปล่อยตัวแล้ว

เวลา 09.50 เจ้าหน้าที่ทหารนายหนึ่งจากกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) ชุดจับกุมผู้ร่วมกิจกรรม ‘นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง’ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2558 เข้ามาในห้องสอบสวน และถ่ายรูปนักกิจกรรมทั้งสี่คนที่ถูกจับกุม

เวลา 11.00 น. น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ และนายกรกช แสงเย็นพันธ์ ไม่ลงชื่อในบันทึกจับกุมของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี ซึ่งระบุข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558  ข้อ 12 ที่ห้ามมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใด ๆ ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

นอกจากนี้ นักกิจกรรมที่ถูกควบคุมตัวจากกรณีนั่งรถไฟไปราชภักดิ์ทั้งสี่คน ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน ยืนยันว่าจะไม่ยอมรับกระบวนการทั้งหมด ขอต่อสู้และไม่ประกันตัว

เวลา13.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมพานักกิจกรรมทั้งสี่คนไปยังศาลทหารกรุงเทพเพื่อขออำนาจฝากขัง หลังแพทย์มาตรวจร่างกายของสิรวิชญ์เสร็จแล้ว

ประมาณ 15.00 น. พ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ รอง ผกก.สน.ชนะสงคราม แสดงหมายจับเข้าจับกุมนาย อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ สมาชิก NDM ที่มีหมายจับในคดีส่องโกงราชภักดิ์อีกหนึ่งคน ขณะเดินทางมาให้กำลังใจเพื่อนอีกสี่คนที่ถูกควบคุมมาฝากขังบริเวณทางเข้าศาลทหารกรุงเทพ

เวลา 17.55 น. เจ้าหน้าตำรวจสถานีตำรวจรถไฟธนบุรีแจ้งแก่ทนายความของอภิสิทธิ์ว่าจะควบคุมตัวอภิสิทธิ์ไว้หนึ่งคืน ก่อนนำตัวไปฝากขังยังศาลทหารกรุงเทพในวันที่ 22 ม.ค. 2559

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s