ศาลอาญาพิพากษาคดีปิยะโพสต์เฟซบุ๊คหมิ่นฯ จำคุก 9 ปี

20 ม.ค. 59 เวลา 11.00 น. ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีที่นายปิยะ อดีตโบรกเกอร์ซื้อขายหุ้น อายุ 46 ปี ถูกฟ้องในข้อหาความผิดตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 14 (3), (5) พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ศาลพิพากษาว่าจำเลยทำผิดตามฟ้องจริง ให้ลงโทษจำคุก 9 ปี แต่ลดโทษลง 1 ใน 3 เหลือ 6 ปี เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์ในชั้นสอบสวนและการพิจารณา

คดีนี้ นายปิยะ (สงวนนามสกุล) ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊คชื่อ ‘พงศธร บันทอน’ โพสต์ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน และเผยแพร่ข้อความทำนองหมิ่นประมาทในช่วงระหว่างวันที่ 27 ก.ค. 2557 – 28 พ.ย. 2557  ซึ่งมีบุคคลไม่ทราบชื่อนำรูปภาพที่มีลักษณะเหมือนการบันทึกภาพหน้าจอของเฟซบุ๊คดังกล่าวจำนวน 4 ภาพ มาเรียงเป็นภาพเดียวแล้วแชร์ต่อกันไป กระทั่งมีผู้พบเห็นภาพและนำไปแจ้งความ

ปิยะถูกจับกุมในวันที่ 11 ธ.ค. 2557 เขาให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นเจ้าของเฟซบุ๊ค ‘พงศธร บันทอน’ และไม่ได้โพสต์ข้อความและภาพตามที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่ารูปที่ใช้เป็นรูปประจำตัวของเฟซบุ๊คดังกล่าวคือรูปตนเองจริง และได้ใช้ชื่อพงศธร บันทอน ในการติดต่อโดยทั่วไป แต่เคยเปลี่ยนชื่อและนามสกุลจริงมาแล้วหลายครั้ง

ศาลพิเคราะห์แล้วรับฟังข้อเท็จจริงว่า มีผู้โพสต์ข้อความและรูปภาพที่มีความผิดตามมาตรา 112 ผ่านบัญชีเฟซบุ๊คพงศธร บันทอนจริง ถือเป็นการเผยแพร่ส่งต่อซึ่งเป็นความผิดมาตรา 14(3), (5) ตาม พ.ร.บ.คอมฯ

ส่วนประเด็นจำเลยเป็นผู้กระทำผิดหรือไม่ ศาลรับฟังพยานโจทก์ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาขญากรรม ผู้แจ้งความร้องทุกข์ที่อ้างว่าตนเป็นประจักษ์พยาน นำข้อความจากเฟซบุ๊คพงศธร บันทอนมาแจ้งความ ไม่ใช่ภาพที่แชร์ต่อกันมา

นายอัจฉริยะเบิกความต่อศาลว่า หลังจากเห็นโพสต์ที่เป็นความผิดในเฟซบุ๊คแล้ว เขาและเจ้าหน้าที่ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมได้ขอเป็นเพื่อนทางเฟซบุ๊คกับพงศธร บันทอน และสืบหาจนรู้ที่อยู่ของจำเลย

อย่างไรก็ตาม ในการถามค้านของทนายจำเลยพบว่า ภาพที่นายอัจฉริยะอ้างว่านำมาจากเฟซบุ๊คพงศธร บันทอนโดยตรงกลับเป็นภาพเดียวกับที่ถูกแชร์อยู่แล้ว และไม่ได้เพิ่มเฟซบุ๊คพงศธร บันทอนเป็นเพื่อนตามที่เขาเบิกความไว้ ทั้งชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมยังเป็นชมรมที่เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่ไม่ได้มีอำนาจสืบสวนตามกฎหมาย

ทนายความผู้รับผิดชอบสำนวนมีความเห็นว่า พยานปากนี้เป็นเพียงพยานบอกเล่าที่ให้การกลับไปกลับมา คำให้การบางส่วนขัดแย้งกันเอง และไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ

ทนายความยังให้ความเห็นอีกว่า ในคดีนี้มีการยึดของกลาง คือ คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลย แต่ไม่ปรากฏ IP Address หรือร่องรอยที่เชื่อมโยงได้ว่าจำเลยโพสต์ หรือเข้าถึงโพสต์ที่เป็นความผิดจริง และพยานโจทก์ปากอื่น ๆ รวมถึงพนักงานสอบสวนในคดีนี้ ยกเว้นในรายของนายอัจฉริยะ ต่างก็ไม่เคยเข้าถึงเฟซบุ๊คพงศธร บันทอนได้ หลักฐานชิ้นเดียวที่ปรากฏว่ามีการโพสต์ข้อความที่เป็นความผิดบนเฟซบุ๊คพงศธร บันทอน คือ ภาพบันทึกหน้าจอที่ผ่านการตัดต่อเพื่อรวมเป็นภาพเดียว ไม่ใช่ภาพต้นฉบับแต่อย่างใด ซึ่งคยมีผู้แสดงความเห็นว่าภาพบันทึกหน้าจอไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้ เนื่องจากทุกคนสามารถเปิดและแก้ไขตกแต่งเพิ่มเติมภาพนั้นได้ (อ่านรายละเอียดที่: Screenshot ไม่ใช่หลักฐาน)

นอกจากนี้ ศาลยังรับฟังพยานโจทก์ ร.ต.ท.กง ไม่เศร้า พนักงานสอบสวน ที่เบิกความว่า จำเลยมีการจำหน่ายชื่อ ปลอมแปลงชื่อ สวมบัตร ส่อเจตนาว่าประสงค์จะปกปิดตัวตน

ศาลไม่เชื่อที่จำเลยอ้างว่า ได้ใช้บัญชีเฟสบุคชื่อพงศธรเพียงแค่ปีเดียว ทั้งพยานจำเลยไม่มีน้ำหนักพอจะหักล้างพยานโจทก์ได้ จึงพร้อมกันพิพากษาลงโทษจำคุก 9 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การชั้นสอบสวนและในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์ในคดีจึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษจำคุก 6 ปี

ทั้งนี้ ศูนย์ทนายมีข้อสังเกตว่า ศาลยุติธรรมในช่วงก่อนรัฐประหาร ลงโทษในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในอัตราโทษจำคุกกรรมละ 5 ปี แต่หลังจากรัฐประหาร คดีนี้เป็นคดีแรกที่มีการสู้คดี ศาลได้พิพากษาจำคุกในอัตราโทษสูงถึงกรรมละ 9 ปี ซึ่งสูงเกือบเท่ากับศาลทหารในคดีที่จำเลยรับสารภาพ แสดงให้เห็นว่าหลังการรัฐประหาร การสู้คดีในความผิดตามมาตรา 112 อาจทำให้จำเลยได้รับโทษหนักไม่ต่างจากการถูกดำเนินคดีในศาลทหาร ส่งผลให้ความหวังในการสู้คดีของจำเลยลดลง ทั้งศาลยังนำข้อสงสัยในตัวจำเลยเรื่องการเปลี่ยนแปลงตัวตนมาประกอบการพิจารณาพิพากษาลงโทษ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 ระบุว่า

“ให้ศาลใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวง อย่าพิพากษาลงโทษจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระทำความผิดจริงและจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดนั้น

เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s