ประมวลสถานการณ์ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ 24 – 27 มิถุนายน 2558

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ประมวลสถานการณ์ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่

24 – 27 มิถุนายน 2558

ข้อมูลเบื้องต้น

นักศึกษากลุ่มดาวดิน จังหวัดขอนแก่น

ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 เพื่อเป็นการรำลึกถึงการครบรอบหนึ่งปีรัฐประหาร นักศึกษากลุ่มดาวดิน 7 คน ซึ่งเป็นกลุ่มในมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ทำงานรณรงค์เพื่อสิทธิชุมชนและประชาธิปไตยถูกจับกุมในเวลา 14.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจังหวัดขอนแก่น โดยถูกจับจากการทำกิจกรรมอย่างสงบผ่านการชูป้ายต่อต้านรัฐประหารและถูกพาไปยังค่ายศรีพัชรินทร์ (มทบ. 23) ก่อนที่จะถูกพาไปที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2558 เรื่องการห้ามชุมนุมทางการเมืองมากกว่า 5 คน ซึ่งเป็นการออกกฎหมายโดยอาศัยมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ในวันรุ่งขึ้นทั้งหมดได้รับการประกันตัว โดยใช้หลักทรัพย์เป็ยเงินสดจำนวน 7,500 บาท ต่อคน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำหนดให้กลุ่มดาวดินไปรายงานตัวในวันที่ 8 มิถุนายน 2558 แต่ทั้งหมดตัดสินใจไม่ไปรายงานตัวและรวมตัวเป็นกลุ่ม ขบวนการประชาธิปไตยใหม่

นักศึกษาในกรุงเทพ

ในคืนวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 นักศึกษา 38 คนถูกจับกุมโดยตำรวจและทหาร ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ในขณะที่ทั้งหมดกำลังชุมนุมอย่างสงบเพื่อรำลึกถึง 1 ปีรัฐประหาร แต่กลับถูกใช้กำลังดึงเข้าไปในหอศิลป์ เพื่อจับกุมและพาไปที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ตามข่าว นายทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ หนึ่งใน 38 นักศึกษาที่ถูกจับกุมร้องเรียนว่าถูกต้อยที่หน้าและเตะที่หน้าอกระหว่างที่นักศึกษาและเจ้าหน้าที่กำลังชุลมุนกัน โดยนายทรงธรรมถูกพาตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลหัวเฉียว นอกจากนายทรงธรรมแล้วยังมีนักศึกษาอีก 2 คนที่ถูกพาเข้าไปในโรงพยาบาล

นอกจากนี้ยังมีประชาชนอีกประมาณ 60 คนรวมตัวหน้าสถานีตำรวจเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 38 คน จนกระทั่งเวลาประมาณ 3.00 นาฬิกา ของวันที่ 23 พฤษภาคม ทั้งหมดได้ถูกปล่อยตัวโดนไม่แจ้งข้อกล่าวหา

อย่างไรก็ดี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกให้นักศึกษา 9 คนไปรายงานตัวในวันที่ 8 มิถุนายน 2558 เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา แต่นักศึกษาประกาศต่อสาธารณะว่าจะไปในวันที่ 24 มิถุนายน 2558

ขบวนการประชาธิปไตยใหม่

คือการรวมตัวกันของเครือข่ายองค์กรนักศึกษาจากเหนือ กลาง อีสาน ใต้ และองค์กรชาวบ้าน รวม 20 องค์กร โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2558 ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จังหวัดขอนแก่น ชูหลักการสำคัญ 5 ข้อประกอบด้วย

  1. หลักประชาธิปไตยที่จะทำให้คนไทยมีสิทธิเสรีภาพเสมอหน้าอย่างเท่าเทียมกัน
  2. หลักความยุติธรรมที่จะช่วยลดความขัดแย้งของคนในสังคม
  3. หลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดชีวิตของตนเอง
  4. หลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลทุกคนต้องเคารพและไม่กระทำการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสิทธิดังกล่าว
  5. หลักสันติวิธี

สถานการณ์ 24 – 27 มิถุนายน 2558

24 มิถุนายน 2558

สถานการณ์ ณ สน.ปทุมวัน

เวลา 9.30 น พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนประมาณ 100 นาย กำลังซ้อมกำลังพลที่บริเวณหน้าหอศิลป์ ในช่วงเวลา 10.30 น. พบว่าบริเวณสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมาก ตั้งแผงกั้นและยืนปิดล้อมบริเวณสถานีตำรวจและบริเวณรอบนอกมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอยู่ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ให้บุคคลที่ไม่ได้มาติดต่อราชการรวมทั้งนักข่าวเข้าไปข้างใน ในช่วงเดียวกันศูนย์ทนายฯได้รับการติดต่อว่า นักศึกษาดาวดินที่ถูกดำเนินคดีก่อนหน้านี้ทั้ง 7 คน จะเดินทางมาที่ สน.ปทุมวันเช่นเดียวกัน ต่อมาเวลาประมาณ 12.50 น. ทนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ซึ่งเป็นทนายความของนักศึกษาในกรุงเทพ แถลงข่าวว่า “นักศึกษาไม่ได้จะหลบหนีแต่ถูกจับและถูกปล่อยตั้งแต่ 23 พฤษภาคม 2558 แล้ว ซึ่งถ้านักศึกษาจะหลบหนีก็หนีไปแล้ว แต่นักศึกษาก็กำลังมา สน. ส่วนจะมอบตัวหรือจะแจ้งความกลับเป็นสิทธินักศึกษา”

