ศาลทหารสุราษฎร์เริ่มพิจารณาคดีระเบิดเซ็นทรัลเกาะสมุย นัดตรวจพยาน 22 ธ.ค.นี้

วันนี้(21ก.ย.2558)เวลา 11.00 น. ศาลจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี นัดสอบคำให้การจำเลยคดีเหตุระเบิด เซ็นทรัลพลาซ่าเกาะสมุย โดยคดีนี้อัยการศาลจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานีเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองคนคืออับดุลรอนิง ดือราแม และอับดุลเล๊าะ สาแม ได้กระทำผิดฐาน ร่วมกันก่อการร้าย, ร่วมกันมีและใช้วัตถุระเบิดในการกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สิน, ร่วมกันพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ จำเลยทั้งสองปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา หลังสอบคำให้การเสร็จสิ้นศาลนัดตรวจบัญชีพยานหลักฐานในวันที่ 22 ธ.ค. 2558

 

ก่อนสอบคำให้การศาลอ่านคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองคนฟังสรุปความได้ว่า จำเลยทั้งสองคนกับพวกที่ยังหลบหนีอยู่เป็นบุคคลพลเรือน ได้กระทำความผิดฐานร่วมกันมีและใช้วัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่การสงครามที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ อันเป็นความผิดที่มีเหตุพิเศษเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศและความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 50/2557 ข้อ1 ที่ให้ความผิดดังกล่าวอยู่ในอำนาจศาลทหารพิจารณาดคี และฉบับที่ 38/2557 ที่กำหนดให้คดีใดประกอบด้วยการกระทำความผิดหลายอย่างเกี่ยวโยงกัน แม้แต่ละอย่างจะเป็นความผิดในตัวเองได้อยู่และไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารให้อยู่ในอำนาจศาลทหารพิจารณาพิพากษาด้วย ซึ่งจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดในระหว่างที่ประกาศ คสช. ทั้งสองฉบับบังคับใช้อยู่

เมื่อประมาณเดือนมีนาคมจนถึงวันที่ 10 เม.ย.2558 ซึ่งอยู่ในระหว่างประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร วันเวลาใดไม่ปรากฎชัด จำเลยทั้งสองกับพวกบังอาจร่วมกันมีวัตถุระเบิดแสวงเครื่องจำนวนหนึ่งชุดซึ่งจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันประกอบขึ้นเอง และเป็นวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และยังร่วมกันสะสมกำลังพลและอาวุธจัดหารวบรวมทรัพย์สินสมคบกันเตรียมการและวางแผนเพื่อก่อการร้ายด้วยการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยทั้งสองมีหน้าที่จัดหารถยนต์กระบะอีซูซุ กระบะมิตซูบิชิ และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลฮอนด้า และพวกของจำเลยได้ร่วมกันจัดหากระบะมาสด้า รวมจำนวน 4 คันเพื่อใช้ก่อเหตุระเบิดบริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเฟสติวัล สาขาเกาะสมุย

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2558 จำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันทำการก่อการร้ายโดยนำรถกระบะมาสด้า มาซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่อง โดยใช้รถกระบะอีซูซุ มิตซูบิชิ และรถยนต์ฮอนด้า คุ้มกันรถยนต์ที่บรรทุกวัตถุระเบิดแล้วนำไปจอดไว้ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของห้าง แล้วจุดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือตั้งเวลาให้เกิดระเบิดขึ้น ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ4คน

จำเลยทั้งสองกับพวกได้มีเจตนาฆ่าผู้เสียหายทั้ง 4 และประชาชนทั่วไปโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและประสงค์ให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของห้างซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางเศรษฐกิจอันก่อให้เกิดหรือน่าจะเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความปั่นป่วนก่อให้เกิดความกลัวในหมู่ประชาชน แต่จำเลยทั้งสองกับพวกได้ลงมือกระทำไปโดยตลอดแล้วแต่ไม่บรรลุผล เนื่องจากสะเก็ดระเบิดไม่โดนอวัยวะสำคัญของผู้เสียหายทั้ง 4 คนและไม่ถูกประชาชนทั่วไปจึงไม่ถึงแก่ความตาย และเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของห้างเสียหายเป็นจำนวนเงิน 40 ล้านบาท

เจ้าพนักงานได้ตรวจยึดเศษชิ้นส่วนระเบิดและซากชิ้นส่วนของรถกระบะและป้ายของรถมาสด้า พร้อมยึดรถยนต์ฮอนด้าที่จำเลยทั้งสองกับพวกใช้เป็นพาหนะนำทางและคุ้มกันรถยนต์คันที่ซุกซ่อนระเบิดไปจอดที่ลานจอดรถของห้างไว้เป็นของกลาง โดยเหตุตามฟ้องเกิดขึ้นที่ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี อันเป็นเขตที่อยู่ในอำนาจประกาศใช้กฎอัยการศึกและอ.ตุมปัด รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ต่อเนื่องและเกี่ยวพันกัน

ภายหลังศาลอ่านคำฟ้องเสร็จสิ้นได้ถามจำเลยว่าจะให้การว่าอย่างไร จำเลยทั้งสองได้ให้การปฏิเสธโดยจะขอสู้คดีและได้ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ตั้งแต่ 20 พ.ค. 2558 จนถึงปัจจุบัน จากนั้นศาลได้นัดตรวจบัญชีพยานหลักฐานในวันที่ 22 ธ.ค. 2558 โดยในคดีนี้จำเลยทั้งสองคนได้รับความช่วยเหลือทางคดีจากทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

วันนี้มีญาติและเพื่อนของจำเลยทั้งสองมาร่วมให้กำลังใจกันหลายคน ซึ่งเจ้าหน้าที่ศาลอนุญาตให้ญาติของจำเลยเข้าร่วมฟังการสอบคำให้การได้ แต่เจ้าหน้าที่ศาลได้อ้างว่าเนื่องจากขนาดของห้องพิจารณาคดีมีขนาดเล็กจึงให้ญาติของจำเลยเข้าได้คนละสามคนเท่านั้น

ภายหลังเกิดเหตุระเบิดสื่อต่างๆ ได้นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาหนึ่งโดย มีการกล่าวถึงการจับกุมจำเลยทั้งสองว่า ในวันที่ 18เม.ย.2558เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้เข้าปิดล้อม ตรวจค้นบ้านของอับดุลรอนิง ดือราแมแล้วได้นำตัวไปเข้าสู่กระบวนการซักถามที่กรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นภายในบ้านแล้วไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ได้เก็บเครื่องแต่งกายของเขาไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อเปรียบเทียบกับวัตถุพยานว่ามีความเชื่อมโยงหรือไม่ ภรรยาของอับดุลรอนิง ให้สัมภาษณ์ว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้ามาควบคุมตัวโดยไม่ได้แจ้งข้อหา และทำการตรวจค้นบ้านและนำตัวไป ต่อมาวันที่ 23 เม.ย. ได้ออกหมายจับเขาในระหว่างที่ยังถูกควบคุมตัว

ในส่วนของอับดุลเล๊าะ สาแม มีข่าวว่าเมื่อวันที่ 26 เม.ย.2558 ศาลจังหวัดยะลาได้ออกหมายจับผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 5 คน ซึ่งมีชื่ออับดุลเล๊าะเป็นหนึ่งใน 5คนด้วย จากนั้นในวันที่ 20 พ.ค.พวกเขาถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย และถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แต่เนื่องจากคดี

เพิ่มเติมเนื้อหา : 18.00 น. 21 ก.ย.2558

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s