‘ชาวบ้านลาหู่ห้วยนกกก’ขึ้นศาลคดีรุกป่า-ทำร้ายจนท. ชี้ลุงวัย 57 ถูกป่าไม้ทำร้ายก่อน

14 ก.ย.58 ศาลจังหวัดฝางนัดพร้อมในคดีระหว่างพนักงานอัยการกับนายประแอ๋ คีรีรัศมี และพวกรวม 3 คน ในข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก และข้อหาร่วมกันต่อสู้ ขัดขวาง และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ โดยในคดีนี้มีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปกเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดี

ศาลได้อ่านฟ้องในคดีนี้ ระบุว่าเมื่อวันที่ 17 ก.ค.57 จำเลยที่ 1 คือนายประแอ๋ คีรีรัศมี ได้ทำการบุกรุกแผ้วถางป่าในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต คิดเป็นเนื้อที่ 1 ไร่ 68 ตารางวา ขณะที่จำเลยที่ 1 ถึง 3 ถูกกล่าวหาว่าได้ร่วมกันต่อสู้ ขัดขวาง และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ โดยคำฟ้องระบุว่าจำเลยที่ 1 ได้ต่อสู้โดยใช้มีดพร้าฟันไปที่ผู้เสียหายรายหนึ่งให้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อไม่ให้เข้าไปทำการจับกุมได้ ขณะที่จำเลยที่ 2 และ 3 มีการใช้มีดไม้ ทำการขู่เข็ญ และมีการกระโดดถีบผู้เสียหายให้ได้รับบาดเจ็บ

จำเลยทั้งสามได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ทางอัยการโจทก์และทนายจำเลยจึงได้ยื่นบัญชีพยานหลักฐานให้ศาลพิจารณา ศาลกำหนดเวลาสืบพยานฝ่ายละ 2 นัด คู่ความจึงไปนัดหมายวันสืบพยานที่ศูนย์นัดความ โดยที่ศาลจังหวัดฝางมีนัดคดีค่อนข้างหนาแน่น จึงได้นัดสืบพยานโจทก์และจำเลยคดีนี้ในวันที่ 16-19 สิงหาคม 2559

สำหรับจำเลยทั้งสามเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ อาศัยอยู่บ้านห้วยนกกก ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยจำเลยที่ 1 คือนายประแอ๋ อายุ 57 ปี นายวิฑูรย์ คีรีรัศมี เป็นบุตรชายของนายประแอ อายุ 22 ปี ขณะที่นายจะกุย จะปะโหล อายุ 37 ปี เป็นชาวบ้านในหมู่บ้าน

ทางฝ่ายจำเลยได้ให้ข้อมูลว่าในวันเกิดเหตุ นายประแอ๋ได้เข้าไปทำสวนลิ้นจี่ในพื้นที่ไร่ซึ่งทำกินมากว่า 20 ปีแล้ว แต่ระหว่างทางที่ไปตรวจสอบน้ำประปาภูเขาบริเวณแหล่งต้นน้ำซึ่งไม่ไหลในวันนั้น ได้พบเห็นเจ้าหน้าที่อุทยานพร้อมอาวุธปืน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พยายามจะเข้าจับกุม ทำให้เขาตกใจกลัว พยายามส่งเสียงแจ้งคนมาช่วย แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ใช้ไม้ตีเข้าที่ศีรษะ จนศีรษะแตกและสลบไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้มีการนำตัวไปไว้ที่กระท่อมใกล้ถนน มีการนำน้ำมาราดตัว และพูดข่มขู่ให้ยอมรับสารภาพว่าได้บุกรุกป่าใหม่

ขณะนั้น นายวิฑูรย์ บุตรชาย ได้เดินทางมาติดตามบิดาในที่เกิดเหตุ พบนายประแอ๋สลบอยู่ จึงพยายามขอร้องให้เจ้าหน้าที่นำตัวไปส่งโรงพยาบาล แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอม นายวิฑูรย์จึงโทรศัพท์ติดต่อไปที่ผู้นำชุมชนให้มาช่วยเจรจา จากนั้นได้มีชาวบ้านห้วยนกกกหลายสิบคนเดินทางมา เพื่อพยายามนำตัวนายประแอ๋ส่งโรงพยาบาล จนนำไปสู่เหตุชุลมุนและการปะทะกันระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่

IMG_6171

นายประแอ๋ คีรีรัศมี จำเลยที่ 1 อายุ 57 ปี 

ต่อมานายประแอ๋ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลฝางเป็นเวลาหลายวัน โดยได้มีญาติเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันเหตุถูกทำร้ายร่างกายที่สภ.ฝางเอาไว้ด้วย

ภายหลังเกิดเหตุ วันที่ 18 ก.ค.57 มีรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้เตรียมสนธิกำลังกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นในหมู่บ้าน แต่ถูกนายอำเภอฝางแจ้งให้ชะลอเอาไว้ก่อน เนื่องจากหวั่นว่าจะเกิดการปะทะหรือความรุนแรงระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่อีก โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ประชุมหารือร่วมกัน และประสานงานกับตำรวจในพื้นที่ ให้ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ในวันที่ 21 ก.ค.57 มีรายงานด้วยว่าเจ้าหน้าที่อุทยาน ทหาร และฝ่ายปกครองในท้องถิ่น ได้เข้าจัดประชุมกับชาวบ้านหนองไผ่และบ้านห้วยนกกก โดยมีชี้แจงปัญหาการบุกรุกที่ดิน และการขอคืนพื้นที่บุกรุกใหม่เพื่อนำไปฟื้นฟูสภาพให้เป็นป่าต้นน้ำ

21-07-01-1

เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทหาร และฝ่ายปกครองเข้าจัดประชุมชาวบ้านหลังเกิดเหตุ
[ภาพจาก สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)]

เวลาต่อมา นายประแอ๋ นายวิฑูรย์ และนายจะกุย ซึ่งเป็นชาวบ้านที่เข้าไปในที่เกิดเหตุด้วย ได้ถูกเรียกตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาในคดีนี้ จำเลยทั้งสามได้รับการประกันตัวด้วยหลักทรัพย์คนละ 1 แสนบาท โดยเป็นเงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม และมีทนายความจากศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่นเข้าช่วยเหลือในคดี

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s