สืบพยานโจทก์คดีอภิชาตฝ่าฝืนประกาศห้ามชุมนุม ศาลยกคำร้องขอตีความกม. – แนะจำเลยรับสารภาพ

11 ก.ย. 2558 เวลา 09.00 น. ศาลแขวงปทุมวันนัดสืบพยานโจทก์ ในคดีที่อภิชาติ พงษ์สวัสดิ์ ฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 และ 216 จากเหตุการณ์ชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร วันที่ 23 พ.ค. 2557 สืบพยานโจทก์เสร็จหนึ่งปาก คือ ร.ท.พีรพันธ์ สรรเสริญ เจ้าหน้าที่ทหารผู้ทำการจับกุมอภิชาต ส่วนพยานโจทก์อีกราย คือ ร.ต.ท.ชลิต มณีพราว ทนายจำเลยยังถามค้านไม่เสร็จสิ้น นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2558 ศาลได้ยกคำร้องขอให้ศาลส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง ฉบับลงวันที่ 22 พ.ค. 2557 มีเนื้อหาที่ขัดและแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 4 และคำร้องขอให้ศาลชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้น รวมถึงหลังสืบพยานปากแรก ศาลได้แนะนำให้จำเลยรับสารภาพ เนื่องจากเห็นว่าเป็นคดีที่มีโทษน้อยอีกด้วย

เสกสรร ชาญวิธะเสนา ผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์และเริ่มพิจารณาคดี เวลา 10.10 น. พยานโจทก์ปากแรกที่ขึ้นเบิกความ คือ ร.ท.พีรพันธ์ สรรเสริญ นายทหารสารวัตร กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) ขึ้นเบิกความต่อศาลว่า พยานเป็นเจ้าพนักงานที่ทำการจับกุมตัวจำเลยในวันที่ 23 พ.ค. 2557 ไปยัง พล.ม.2 รอ. และควบคุมตัวไว้หนึ่งคืน ก่อนนำไปควบคุมตัวที่กองบังคับการปราบปรามจนถึงวันที่ 29 พ.ค. ซึ่งเป็นการควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก ซึ่ง ร.ท.พีรพันธ์ให้เหตุผลที่จับกุมอภิชาตว่า เพราะพยานเห็นว่าจำเลยเป็นแกนนำในการปลุกเร้าผู้ชุมนุม

ในวันที่ 29 พ.ค. 2557 พยานได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาทางวาจาให้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า จำเลยฝ่าฝืนประกาศ คสช. โดยมอบภาพจากสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์วันดังกล่าว และคลิปวิดีโอขณะพยานจับกุมจำเลยเดินไปยังวังสระปทุม เข้าใจว่าน่าจะเป็นช่างภาพข่าวหรือผู้ชุมนุมถ่ายไว้ จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวต่อตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา

ด้าน ร.ต.ท.ชลิต มณีพราว พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขึ้นเบิกความเป็นพยานโจทก์ปากที่สอง

ร.ต.ท.ชลิต เบิกความต่อศาลว่า วันที่ 24 พ.ค. 2557 มีเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวจำเลย ขณะพยานปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรสอบสวน โดยหนึ่งในทหารที่ควบคุมตัวจำเลยมา คือ ร.ต.พีรพันธ์ สรรเสริญ ตามยศขณะนั้น

พยานได้รับหนังสือจาก พล.ม.2 รอ. ให้กักตัวจำเลยตามกฎอัยการศึก พยานจึงรับตัวจำเลยไว้ ลงบันทึกรายการประจำวัน และลงรายมือชื่อในฐานะผู้รับตัว ซึ่ง ร.ต.พีรพันธ์ส่งมอบบันทึกการควบคุมตัวของทหารให้ด้วย

ทั้งนี้ ตามประกาศกฎอัยการศึกให้อำนาจควบคุมตัวได้ 7 วัน เมื่อครบกำหนดในวันที่ 29 พ.ค. 2557 ร.ต.พีรพันธ์ ได้มาแจ้งความในข้อหาฝ่าฝืนประกาศ คสช. ที่ 7/2557 กระทำการมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก ได้ฝ่าฝืน ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติงาน ส่วนความผิดตามมาตรา 112 แยกทำเป็นคดีต่างหาก โดย ร.ต.พีรพันธ์ส่งภาพของจำเลยในขณะร่วมชุมนุม และคลิปวิดีโอ ก่อนที่พยานจะรวบรวมพยานหลักฐานและมีความเห็นควรส่งสำนวนให้พนักงานอัยการสั่งฟ้องในข้อหาที่แจ้งทุกข้อ

