แม่’จ่านิว’เข้าพบทหาร หลังลูกชายเตรียมจัดกิจกรรมนั่งรถไฟไปราชภักดิ์

6 ธ.ค.58 ที่วัดสุทธิสะอาด ย่านคลองสามวา นางสาวพัฒน์นรี ชาญกิจ มารดาของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ทหาร ภายหลังทหารพยายามเรียกตัวนายสิรวิชญ์เข้าพบ เหตุจากการจัดกิจกรรม “นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหาคนโกง” แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามตัวได้ จึงเรียกตัวมารดามาแทน

กิจกรรมดังกล่าวได้เริ่มมีการประชาสัมพันธ์ในเพจกลุ่มประชาธิปไตยศึกษาตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. 58 โดยนัดหมายกันที่สถานีรถไฟธนบุรี (บางกอกน้อย) เวลา 7.00 น. ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ เพื่อนั่งรถไฟไปยังอุทยานราชภักดิ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารได้พยายามติดตามตัวนายสิรวิชญ์ ผู้จัดกิจกรรม โดยมีทั้งการโทรศัพท์ไปหา การเดินทางเข้าพบครอบครัวที่บ้าน และการกล่าวในลักษณะข่มขู่

ตั้งแต่ในช่วงเช้าวันนี้ เวลา 7.24 น.เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่คลองสามวาได้โทรศัพท์มาสอบถามนางสาวพัฒน์นรีอีกครั้ง ว่าติดตามตัว “จ่านิว” ได้หรือยัง โดยมีการระบุว่าจะเชิญตัวเธอไปพบกับ “นาย” เพราะไม่สามารถหาตัวลูกชายได้ แต่นางสาวพัฒน์นรีก็ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าเช้านี้ตนมีภารกิจส่วนตัวในบ้านต้องจัดการ จะขอเดินทางไปพบในช่วงบ่ายแทน

จนเวลา 11.55 น. มารดาของจ่านิวได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง แจ้งว่าจะเดินทางมารับที่บ้าน แต่เธอยืนยันว่าจะเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่เอง ไม่ต้องการให้มาที่บ้าน

เวลา 12.30 น. มารดาของจ่านิวจึงเดินทางไปที่วัดสุทธิสะอาด ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ประชาสัมพันธ์และช่วยเหลือประชาชน บก.ควบคุม ร.2 พัน 2 รอ. หน่วยที่ดูแลพื้นที่เขตคลองสามวา พร้อมกับผู้สื่อข่าวที่ให้ความสนใจติดตามกรณีนี้ โดยเจ้าหน้าที่มีการขอถ่ายรูปบัตรประจำตัวของผู้สื่อข่าวและผู้ติดตามทุกคนด้วย

เวลา 14.30 น. พ.ต.สมศักดิ์ เหมือนคิด และร.อ.ยุทธการ เตชะคำภู ได้เป็นผู้พูดคุยกับมารดาของนายสิรวิชญ์และสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ระบุว่าการพูดคุยวันนี้เพื่อต้องการให้นายสิรวิชญ์เข้ามาพบปะกับเจ้าหน้าที่ พร้อมชี้แจงว่ากิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์มีลักษณะเป็นกิจกรรมแสดงออกทางการเมือง แต่พื้นที่ที่จะมีการจัดในวันพรุ่งนี้ อยู่นอกเหนือเขตพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยทหารเขตคลองสามวา จึงจะมีการติดตามจากเจ้าหน้าที่ชุดอื่นแทน และการดำเนินการต่อไปอยู่ภายใต้การตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลพื้นที่นั้น

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ้าหน้าที่ทหารด้วยว่ารูปแบบที่เจ้าหน้าที่ไปพบครอบครัว และมีการติดตามอยู่ตลอดเวลา ถือเป็นการละเมิดสิทธิหรือไม่ เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นการเข้าไปพูดคุยปรับความเข้าใจกัน เพราะเป็นคนไทยควรจะพูดคุยกัน จะได้เข้าใจกัน ทั้งการลงชุมชนพบปะพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ยังกล่าวด้วยว่าไม่ได้ห้ามเรื่องการตรวจสอบการทุจริต และการเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ในนามส่วนบุคคล แต่ห้ามในเรื่องการรวมคนไปจำนวนมาก เพราะจะมีลักษณะเป็นการชุมนุมทางการเมือง

