บารมี ชัยรัตน์

ผู้ต้องหาที่ 15 – บารมี ชัยรัตน์ รับทราบข้อกล่าวหาเดียวกับ NDM

5 ส.ค. 58 เวลา 9.30 บารมี ชัยรัตน์ ผู้ประสานงานสมัชชาคนจน เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12 ที่ สน.สำราญราษฎร์ ท่ามกลางสมาชิกสมัชชาคนจนและสมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่หรือ NDM มาร่วมให้กำลังใจ

เบื้องต้น บารมี ชัยรัตน์ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวนที่ สน.สำราญราษฎร์ ภายหลังรายงานตัวได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ได้ปฏิเสธให้กาในวันนี้แต่จะทำหนังสือคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วส่งให้พนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน บารมีได้กล่าวอีกว่าการกระทำของขบวนการประชาธิปไตยเป็นการแสดงออกโดยสุจริต หากขบวนการประชาธิปไตยใหม่ถูกดำเนินคดีตนก็จะยอมถูกดำเนินคดีด้วย

ในประเด็นเรื่องการให้สมาชิก NDM ใช้สวนเงินมีมาเป็นที่พัก เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปคอยดูก็จะเห็นว่ามีคนเข้าออกอยู่ตลอดและก็ให้ใครก็เข้ามาเช่าใช้สถานที่ได้เป็นปกติอยู่แล้ว

ด้านทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนให้ความเห็นว่า การแจ้งข้อหาเนื่องมาจากบารมี ชัยรัตน์ร่วมชุมนุมในวันที่ 25-26 มิ.ย. เป็นการไปร่วมชุมนุมโดยสงบถือเป็นสิทธิที่พึงกระทำได้ แม้แต่รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ของ คสช. ก็ยังได้ระบุและรับรองเอาไว้ วันนี้ทางตำรวจยังไม่ฝากขังเนื่องจากไม่เห็นความจำเป็น ซึ่งหลังจากนี้จะทำคำให้การเพิ่มเติมส่งถึงพนักงานสอบสวนภายใน  30 วัน แต่ยังไม่มีกำหนดว่าจะส่งวันใด

คดีนี้สืบเนื่องมาจากบารมี ได้รับหมายเรียกรายงานตัวออกโดย สน.สำราญราษฎร์ ลงวันที่ 3 ก.ค. 2558 โดยผู้กล่าวหาคือ พ.ท.พงศฤทธิ์ ภวังค์คะนันท์ ผบ.พัน.ร.ศสร. กล่าวหาว่ามีส่วนร่วมกระทำความผิดกับขบวนการ ประชาธิปไตยใหม่ 14 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12 โดยให้บารมีไปรายงานตัวกับ พ.ต.ท.มานิตย์ ทองขาว พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.สำราญราษฎร์

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา พ.ท.พงศฤทธิ์ ได้แจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับบารมี เนื่องจากทั้ง 14 คนพักอาศัยอยู่ที่มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป (สวนเงินมีมา) โดยบารมีเป็นกรรมการและผู้ดูแลมูลนิธิฯ รวมถึงให้การดูแลผู้ต้องหาทั้ง 14 คน นอกจากนี้ในวันที่ 26 มิ.ย. ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมขบวนการประชาธิปไตยใหม่ บารมีแสดงตัวเป็นผู้ควบคุมดูแลมูลนิธิฯและลงลายมือชื่อยินยอมให้มีการตรวจ ค้นและนำตรวจค้นด้วยจึงเชื่อว่าได้ร่วมกระทำความผิดร่วมกับอีก 14 คนตามข้อกล่าวหาข้างต้น

นอกจากนี้ สมัชชาคนจนที่เดินทางมาให้กำลังใจที่ สน.สำราญราษฎร์ ราว 50 คน ได้ออกแถลงการณ์ มีเนื้อความเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีกับบารมี ชัยรัตน์ ผู้ประสานงานสมัชชาคนจน นักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ 14 คน และคนจนผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน อนุรักษ์ทรัพยากรชุมชนด้วยแนวทางสันติวิธี รวมถึงให้รัฐบาลทหารคืนอำนาจให้แก่ประชาชนโดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข

ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต

          (1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย
          (2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ
          (3) เพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี
ส่วน คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ข้อ 12 ระบุว่า ผู้ใดมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใด ๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่เป็นการชุมนุมที่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

บารมี ชัยรัตน์

แก้ไขเนื้อหาเมื่อ 16.00 น.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s