ชาวม้งห้วยน้ำรินให้การคดีรุกป่าสงวน ชี้เหตุคดีมาจากการกลั่นแกล้งของผู้นำในชุมชน

7 ก.ย.58 ที่สถานีตำรวจภูธรแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ นายบุญยิ่ง แซ่วะ กลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ที่บ้านห้วยน้ำริน ตำบลทุ่งปี้ อำเภอแม่วาง ได้เดินทางเข้าให้การต่อพนักงานสอบสวน ภายหลังถูกเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.21 (สันป่าตอง) แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ขานและป่าแม่วาง คิดเป็นเป็นเนื้อที่ 0-3-48 ไร่ หรือประมาณ 3 งาน

นายบุญยิ่งได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และได้ยื่นคำให้การเป็นหนังสือต่อพนักงานสอบสวน โดยยอมรับว่าเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่จริง แต่ได้รับการอนุญาตหรือผ่อนผันให้ทำกินในพื้นที่พิพาทโดยถูกต้อง โดยบิดามารดาได้เข้าใช้ทำประโยชน์มานานแล้ว และได้ไปแจ้งการครอบครองต่อกรมป่าไม้ตั้งแต่เมื่อปี 2542 จึงได้รับการคุ้มครองตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 30 มิ.ย.41 และ 11 พ.ค.42

ต่อมาในปี 2548 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) ร่วมกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการตรวจสอบการครอบครองที่ดิน โดยได้ทำการรังวัดจับพิกัดและจัดทำแผนที่แสดงขอบเขตที่ดิน แต่การรังวัดจัดทำแผนที่ขอบเขตดังกล่าวยังไม่สมบูรณ์ มีบางแปลงที่ทำกินมาก่อน แต่ตกสำรวจ รวมถึงพื้นที่พิพาทด้วย ซึ่งเป็นที่ดินที่อยู่ต่อเนื่องเป็นแปลงเดียวกับแปลงที่สำรวจไปแล้ว

ภายหลังการประกาศนโยบายแผนแม่บทป่า ช่วงเดือนมิ.ย.57 ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการฟื้นฟู ปลูกป่า และป้องกันปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ ของอำเภอแม่วาง ได้มีมติให้พื้นที่ตกสำรวจของราษฎร สามารถทำการสอบสวนพิสูจน์สิทธิ์ใหม่ หากดำเนินการมาก่อนปี 2545 ก็สามารถทำกินในพื้นที่ต่อไปได้ ทั้งเมื่อวันที่ 7 ก.ค.58 เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ซึ่งรวมถึงผู้กล่าวหาและผู้นำชุมชนได้เข้าไปในพื้นที่พิพาท และได้มีการตกลงขอบเขตพื้นที่ทำกินแปลงพิพาทพร้อมนายบุญยิ่งแล้ว

1

ภาพป้ายประกาศพื้นที่แปลงปลูกป่าในบ้านห้วยน้ำริน ปี 2558 (ที่มาจากเพจ ชาวบ้านห้วยน้ำริน)

คำให้การยังระบุถึงสาเหตุที่มีการดำเนินคดีนี้ ว่าเนื่องเพราะมีความต้องการกลั่นแกล้ง โดยการแจ้งความดำเนินคดี ให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยระหว่างเดือนมิ.ย.– ส.ค.58 นายบุญยิ่งและชาวบ้านห้วยน้ำรินได้รับความเดือดร้อน จากการถูกหน่วยงานของผู้กล่าวหา และผู้นำในชุมชนบางส่วน เข้ายึดที่ดินทำกินของชาวบ้านไปดำเนินโครงการปลูกป่าจำนวนมาก ทั้งยังมีการข่มขู่ว่าจะดำเนินคดี ชาวบ้านได้พยายามคัดค้านและยื่นหนังสือร้องเรียนการละเมิดสิทธิต่อหน่วยงานต่างๆ โดยที่นายบุญยิ่งมีบทบาทในการเป็นตัวแทนชาวบ้านในการติดตามเจรจาถึงปัญหาที่ดินนี้ ทำให้ถูกโกรธเคืองจากกลุ่มที่เสียผลประโยชน์ในพื้นที่

ในช่วงกลางเดือนมิ.ย.-ส.ค.58 ผู้กล่าวหา ผู้นำชุมชน และพวกจำนวนมาก พร้อมด้วยอาวุธปืน ยังได้เข้าไปทำการปลูกป่าในพื้นที่ทำกินของนายบุญยิ่งและชาวบ้าน โดยชาวบ้านได้ยินเสียงปืนดังเป็นระยะๆ ในระหว่างที่มีการปลูกป่า หลังจากนั้นก็พบกระสุนปืนตกกระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ และในช่วงเดียวกัน ยังมีบุคคลเข้าไปตัดฟันต้นลิ้นจี่ ลำไย ข้าวโพด และข้าวไร่ของชาวบ้านที่ปลูกไว้ ให้ได้รับความเสียหายด้วย

ทั้งการดำเนินคดีนี้ ยังขัดต่อคำสั่งคสช.ที่ 66/2557 ที่ไม่ให้การดำเนินการตามแผนแม่บทป่าไม้ กระทบต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อย ฝ่ายนายบุญยิ่งจึงขอให้พนักงานสอบสวนสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้ โดยได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้ามอบต่อพนักงานสอบสวนด้วย

2

ภาพกระสุนปืนที่มีการพบในพื้นที่ ภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าไปทำการปลูกป่า (ที่มาจากเพจ ชาวบ้านห้วยน้ำริน)

สำหรับพื้นที่หมู่บ้านห้วยน้ำริน เคยถูกสัมปทานป่าจนกลายเป็นป่าเสื่อมโทรม ก่อนที่กลุ่มชาวบ้านม้งจำนวนหนึ่งจะย้ายมาอยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2521 โดยได้รับอนุญาตจากกำนันในสมัยนั้น ปัจจุบัน บ้านห้วยน้ำรินมีสมาชิกอยู่ 34 หลังคาเรือน โดยยังไม่ได้รับการจัดตั้งเป็นหมู่บ้านอย่างเป็นทางการ แต่เป็นหมู่บ้านสาขาของหมู่ 1 ตำบลทุ่งปี๊ อำเภอแม่วาง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s