รำลึก 14 ตุลาฯ ฉบับพลเมือง ได้จัดแม้ถูกห้ามด้วยพ.ร.บ.ชุมนุมฯ

ประชาชนร่วมรำลึกเหตุการณ์ประชาชนต่อต้านรัฐบาลและถูกสลายการประท้วงด้วยทหารเมื่อ 14ตุลาคม2516 โดยระหว่างมีกิจกรรมเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยสังเกตการณ์ตลอดเวลาและห้ามเดินขบวนและชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อ้างพ.ร.บ.ชุมนุมฯ แต่กิจกรรมยังคงดำเนินไปได้จนจบตามกำหนดการ พร้อมข้อสังเกตต่อการใช้พ.ร.บ.ชุมนุมฯ จากศูนย์ทนายความฯ

วันนี้(14ต.ค.2558)เวลา 17.00 น. กลุ่มพลเมืองโต้กลับ กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ กลุ่มประชาธิปไตยศึกษาและอื่นๆ ร่วมกันจัดงาน “รำลึก14ตุลาฯ ฉบับพลเมือง จาก 3 ทรราช สู่ 3 ป. เผด็จการไม่เคยสูญ” โดยตามกำหนดการที่ประกาศกิจกรรมเริ่มในเวลา 17.00-20.00 น. ตัวแทนผู้จัดแจ้งว่าก่อนวันงานหนึ่งวันได้ทำหนังสือแจ้งจัดกิจกรรมที่อนุสรณ์ 14ตุลาฯ ถึงผู้ดูแลสถานที่ แต่ได้รับการติดต่อจากสน.ชนะสงครามว่าให้จัดกิจกรรมได้แต่ห้ามเคลื่อนย้ายไปที่อื่น

ก่อนเริ่มงานมีตำรวจในเครื่องแบบวางกำลังอยู่ราว 40 นาย ในบริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ แยกคอกวัว ซึ่งเป็นสถานทีจัดกิจกรรมและมีกองรักษาการณ์กองรักษาความสงบเรียบร้อย สน.สำราญราษฎร์ตั้งอยู่ โดยเป็นการสนธิกำลังกันระหว่างทหารและตำรวจ นอกจากนี้บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยังมีทหารและตำรวจในเครื่องแบบอยู่บนทางเท้ารอบบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยด้วยเช่นกัน

photo_2015-10-14_17-17-09

17.00 น. เมื่อถึงเวลาตามกำหนดการผู้คนเริ่มทยอยเข้าร่วมงานรำลึก14 ตุลาฯ ราว 250 คน สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์เริ่มปราศรัย โดยมีตำรวจสังเกตการณ์อยู่รอบๆ สิรวิชญ์ได้กล่าวถึงทรราชในอดีต ได้แก่ จอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร และ พ.อ. ณรงค์ กิตติขจร และนำร้องเพลง “เพื่อมวลชน” และประกาศว่าจะจัดกิจกรรมถึง 20.00 น. ซึ่งระหว่างนี้มีทั้งตำรวจในเครื่องแบบและเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไม่ทราบสังกัดคอยถ่ายภาพและวิดีโอกิจกรรมตลอดเวลา

photo_2015-10-14_17-24-09

photo_2015-10-14_17-54-36

 

ประมาณ 18.00น. ระหว่างที่ยังมีการปราศรัยอยู่ที่ลานอนุสรณ์สถาน พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ เข้ามาพูดคุยกับผู้จัดกิจกรรม ขอไม่ให้มีการเดินออกจากอนุสรณ์สถานฯ โดยอ้างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 หน้าที่ของผู้ชุมนุม ตามมาตรา 16 (8) ที่ห้ามเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุมหลัง 18.00น.จนถึงก่อนเช้า 6.00น.ของวันรุ่งขึ้น

