คดีโปรยใบปลิวท่าน้ำนนท์สืบพยานเสร็จ นัดฟังคำพิพากษา 1 ธ.ค.นี้

วันนี้(16..2558) เวลา 9.00. ศาลจังหวัดนนทบุรีมีนัดสืบพยานนัดสุดท้ายคดีของชาญวิทย์ (สงวนนามสกุล) เลขคดีแดงที่ อ. 837/2552 ซึ่งถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีโปรยใบปลิวที่สถานีเรือโดยสารนนทบุรี(ท่าน้ำนนท์) เมื่อวันที่ 25 .. 2550 เป็นพยานจำเลยอีกสองปากคือตัวจำเลยเองและรศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาลนัดฟังคำพิพากษา 1 ธ.ค.2558

ชาญวิทย์เบิกความว่าตามคำฟ้องของโจทก์นั้นเขารับว่าเป็นผู้ทำเอกสารและเผยแพร่จริง แต่ว่าข้อความผิดหรือไม่นั้นเขาไม่แน่ใจเพราะเป็นประเด็นทางกฎหมาย

จากนั้นเขาเล่าว่าเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองทุกครั้งตั้งแต่ 14 ตุลา16, 6ตุลา 19และยังได้ร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทสไทยหรือ คพท. ปี 2535 เขาเข้าร่วมชุมนุมในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ต่อมาในปี 2539 ก็เข้าร่วมเป็นคณะทำงานรณรงค์รัฐธรรมนูญ ฉบับพ..2540 เขายังแสดงความเห็นว่า รธน. ปี 40 เป็นความหวังของการปฏิรูปทางสังคม แต่การรัฐประหารปี 2549 นั้นเป็นการทำลายความหวังของการปฏิรูปลง

ในประเด็นที่เขาไม่มาตามนัดศาลว่าจะถอนหรือไม่ถอนฟ้องเมื่อปี 2551ชาญววิทย์เล่าว่าหลังจากที่ได้ประกันตัวแล้ว ในตอนนั้นชวน หลีกภัยมีการแถลงข่าวเขาได้ตอบโต้ประเด็นในการแถลงข่าวนั้น ซึ่งตำรวจได้นำมาใช้เป็นเงื่อนไขถอนการประกันตัวของเขา ในวันที่ศาลนัดมาฟังว่าจะถอนหรือไม่ถอน เขาก็เลยไม่เข้า เพราะต้องการให้ข้อเท็จจริงที่เขาเผยแพร่ได้พิสูจน์ผ่านกาลเวลา

ช่วงอัยการถามค้านได้นำเอกสารคำให้การที่ชาญวิทย์เคยให้กับพนักงานสอบสวนในประเด็นการเข้ารักษาโรคทางประสาทเมื่อปี 2518 ดู จากนั้นอัยการถามเขาว่ายังมีอาการป่วยไหม เขารับว่าในตอนนั้นเขามีความเครียดจากการเรียนเทคนิกการแพทย์ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาจึงเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่และสงขลาอีกที่หนึ่ง แต่อาการของโรคได้หายตั้งแต่ปี 2519 ช่วงที่เขาอยู่ในเรือนจำ อัยการถามว่าข้อความในเอกสารใบปลิวได้สร้างความเสียหายต่อบุคคคลที่อ้างถึงหรือไม่ เขาบอกว่าไม่เชื่อว่าจะสร้างความเสียหายให้กับคนที่เขาได้กล่าวถึงในเอกสาร

พยานปากต่อมารศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ เบิกความในประเด็นความเป็นมาของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112และเหตุผลที่มีการแก้ไขเพิ่มโทษเพราะว่าในสมัยธานินทร์ กรัยวิเชียรเป็นนายกรัฐมนตรี มีการใช้ ม.112เพื่อปราบคอมมิวนิสต์ และกฎหมายนี้คุ้มครองเพียงแค่พระมหากษัตริย์ พระมหาราชินีและสยามมกุฎราชกุมาร และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เท่านั้น และกฎหมายมาตรานี้สมัยก่อนไม่ค่อยได้ใช้ในวันที่พระมหากษัตริย์ต้องเป็นคนกลั่นกรองคดีเอง แต่เขาไม่ทราบว่าทำไมถูกเอามาใช้มากขึ้น

ในการสืบพยานหลังจากชาญวิทย์เบิกความเสร็จผู้พิพากษาถามจำเลยว่าจะสืบพยานอีกกี่ปาก ทนายจำเลยแจ้งต่อศาลว่ามีพยานอีกสองปากคือรศ.ดร.สุธาชัยในประเด็นประวัติศาสตร์และพยานที่จะเบิกความในประเด็นทางกฎหมาย แต่ผู้พิพากษาขอให้ตัดพยานออก แต่ทนายจำเลยยืนยันว่าจะสืบพยานทั้งสองปาก ซึ่งศาลได้ตัดพยานที่จะเบิกความในประเด็นทางกฎหมายโดยศาลให้เหตุผลว่าศาลทราบในประเด็นทางกฎหมายแล้ว

ภายหลังการสืบพยานเสร็จสิ้นศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 1 .. 58 เวลา 9.00 .

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s