ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีไม่รายงานตัวต่อ คสช. ปรับ 2,000 บ. ยกโทษจำคุกเดือน10วันให้

9.00 . 17 .. 2558 ศาลแขวงดุสิต นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีของณัฐ สัตยาภรณ์พิสุทธิ์ ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศ ฉบับที่ 41/2557 ไม่มารายงานตัวตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พิพากษาลงโทษปรับ 2,000 บาท ยกโทษจำคุก 1 เดือน 10 วันให้

ศาลเริ่มอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า เมื่อวันที่ 24 ..2557 จำเลยรับทราบคำสั่ง คสช. เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติมที่หอประชุมกองทัพบกเทเวศน์ แต่จำเลยฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว และเนื่องจากจำเลยเคยมีคดีโทษจำคุกมาก่อน ขอให้ลงโทษตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 29/57ลงวันที่ 24 ..2557 ฉบับที่ 41/57 ลงวันที่ 26..2557ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 92, 94, 368เพิ่มโทษตามกฎหมาย

จำเลยให้การปฏิเสธแต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยขอถอนคำให้การและให้การใหม่รับสารภาพ โดยศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษฐานไม่มารายงานตัวตามคำสั่งและประกาศของ คสช. จำคุกเป็นเวลา 2 เดือน 20 วัน รับสารภาพจึงลดโทษเหลือ 1 เดือน 10 วัน โดยไม่รอลงอาญา โดยศาลให้เหตุผลว่า เขากระทำความผิดหลังพ้นโทษจากคดีก่อนหน้าไม่ถึง 5 ปี

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีนี้ให้รอลงโทษไม่ได้เนื่องจากเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน แต่การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษเพียง 1 เดือน 10 วันจากการฝ่าฝืนคำสั่งเรียกของ คสช. เท่านั้น อีกทั้งหลังจากฝ่าฝืนแล้วจำเลยไมได้มีพฤติการณ์หลบหนี จึงไม่ได้เป็นความผิดร้ายแรงถึงต้องจำคุก จึงสมควรให้ลงโทษปรับอีกสถานหนึ่งแล้วยกโทษจำคุกตามป.อาญา ม. 55 อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน

ศาลจึงพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลย 3,000 บาท เพิ่มโทษ 1ใน3ตามป.อาญา ม. 92 เป็นปรับ 4,000 บาท ลดโทษกึ่งหนึ่งตามป.อาญาม.78 คงปรับ2,000 บาท และรวมโทษจำคุก 1 เดือน 10 วัน แต่ให้ยกโทษจำคุกเสียตามป.อาญา ม. 55

ในคดีนี้ณัฐถูกจับกุมถึงสองครั้ง ครั้งแรก วันที่ 7 มิถุนายน 2557 เวลาประมาณ 01.00 . เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจบุกเข้าควบคุมตัวณัฐที่คอนโดมิเนียมย่านโชคชัย 4 หลังจากเขาไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช. ณัฐถูกสอบสวนและควบคุมตัวที่ค่ายทหารเป็นเวลา 7 วัน แต่เมื่อกลับถึงบ้านกลับพบว่ามีหมายจับส่งถึงคอนโดฯ

ต่อมาวันที่ 28 มิถุนายน 2557เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกไปจับณัฐที่คอนโดอีกครั้งและควบคุมตัวไปที่กอง บังคับการปราบปราม ภายหลังณัฐแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กองปราบฯว่า ได้ประสานทางสน.สามเสนไปก่อนแล้วว่าจะเข้ามอบตัวในวันที่ 30 มิถุนายนแล้ว ทางกองปราบฯจึงปล่อยตัวเขา

23 กรกฎาคม 2557อัยการนัดส่งตัวฟ้องที่ศาลแขวงดุสิต และศาลนัดพร้อมในวันที่ 2 กันยายน 2557 ซึ่งในวันนัดพร้อมอัยการได้ขอศาลสอบจำเลยเพิ่มเนื่องจากเคยกระทำความผิดอาญามาก่อน และยังพ้นโทษมาไม่ครบ 5 ปี เพื่อให้ศาลเพิ่มโทษ ต่อมาผู้พิพากษาได้ขอคำปรึกษากับอัยการเรื่องการกักขังณัฐของทหารและตำรวจก่อนหน้านี้ โดยศาลเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญควรจะใส่ลงในคำฟ้องด้วย นอกจากนี้ศาลยังเห็นว่ากรณีนี้ไม่ใช่ความผิดรายแรง อยากให้ทั้งสองฝ่ายไปคุยกับทหารเพื่อถอนฟ้องคดี

วันที่ 22 มกราคม 2558 ศาลแขวงดุสิตพิพากษาจำคุกณัฐเป็นเวลา 2 เดือน 20 วัน รับสารภาพจึงลดโทษเหลือ 1 เดือนกับ 10 วัน โดยไม่รอลงอาญา ศาลให้เหตุผลว่า เขากระทำความผิดหลังพ้นโทษจากคดีเก่าไม่ถึง 5 ปี ณัฐได้ยื่นขอประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 40,000 บาท แต่ศาลไม่มีคำสั่งในวันนั้นและส่งให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้สั่งแทน ณัฐจึงถูกนำตัวไปขังรอคำสั่งศาลที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ 4 คืน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 .. 2558ณัฐมีหมายเรียกอีกครั้งจากทหารกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ มาสอดไว้ที่ประตูคอนโดฯ โดยในจดหมายไม่มีการบอกจุดประสงค์ของการติดตามตัวครั้งนี้ และได้นัดเจอณัฐเมื่อวันที่ 20 .. ที่ Big C ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่อ้างว่าแค่ต้องการทราบว่ายังอยู่สถานที่เดิมหรือไม่และสอบถามข้อมูลเพื่อติดต่อเท่านั้นไม่ได้มีเจตนามาเพื่อทำการข่มขู่ ก่อนแยกกันเจ้าหน้าที่ยังกำชับว่าจะมีการโทรศัพท์ติดตามทุกสัปดาห์และต้องรับโทรศัพท์ทุกครั้ง และเมื่อเช้าวันที่ 18 .. เขาถูกเจ้าหน้าที่ทหารโทรศัพท์หาอีกครั้งเพื่อเช็คว่ายังอยู่ในประเทศหรือไม่

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s