อัยการส่งฟ้องคดี ‘นักข่าวฮ่องกง’ ครอบครองเสื้อเกราะแล้ว

วานนี้ (9 ต.ค.58) พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการได้ยื่นฟ้องคดีของนายควาน ฮอก จุน (Kwan Hok-chun) นักข่าวประจำสำนักข่าว ดิ อินนิเชี่ยม มีเดีย ฮ่องกง (The Initium Media Hongkong) ในข้อหามียุทธภัณฑ์ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ โดยศาลได้นัดสอบคำให้การจำเลยในวันจ้นทร์ที่ 12 ต.ค.นี้ เวลา 9.00 น.

ก่อนหน้านี้ นายควาน ฮอก จุน นักข่าวชาวฮ่องกง ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อทำข่าวกรณีระเบิดที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 58 และทางสำนักข่าวได้มอบเสื้อเกราะซึ่งมีคำว่า PRESS จำนวน 1 ตัว ให้ใช้เพื่อความปลอดภัย แต่เขากลับถูกควบคุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 58 ขณะกำลังจะเดินทางกลับประเทศ ด้วยเหตุที่มีเสื้อเกราะดังกล่าวไว้ในครอบครอง โดยนายควานได้ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน และศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

0000

นายควาน ฮอก จุน หลังถูกควบคุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ (ภาพโดยสำนักข่าว AP)

ในคำฟ้อง ระบุว่าจำเลยกระทำความผิดตามพรบ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาตรา 4, 5, 6, 7, 15, 34, 42 ประกาศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงวันที่ 30 พ.ย. 2550 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32 และ 33 โดยพนักงานอัยการขอให้ศาลสั่งริบเสื้อเกราะป้องกันกระสุนของกลางด้วย

ในวันเดียวกัน ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้เดินทางไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม หลังทราบว่าพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้อัยการไปเมื่อวันที่ 6 ต.ค. แต่ทางทนายความไม่พบกับพนักงานอัยการเจ้าของสำนวน จึงได้ยื่นหนังสือที่งานรับหนังสือและคำร้องแทน และได้ทราบในเวลาต่อมาว่าทางอัยการได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลไปแล้ว

หนังสือขอความเป็นธรรมระบุว่า นายควานไม่ได้มีเจตนาจะกระทำความผิด แต่ได้นำเสื้อเกราะเข้ามาในประเทศไทยเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น และเป็นเสื้อเกราะสำหรับสื่อมวลชน มีไว้เพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิตและร่างกายขณะปฏิบัติหน้าที่ภาคสนาม ไม่ได้จะนำมาใช้เพื่อการสงครามหรือกระทบต่อความมั่นคงแต่อย่างใด ไม่ถือว่าเป็นความผิดตามพรบ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ จึงขอให้พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องคดี  แต่ทางพนักงานอัยการก็ได้ส่งฟ้องคดีไปก่อนแล้วในวันเดียวกันกับที่ทนายยื่นหนังสือนี้

ก่อนหน้านี้ภายหลังการจับกุมนายควาน ทางสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่าเสื้อเกราะและหมวกนิรภัยไม่ใช่อาวุธ และผู้สื่อข่าวไม่สมควรได้รับการปฏิบัติเช่นนั้น ที่ผ่านมาสำนักข่าวต่างประเทศต่างมีนโยบายให้ผู้สื่อข่าวใส่เสื้อเกราะโดยเปิดเผยในเวลาลงทำงานภาคสนามที่มีอันตราย โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ปี 2553 ที่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศเสียชีวิตถึง 2 ราย ยิ่งทำให้เห็นว่าสิ่งป้องกันเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็น จึงเรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกการตั้งข้อหาทางอาญาต่อนายควาน และทำงานร่วมกับสมาคมสื่อในประเทศไทยเพื่อยกเลิกการตั้งความผิดทางอาญาต่อการมีเสื้อเกราะ หมวกนิรภัย และอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ ในครอบครอง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s