18.30 น. ผู้ชุมนุมตั้งขบวนเพื่อที่จะเดินไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตำรวจได้ตั้งแถวปิดทางเท้าด้านที่จะมุ่งไปอนุสาวรีย์ โดยมี พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐผล ผกก.สน.ชนะสงคราม และพ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้เข้าแจ้งต่อผู้ชุมนุมว่าจะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ หากมีการเดินขบวน การเจรจาดำเนินไปราว 10 นาที เจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้เดินไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

photo_2015-10-14_18-23-25

ด้านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พ.ต.อ.ชุมพล หาญชนะโยธิน ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ในฐานะเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะได้อ่านประกาศ  “ให้เลิกการชุมนุมสาธารณะ” ว่าการชุมนุมกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นการชุมนุมสาธารณะตามมาตรา 4 พ.ร.บ.ชุมนุมฯ โดยไม่มีการแจ้งชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อน 24 ชั่วโมง ตามมาตรา 10 วรรคหนึ่ง จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 14  จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 21(1) ประกาศให้เลิกชุมนุม  แต่ผู้ชุมนุมได้เดินข้ามไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้ว

photo_2015-10-14_18-47-56

 

เมื่อผู้ชุมนุมเดินถึงลานรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตำรวจได้ข้ามมาและวางกำลังล้อมรอบอนุสาวรีย์ ผู้ชุมนุมได้นำผ้าดำมาติดรอบอนุสาวรีย์ แต่ตำรวจได้ขอให้งดติดผ้า ให้จุดเทียนได้เท่านั้น แต่ไม่มีการยึดผ้าดำไป

photo_2015-10-14_18-55-31

photo_2015-10-14_18-54-56

photo_2015-10-14_19-00-22

จากนั้นมีการผลัดกันขึ้นปราศรัยและร้องเพลง ทำกิจกรรมจุดเทียน ก่อนยุติกิจกรรมมีการประกาศนัดทำกิจกรรมอีกครั้งในวันที่ 17 ต.ค.นี้ และยุติกิจกรรมตามกำหนดการ 20.00น.

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีข้อสังเกตต่อการออกประกาศให้เลิกการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตามประกาศของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ สน.สำราญราษฎร์ เรื่อง ให้เลิกการชุมนุมสาธารณะ เป็นการออกประกาศล่วงหน้า เนื่องจากจะเห็นได้จากภาพว่ามีการเว้นที่ในส่วนของข้อเท็จจริง เช่น ชื่อของผู้จัดการชุมนุม หรือแม้กระทั่งเลขที่ประกาศ

นอกจากนั้นในประกาศยังมีการอ้าง มาตรา 21 ของพ.ร.บ.ชุมนุมฯ ด้วย ซึ่งหากผู้ชุมนุมไม่เลิกชุมนุมตามประกาศ เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะต้องร้องขอต่อศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดที่มีเขตอํานาจเหนือสถานที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะ เพื่อมีคําสั่งให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมสาธารณะ โดยระหว่างรอคําสั่งศาลเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะมีอํานาจกระทําการที่จําเป็นตามแผนและแนวทางจัดการชุมนุมสาธารณะที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ แต่ในขณะนี้ยังคงไม่มีแผนดังกล่าวออกมา ซึ่งหากศาลไม่มีคำสั่ง เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะย่อมไม่มีอำนาจสั่งให้เลิกชุมนุม

จากการสังเกตการณ์ของเจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความฯ ไม่พบว่าผู้ชุมนุมมีการใช้ความรุนแรงหรือก่อความไม่สงบ ซึ่งไม่เข้าเกณฑ์ตามมาตรา 25 ของพ.ร.บ.ชุมนุมฯ ที่ได้ระบุว่ากรณีที่ผู้ชุมนุมได้กระทำการที่มีลักษณะรุนแรงและอาจเป็นอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจและทรัพย์สินของผู้อื่นจนเกิดความวุ่นวายให้เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะจึงจะมีอำนาจสั่งยุติการกระทำนั้น

photo_2015-10-14_18-48-47

 

 

photo_2015-10-14_19-25-31

photo_2015-10-14_20-17-20

photo_2015-10-14_20-17-07

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s