อุทยานฯ ขุนขานทวงคืนพื้นที่ชาวบ้านน้ำริน อ้างนโยบายทวงคืนผืนป่า คสช.

ที่บ้านน้ำริน ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติขุนขานได้เข้าปักป้ายตรวจยึดคืนพื้นที่ชาวบ้าน 5 ราย อ้างนโยบายทวงคืนผืนป่า ล่าสุดแจ้งให้ชาวบ้านรื้อถอนรั้วและกระท่อมที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวออก ขณะยังมีชาวบ้านอีกหลายรายทำกินอยู่ในพื้นที่เดียวกัน หวั่นอาจโดนทวงคืนพื้นที่ได้เช่นกัน

ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ส.ค.58 เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้เข้ามาปักป้ายแสดงการตรวจยึดพื้นที่ทำกินของชาวบ้านบ้านน้ำริน ที่เข้าไปทำกินบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยซูซาน โดยเป็นป้ายลงวันที่ 3 มิ.ย.58 ระบุว่าได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกไว้แล้ว และห้ามบุกรุก ยึดถือ ครอบครองพื้นที่อีก

เบื้องต้นมีการปักป้ายตรวจยึดคืนพื้นที่ของชาวบ้านจำนวน 5 ราย ขณะที่ในบริเวณดังกล่าวมีชาวบ้านราว 28 ราย เข้าไปทำกินในพื้นที่ มีการปลูกพืชผักต่างๆ เพื่อทำมาเลี้ยงชีพ โดยรายที่เหลือยังไม่มีการปักป้ายตรวจยึดพื้นที่

ต่อมาวันที่ 21 ส.ค.58 ทางผู้ใหญ่บ้านได้ให้ราษฎรที่เข้าไปทำการเกษตรที่ห้วยซูซานมาประชุมร่วมกันที่อำเภอ โดยมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทหาร และเจ้าหน้าที่ปกครองเข้าร่วมชี้แจงถึงการตรวจยึดพื้นที่บุกรุกป่าของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากนโยบายการทวงคืนผืนป่าของ คสช. และพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์

ชาวบ้านบ้านน้ำรินได้ชี้แจงว่าบริเวณที่ทำกินในพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยซูซานนั้น เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเคยเสด็จทอดพระเนตรโครงการเมื่อปี 2523 และได้ให้ราษฎรที่ยากจนเข้าไปประกอบอาชีพทำกิน โดยมีกรมชลประทานดูแลโครงการ และเคยมีการเข้ามาตั้งกรรมการร่วมกันดูแลแหล่งน้ำร่วมกับชาวบ้าน นอกจากนั้นพื้นที่นี้ยังเป็นที่ราบ ชาวบ้านที่ทำกินไม่ได้มีการตัดไม้ทำลายป่าแต่อย่างใด

ชาวบ้านที่ร่วมประชุมระบุด้วยว่าการยึดคืนพื้นที่จะสร้างความเสียหายให้พืชผลทางการเกษตรที่ชาวบ้านปลูกไว้ ในที่ประชุมจึงได้อนุโลมให้ชาวบ้านทำกินไปก่อน แต่ไม่อนุญาตให้ขยายพื้นที่เพิ่มอีก และให้ชุมชนไปจัดทำข้อมูลครัวเรือนที่เข้าไปทำกินในพื้นที่ห้วยซูซานมาประกอบ

ในช่วงที่ผ่าน ชาวบ้านจึงได้มีการประชุมเตรียมจัดทำแผนที่และระเบียบในการดูแลที่ดินร่วมกัน แต่ในวันที่ 8 ต.ค.58 ได้มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ขุนขานเข้ามาแจ้งกับผู้ใหญ่บ้านว่าในวันที่ 12 ต.ค.จะมาประชุมร่วมกับชาวบ้านเรื่องการให้รื้อถอนรั้วและกระท่อมของชาวบ้านในพื้นที่บุกรุก ออกภายใน 15 วัน มิเช่นนั้นทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการเอง

แต่ในวันดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ไม่ได้มาประชุมกับชาวบ้าน และจนถึงปัจจุบัน ยังไม่ได้มีหนังสืออย่างเป็นทางการเรื่องการให้รื้อถอนรั้วดังกล่าว หากก็ทำให้ชาวบ้านหลายคนไม่สามารถอยู่อย่างเป็นสุขได้ เนื่องจากกลัวว่าจะถูกขับไล่ ถูกดำเนินคดี และไม่มีที่ดินทำกินอีก

ทั้งนี้ ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมาด้วย

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s