การพูดคุยเสร็จสิ้นในเวลาราว 15.00 น. มารดาของนายสิรวิชญ์จึงได้เดินทางกลับ ขณะที่ผู้จัดกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ยังคงยืนยันจะจัดกิจกรรมในวันพรุ่งนี้ต่อไป

photo_2015-12-06_18-35-29

 

สรุปลำดับเหตุการณ์การติดตามและคุกคาม “จ่านิว” และครอบครัว

วันที่ 4 ธ.ค.58

ในช่วงเย็น ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารเดินทางไปที่บ้านของนางสาวพัฒน์นรี ชาญกิจ มารดาของนายสิรวิชญ์ โดยที่จ่านิวไม่อยู่บ้าน เจ้าหน้าที่ได้พบกับแม่และยายแทน แล้วได้ใช้โทรศัพท์ของแม่ติดต่อไปยังจ่านิว โดยมีการพูดคุยขอไม่ให้จัดกิจกรรมเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ แต่จ่านิวยังยืนยันจะจัดกิจกรรมดังกล่าวต่อไป

วันที่ 5 ธ.ค. 58

เจ้าหน้าที่ทหารในเขตพื้นที่คลองสามวาได้พยายามติดต่อนัดนายสิรวิชญ์ ให้ไปพบกับนายทหารยศพันเอกท่านหนึ่ง โดยระบุว่าจะมารับที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และจะพาไปคุยที่หน่วยทหารในพื้นที่ เมื่อจ่านิวปฏิเสธ เจ้าหน้าที่ก็มีการต่อรองให้ไปพบกันที่สำนักงานเขตคลองสามวา แต่จ่านิวยังคงปฏิเสธ เนื่องจากเชื่อว่าทหารต้องการควบคุมตัวไม่ให้เดินทางไปอุทยานราชภักดิ์

นับตั้งแต่ช่วงเวลา 11.00 น. ทุกชั่วโมงจะมีเจ้าหน้าที่ทหารโทรศัพท์มายังนางสาวพัฒน์นรี เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบุตรชาย โดยในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ทหารได้มีการระบุให้มารดาติดตามตัวจ่านิวเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่ไปก็จะมีการควบคุมตัว และชีวิตของครอบครัวก็ “จะอยู่ไม่เป็นสุข” พร้อมกล่าวกับแม่ว่าทำไมไม่ห้ามลูก ปล่อยให้ไปทำกิจกรรมแบบนี้ได้อย่างไร ถ้ามีการทำต่อไป ก็จะควบคุมตัวเหมือนกรณีของแกนนำนปช.สองคน

เวลาราว 18.00 น. นายสิรวิชญ์โพสต์ในเฟซบุ๊กสาธารณะว่ายังไม่ถูกควบคุมตัว และยืนยันว่าจะจัดกิจกรรมต่อไป โดยแม้ตนจะถูกควบคุมตัว กิจกรรมก็จะมีต่อไป

เวลา 22.33 น. คุณแม่ของนายสิรวิชญ์ ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ทหาร แจ้งว่าจะเดินทางมาพบเธอที่บ้านในคืนนี้ เนื่องจาก “นาย” สั่งให้มาคุยด้วย แต่จ่านิวยังคงไม่อยู่บ้านส่วนคนที่อยู่บ้านเป็นผู้หญิง 4 คน ประกอบด้วย แม่ ยาย และน้องสาว 2 คนของสิรวิชญ์

จนเวลา 22.45 น. ทหารในเครื่องแบบมา 2 นายเดินทางมาถึงที่บ้าน เจ้าหน้าที่ได้มีการสอบถามว่ายังติดตามตัวจ่านิวไม่เจอหรือ พร้อมระบุด้วยว่าได้พยายามจะช่วยจ่านิวแล้ว แต่เขาปฏิเสธที่จะมาหา เพราะฉะนั้นถ้าหลังจากนี้ เกิดอะไรขึ้น จะว่ากันไม่ได้ เจ้าหน้าที่ยังมีการถ่ายบัตรประชาชนของแม่ไป พร้อมกับถ่ายรูปของครอบครัวที่อยู่ในกรอบรูปไปด้วย ทั้งหมดใช้เวลาพูดคุยและอยู่ที่บ้านประมาณ 15 นาที

(สรุปเรียบเรียงจากเพจเฟซบุ๊ก Fahroong Srikhao และเพจพลเมืองโต้กลับ)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s