ศาลนนท์พิพากษา แจกใบปลิวท่าน้ำนนท์ หมิ่นสถาบันฯ คุก 6 ปี

เมื่อ 1 ธ.ค. 2558 เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดนนทบุรีกำหนดนัดฟังคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี ฟ้องนายชาญวิทย์ (สงวนนามสกุล) ในความผิดตามม.112 จากเหตุการณ์ที่นายชาญวิทย์ แจกใบปลิววิเคราะห์การเมืองของประเทศไทยซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในการชุมนุมทางการเมืองที่ท่าน้ำนนท์ เมื่อปี 2550 โดยศาลได้พิพากษาจำคุก 6 ปี ศาลไม่วินิจฉัยประเด็นสมเด็จพระเทพฯ เป็นรัชทายาทหรือไม่เนื่องจากผิดกรรมเดียว ในการฟังคำพิพากษานี้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวัง 2 คนมาร่วมฟังด้วย

ก่อนเริ่มอ่านคำพิพากษาเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์แจ้งว่าคำพิพากษาในวันนี้เป็นเพียงตัวร่างเท่านั้น เนื่องจากผู้พิพากษายังทำคำพิพากษาไม่เสร็จ ยังไม่อนุญาตให้คัดถ่ายใดๆทั้งสิ้น

เวลา 10.44 น. ศาลเริ่มอ่านสรุปคำฟ้อง ของกลางที่ยึดในคดี รายละเอียดประเด็นที่นำสืบในวันสืบพยานตั้งแต่การพบเห็นการกระทำความผิดโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ การจับกุม การยึดของกลางซึ่งรวมถึงหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ และการนำสืบของจำเลย และการพิเคราะห์หลักฐานต่างๆ

ศาลมีคำพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยนั้นถือเป็นการละเมิดดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ จะละเมิดมิได้ และทรงทำคุณเอนกอนันต์ให้แก่ประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทย ข้อความที่จำเลยเขียนเผยแพร่ในใบปลิวถือเป็นการทำให้สถาบันเสื่อมเสีย มีความผิดตามม.112 ให้ลงโทษจำคุก 6 ปี

ส่วนประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ถือเป็นรัชทายาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่นั้น ศาลไม่วินิจฉัยเรื่องนี่เนื่องจากไม่จำเป็น เพราะการกระทำของจำเลยนับเป็นแค่กรรมเดียวอยู่แล้ว

ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณาคดีเมื่อทนายความและญาติเข้าเยี่ยมที่ห้องควบคุมตัวผู้ต้องขังใต้ถุนศาลทันที แต่ปรากฎว่านายชาญวิทย์ได้ถูกนำตัวกลับเรือนจำพิเศษกรุงเทพไปแล้ว

คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 25 พ.ย.2550 นายชาญวิทย์ได้เข้าร่วมการชุมนุมคัดค้านคำพิพากษายุบพรรคไทยรักไทย และจัดทำใบปลิววิเคราะห์สถานการณ์การเมืองประเทศไทยในระยะเปลี่ยนผ่าน ไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมดังกล่าว ตำรวจนอกเครื่องแบบที่สังเกตการณ์ชุมนุมเห็นว่าข้อความในใบปลิวเข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นายชาญวิทย์จึงถูกตั้งข้อหาในความผิดตาม ม.112 ซึ่งคดีนี้อัยการโจทก์ได้ฟ้องเป็นความผิด 4 กรรมเนื่องจากเห็นว่าข้อความหลายส่วนได้หมิ่นประมาทและดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายบุคคล 4 ตำแหน่ง ที่ม. 112 ครอบคลุมถึง ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริษ์แห่งราชอาณาจักรไทย, พระบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร รัชทายาท และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี รัชทายาท

ต่อมาเกิดเหตุระเบิดหน้าศาลอุทธรณ์ภาค 1 ถนนรัชดาภิเษกในวันที่ 7 มี.ค. 2558 สองวันถัดมานายชาญวิทย์ถูกจับกุมและกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมด้วย นายชาญวิทย์ถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและถูกนำตัวมาดำเนินคดี ม.112 นี้อีกครั้ง

ทั้งนี้ ศาลได้สืบพยานเมื่อวันที่ 15-16 ก.ย.2558 โดยก่อนเริ่มการสืบพยาน อัยการโจทก์แถลงว่าทางสำนักพระราชวังได้ส่งหนังสือมายืนยันว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัชทายาทตามม.112 ทนายความได้ขอคัดถ่ายหนังสือฉบับดังกล่าวจากศาล แต่ศาลไม่อนุญาต

.

.

.รายละเอียดเกี่ยวกับคดี : อังคารนี้ศาลนนทฯ นัดฟังพิพากษา ชาญวิทย์ คดี 112 เหตุแจกใบปลิวที่ท่าน้ำนนท์

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s