รายงาน สถานการณ์การแสดงออกออนไลน์ หลัง 22 พฤษภาคม 2558

รายงาน สถานการณ์การแสดงออกออนไลน์ หลัง 22 พฤษภาคม 2558

สถิติพฤติการณ์แห่งคดี จำนวน 14 คดี
พฤติการณ์แห่งคดี จำนวน/คน
1.โพสต์หรือแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย
(Youtube,Facebook,Prachatai)
9 คน
2.เผยแพร่ส่งต่อข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย
(E-mail,Facebook,4Share,เว็บไซต์ส่วนตัว)
9 คน
3.อื่นๆ เช่น ถูกปลอม Facebook และนำไปโพสต์ข้อความหมิ่น, เป็นสมาชิกกลุ่ม Facebook 6 คน

***หมายเหตุ: บางคดีมีผู้ต้องหาถูกกล่าวว่ากระทำความผิดในลักษณะเป็นเครือข่ายจึงมีพฤติการณ์แห่งคดีเพิ่มมากขึ้นแตกต่างกันออกไป


สถานการณ์การแสดงออกบนโลกออนไลน์

ภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาภาคม 2557 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหาในคดีทีเกี่ยวข้องกับการแสดงออกบนโลกออนไลน์ จำนวน 14 คดี มีผู้ต้องหาหรือจำเลยทั้งหมดจำนวน 24 คน ในจำนวนนี้มีจำนวน 4 คน ถูกดำเนินคดีภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติเรียกรายงานตัว ส่วนอีกจำนวนหนึ่งเป็นผู้ไม่ได้ถูกเรียกรายงานตัว ไม่เคยเข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือสนใจการเมืองมาก่อน โดยพฤติการณ์แห่งคดีก็มีความแตกต่างกันออกไป เช่น โพสต์ Facebook, แชร์คลิปวีดิโอ, อัปโหลดคลิปวีดิโอลงบนเว็บไซต์ หรือถูกปลอม Facebook บางคดีผู้ต้องหาถูกฝากขังจนครบ 84 วัน แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยตัวไป เพราะอัยการไม่ฟ้องภายในระยะเวลาที่กำหนด  ทั้งนี้เมื่อพิจารณาคดีทั้งหมดพบว่ามี 8 คดี ซึ่งถูกดำเนินคดีภายในศาลทหารตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 37/2557 โดยมีคดีที่อยู่ในศาลยุติธรรมเพียง 4 คดีเท่านั้น ส่วนอีก 2 คดี ยังอยู่ในชั้นตำรวจ

ในภาพรวมพบว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยบางรายเมื่อถูกจับกุมจะถูกพาตัวไปกักตัว 7 วันตามกฎอัยการศึกซึ่งในระหว่างนี้เจ้าหน้าที่จะขอรหัส Facebook หรือ E-mail  รวมทั้งเข้าตรวจค้นบ้านพัก พร้อมยึดคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแท็บแล็ตไป และมีกรณีที่เจ้าหน้าที่ใช้ Facebook ของผู้ถูกจับเพื่อนัดพบกับบุคคลอื่น เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์

นอกจากนี้ ยังมีกรณีหนึ่งที่จำเลยถูกจับกุม โดยเจ้าหน้าที่ใช้วิธีการเข้าถึง E-mail โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่นำข้อความส่วนตัวที่ส่งระหว่างจำเลยและผู้รับไปดำเนินคดีในมาตรา 112 จาก Link ที่แปะไว้ใน E-mail และถูกดำเนินตามมาตรา 116 ของประมวลกฎหมายอาญา ข้อหา “ยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในบ้านเมือง” จากหัวข้อ E-mail ถึงแม้ว่ากระบวนการเข้าถึงมูลดังกล่าวจะสามารถกระทำได้ตามกฎหมายภายในของไทย คือพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษพ.ศ. 2547 แต่ไม่ปรากฏว่าพนักงานอัยการอ้างคำร้องขอเข้าถึงข้อมูลตามกฎหมายเข้ามาในสำนวนแต่อย่างใด

ด้านการสอดส่องออนไลน์พบว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามพฤติกรรมการใช้ Facebook ของประชาชน เห็นได้จากเจ้าหน้าที่ทหารเข้าแจ้งความนายอานนท์ นำภา จากการโพสต์ Facebook จำนวน 5 ข้อความ และฟ้องนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพจากการโพสต์เฟซบุ๊ค เป็นความผิดตามมาตรา 116 ด้านข้อความที่ถูกนำมาใช้ในการพิจารณาพบความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ ในช่วงแรกจะใช้ดำเนินคดีตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา แต่ในช่วงหลังกลับนำมาดำเนินคดีตามมาตรา 116 มากขึ้น เช่น โพสต์ข้อความเรื่องปฏิวัติซ้อน หรือกล่าวหาว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โอนเงินไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อความที่ผู้โพสต์นั้นได้รับมาอีกทอดหนึ่ง

ในกรณีการตรวจยึดอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เมื่อพิจารณาในคดีการยึดโทรศัพท์มือถือของขบวนการประชาธิปไตยใหม่แล้ว พบว่าเจ้าหน้าที่ปฏิเสธไม่ให้ทนายความเข้าสังเกตการณ์การทำสำเนาข้อมูล เนื่องจากอ้างว่าเป็นกระบวนการภายในของตำรวจ แต่ได้นำเครื่องทำสำเนามาให้ดู และแจ้งว่าได้ทำสำเนาไว้สองชุด ชุดหนึ่งไว้ที่กองพิสูจน์หลักฐาน ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกชุดหนึ่งนำไปตรวจสอบต่อไป

เมื่อมองผลภายหลังการถูกดำเนินคดีพบว่า ในคดีของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ผู้ต้องหาและจำเลยที่ถูกดำเนินคดี 112 มีเพียง 3 รายเท่านั้นที่ไม่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำ ส่วนผู้ต้องหาและจำเลยที่เหลือไม่ได้รับการประกันตัว ทั้งเมื่อมีการสอบคำให้การ จำเลยส่วนใหญ่เลือกให้การรับสารภาพ และศาลทหารพิพากษาจำคุก 10 ปีต่อกรรม โทษสูงสุดในปัจจุบัน คือคดีของนาย ธ.ศาลพิพากษาจำคุก 50 ปี จากการโพสต์ 5 ข้อความในเฟซบุ๊ค โดยลดโทษจากการรับสารภาพครึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 25 ปี แต่ในคดีตามมาตรา 116 ผู้ต้องหาและจำเลยส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัว แต่ทั้งนี้ยังไม่มีคดีใดที่ศาลอ่านคำพิพากษาในข้อหานี้

โดยสรุป พบว่าภายหลังรัฐประหาร สถานการณ์การแสดงออกออนไลน์มีข้อจำกัดมากขึ้น ผ่านการเข้าถึง Facebook หรือ E-mail ส่วนบุคคล จนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตถูกดำเนินคดีในหลายคดี ซึ่งเป็นคดีความมั่นคงทั้งสิ้น โดยหากเป็นข้อหาในมาตรา 112 ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ไม่ได้รับการประกันตัว และศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 10 ปี ต่อกรรม ส่วนในคดีมาตรา 116 ผู้ต้องหาและจำเลยส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัว แต่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาในคดีนี้

Download รายงาน 20150717_รายงาน สถานการณ์การแสดงออกออนไลน์

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s