ทหารปรามชาวบ้านสาละวิน ห้ามชุมนุมค้านเวทีรับฟังผลกระทบเขื่อนฮัจยี

18 ธ.ค.58 เวลา 8.30 น. ที่หอประชุมโรงเรียนทองสวัสดิ์วิทยาคาร อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทางศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม โครงการไฟฟ้าพลังน้ำฮัจยี บริเวณชายแดนไทย-พม่า ก่อนการจัดงานได้มีเจ้าหน้าที่ทหารเดินทางเข้าพูดคุยกับผู้นำชาวบ้าน ระบุห้ามชุมนุมประท้วงเกินกว่า 5 คน ขณะในเวทีประชุมมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่รัฐหลายสิบนายเข้าคุมเข้มรอบสถานที่จัดงาน

สำหรับโครงการดังกล่าวทางศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับมอบจากบริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้ดำเนินการเพื่อศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการก่อสร้างโครงการเขื่อนฮัจยี ทั้งเสนอแนะมาตรการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบจากโครงการ โดยก่อนการจัดเวที ได้มีการส่งหนังสือเชิญหน่วยงานองค์กร และส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อเข้าร่วมเวทีประชุมดังกล่าว

จนวานนี้ (17 ธ.ค.) ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารเดินทางเข้าพูดคุยกับผู้นำชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านที่ติดกับแม่น้ำสาละวิน ทั้งบ้านท่าตาฝั่ง บ้านแม่สามแลบ และบ้านสบเมย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน  เจ้าหน้าที่ระบุว่าได้ข้อมูลมาว่าชาวบ้านและเอ็นจีโอจะไปประท้วงในเวทีโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่ตอนนี้เป็นยุคของคสช.ซึ่งไม่อนุญาตให้มีการชุมนุมเกินกว่า 5 คน ถ้าชาวบ้านมีการไปประท้วง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ รวมถึงยังมีการส่งข้อความทางไลน์ระบุเตือนในเรื่องดังกล่าวให้กับชาวบ้านบางส่วนในพื้นที่ด้วย

การประชุมในวันนี้ ยังได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งเจ้าหน้าที่ทหารพราน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน รวมแล้วกว่า 40-50 นาย เข้าคุ้มกันโดยรอบบริเวณโรงเรียนที่เป็นสถานที่จัดประชุม ขณะที่ผู้ร่วมประชุมมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องบางส่วนราว 20 คน แต่ไม่ได้มีชาวบ้านในพื้นที่เดินทางเข้าร่วมเวทีดังกล่าว และไม่ได้มีการเดินทางมาชุมนุมประท้วงใดๆ เกิดขึ้น

23

4

ขณะเดียวกันในวันนี้ ทางเครือข่ายชุมชนจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำสาละวิน ได้จัดทำจดหมายเปิดผนึกถึงประธานสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่องขอให้ตรวจสอบบทบาทของนักวิชาการศูนย์บริการวิชาการฯ กรณีการศึกษาเขื่อนสาละวินในพม่า โดยระบุว่าการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่มีมาตรฐานที่จะยอมรับได้ ยังไม่มีการศึกษาข้ามพรมแดนอย่างครอบคลุมพอเพียง เพราะระบบนิเวศของแม่น้ำสาละวินเป็นแม่น้ำนานาชาติ ไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบในฝั่งพม่า และในฝั่งไทยนั้นก็พบว่าทำการศึกษาเพียง 3 หมู่บ้านริมแม่น้ำ ทั้งๆ ที่แม่น้ำสาละวินและผืนป่าสาละวินครอบคลุมพื้นที่กว้าง มีลำน้ำสาขาต่างๆ ไหลเชื่อมต่อเป็นจำนวนมาก

จดหมายเปิดผนึกยังระบุด้วยว่าพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนฮัตจี ยังเป็นพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพม่า ส่งผลให้ประชาชนชาติพันธุ์จำนวนหลายหมื่นคนเป็นผู้ลี้ภัย การเร่งรัดเดินหน้าโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่สู้รบ จะส่งผลกระทบทางสังคมต่อประชาชนในบริเวณชายแดนอย่างมาก  ด้วยเหตุดังกล่าว ทางเครือข่ายฯ จึงไม่สามารถยอมรับการศึกษาดังกล่าวได้ และเรียกร้องให้สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้กำกับดูแลผู้รับจ้างทำการศึกษา คือศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาฯ ทบทวนบทบาททางวิชาการของสถาบัน และสั่งให้ยุติการดำเนินการศึกษาทันที

ทั้งนี้ ก่อนหน้าการรัฐประหาร ได้มีการพยายามจัดเวทีในลักษณะนี้มาก่อนแล้ว แต่ชาวบ้านสามารถแสดงออกถึงการคัดค้านได้โดยปกติ อาทิเช่น เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2556 มีการจัดเวทีการมีส่วนร่วมย่อยในโครงการการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยกฟผ.และสถาบันบริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชาวบ้านลุ่มน้ำสาละวินราว 200 คน ก็ได้เดินทางมาชุมนุมและยื่นหนังสือคัดค้านโครงการสร้างเขื่อนกั้นน้ำสาละวินได้  (ดูรายงานข่าว โดยสำนักข่าว Transborder News)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s