เมื่อทนายความจำเลยได้ถามค้าน ร.ต.ท.ชลิต เบิกความว่า จำเลยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในชั้นสืบสวน ด้านอำนาจในการรับแจ้งความ มีระเบียบว่าด้วยอำนาจการสอบสวนของกองบังคับการกองปราบปราบ ไม่ได้ระบุถึงข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหรือละเมิดกฎอัยการศึกไว้โดยเฉพาะ แต่ข้อ 3.1.1.5 ระบุว่าเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ และเหตุผลที่พยานรับแจ้งความ เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง ซึ่งมีคำสั่งของคณะกรรมการสอบสวนกลาง ให้คดีความมั่นคง ถือเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ และในชั้นสอบสวน จำเลยมีสื่อมวลชนให้ความสนใจ

เมื่อ ร.ต.ท.ชลิตขึ้นเบิกความจนถึงเวลาประมาณ 15.50 น. ศาลได้หยุดการพิจารณาคดี และนัดมาสืบพยานโจทก์ต่อในวันที่ 30 ก.ย. 2558

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2558 ศาลได้ยกคำร้องขอให้ศาลส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง ฉบับลงวันที่ 22 พ.ค. 2557 มีเนื้อหาที่ขัดและแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 4 ซึ่งบัญญัติว่า

“ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้”

จำเลยจึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 มีปัญหาเกี่ยกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แม้มาตรา 47 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 จะรับรองความชอบด้วยกฎหมายของประกาศ คสช. ไว้ แต่บทบัญญัติตามมาตรานั้นไม่อาจรับรองความชอบด้วยกฎหมายในอนาคต และจำเป็นต้องถูกตรวจสอบโดยฝ่ายตุลาการ อีกทั้งบทบัญญัติในเรื่องสิทธิเสรีภาพยังเป็นหัวใจหลักของประเทศที่ปกครองโดยกฎหมาย ค่าพลังบังคับของรัฐธรรมนูญแต่ละมาตราจึงไม่เท่ากัน และศาลมีหน้าที่ในการปกป้องสิทธิเสรีภาพดังกล่าว แต่ศาลมีคำสั่งว่า ข้ออ้างของโจทก์ไม่มีเหตุที่จะดำเนินการตามที่จำเลยร้องขอได้

เช่นเดียวกับคำร้องขอให้ศาลชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้น เนื่องจากวันที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิด ประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 ได้บังคับใช้อยู่ แต่ต่อมามีการประกาศใช้ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และกฎหมายดังกล่าวมีลักษณะเป็นคุณต่อจำเลย จำเลยจึงขอให้ศาลชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นเพื่อทำให้คดีพิจารณาได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่จำเป็นต้องพิจารณาประเด็นสำคัญแห่งคดีบางข้อ ตามมาตรา 24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประกอบกับมาตรา 15 ประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญา

ศาลมีคำสั่งต่อคำร้องดังกล่าวว่า การวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ไม่สามารถนำมาใช้กับคดีอาญาได้ แม้จะปรากฏตามวิอาญา มาตรา 15 ว่าให้นำมาใช้ได้ ก็ใช้ได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น การพิจารณาคดี ศาลต้องพิจารณาเอาตามความเป็นจริง ว่ามีการกระทำความผิดตามฟ้อง และจำเลยได้กระทำความผิดตามที่ฟ้องจริงหรือไม่เท่านั้น จึงให้ยกคำร้อง และหลังสืบพยานปากแรก ศาลได้แนะนำให้จำเลยรับสารภาพ เนื่องจากเห็นว่าเป็นคดีที่มีโทษน้อยอีกด้วย

ทั้งนี้ จากการยกคำร้องของศาลแขวงปทุมวัน มีข้อสังเกตว่า กระบวนการยุติธรรมในปัจจุบัน ขาดช่องทางที่จะตรวจสอบความชอบธรรมของประกาศ หรือคำสั่งของ คสช. เนื่องจากศาลทหารเองก็ยกคำร้องขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าประกาศหรือคำสั่งของ คสช. ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยให้ความเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ได้บัญญัติหลักเกณฑ์การส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาว่ากฎหมายใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยบัญญัติเฉพาะที่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี ศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุดเท่านั้นที่จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดก็ได้ แต่ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อมีมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา หรือที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดเท่านั้น เมื่อไม่มีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับศาลทหารดังกล่าว ศาลทหารกรุงเทพจึงไม่อาจส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดได้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s