ใน 13.00 น. นักศึกษากลุ่มดาวดินและนักศึกษาที่ถูกหมายเรียกก่อนหน้านี้ทั้ง 7 คน โดยไม่รวมนัชชชาที่ถูกพาตัวไปศาลทหารและธัชพงษ์หรือชาติชาย แกดำที่ไปรายงานตัวก่อนหน้านี้ โดยมีมวลชนมารวมตัวให้กำลังใจจำนวนมาก แต่ต้องรวมตัวกันที่บริเวณตลาดสามย่าน เมื่อมาถึงแล้วได้แจ้งว่า “วันนี้ไม่ได้มารายงานตัว แต่จะมาแจ้งความว่าถูกทำร้ายร่างกาย” หลังจากนั้น จึงมอบหมายให้ทนายความส่วนตัว เข้าแจ้งความแทนพันตำรวจโทรุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ แจ้งว่า ไม่สามารถให้ทนายความเข้าไปแจ้งความแทนได้ เนื่องจากจากตัวมาถึงแล้ว และให้เข้าไปแจ้งความทีละคน ซึ่งนักศึกษาทั้งหมดปฏิเสธและเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งโต๊ะรับแจ้งความที่หน้าตลาดสามย่าน ภายใน 15.15 น. มิฉะนั้น นักศึกษาพร้อมผู้ที่มาให้กำลังใจจะเข้าไปใน สถานีตำรวจเอง ต่อมาในเวลาประมาณ 15.30 น. พันเอกบุรินทร์ ทองปะไพ เดินทางมาที่ สน.ปทุมวัน พร้อมนำหมายจับของนักศึกษาดาวดินมาด้วย

ในเวลา 16.00 น. นักศึกษาจัดขบวนเดินเข้าไปใน สน. แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ ทั้งหมดจึงนั่งรอที่บริเวณหน้า สน. โดยมีนางสาวเกศรินทร์ เตียวสกุล จากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตัวแทนนักวิชาการ เช่น อาจารย์พวงทอง  ภวัครพันธุ์ ตัวแทนนักศึกษา เช่น รังสิมันต์ โรม เข้าเจรจากับพันเอกบุรินทร์ ซึ่งในเวลา 18.00 น. ได้ข้อสรุปคือ นักศึกษาสามารถเข้าไปแจ้งความได้ โดยจะไม่มีการจับกุม แจ้งข้อกล่าวหา แต่เมื่อแจ้งความแล้วให้แยกย้ายกันทันที ในเวลา 18.50 น. นักศึกษาที่ไม่มีหมายจับ 5 คนพร้อมทนายความจึงเดินเข้าไปแจ้งความ ในขณะเดียวกัน นักศึกษาดาวดิน (จตุภัทร บุญภัทรรักษา) ประกาศว่า “ยินยอมให้จับกุมถ้าเจ้าหน้าที่ยืนยันจะใช้อำนาจเผด็จการ แต่ถ้าไม่จับเรากลับ’เลย”

ในช่วงเดียวกัน ดาวดินและนักศึกษาในกรุงเทพ เริ่มเรียกตัวเองอีกครั้งว่า “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่”

ในเวลา 20.30 น. นักศึกษาดาวดินพยายามจะเข้าไปใน สน. เพื่อตรวจหมายจับ หากเข้าไปไม่ได้จะขอดูหมาย โดยขอคำตอบเรื่องภายใน 21.00 น. ถ้าไม่จับที่นี่ ก็เรียกร้องหลักประกันความปลอดภัย พร้อมทั้งพยายามเจรจาให้พันเอกบุรินทร์ออกมาพูดคุย แต่ผลการเจรจาไม่สำเร็จ เวลา 21.30 น. นักศึกษาที่เข้าไปแจ้งความทั้ง 5 คนพร้อมทนายความเดินทางออกแจ้งว่าได้แจ้งความเรียบร้อยแล้ว

ในเวลา 21.50 น. นักศึกษาและประชาชนหน้าสน.ปทุมวัน เดินทางกลับหมดแล้ว แต่นักศึกษาดาวดินทั้งเจ็ดคนที่ขึ้นรถของนายพันศักดิ์ ศรีเทพถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจำนวนมากขี่มอเตอร์ไซต์ตาม เวลา 22.50 น. นางสาวชลธิดา แจ้งเร็ว โพสใน facebook ส่วนตัวว่า “ระหว่างทางกลับจากสน.ปทุมวันมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไล่ตาม พร้อมแสดงหมายจับ เพื่อจะควบคุมตัวไป แต่ท้ายที่สุด หลังจากโทรประสานงานกัน เหมือนทางเจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่จะให้ปล่อยตัวไปก่อน”

สถานการณ์ ณ ศาลทหารกรุงเทพ

เวลา 9.45 น. นัชชชา กองอุดม 1 ใน 8 นักศึกษาที่ถูกออกหมายจับจากเหตุการณ์หน้าหอศิลป์ในวันครบรอบ 1 ปี รัฐประหาร และจะเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวันบ่ายวันนี้ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม ที่โรงพยาบาลวิภาวดี ขณะเจ้าตัวเข้ารับการรักษาจากอาการป่วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พาไปศาลทหารทันที แต่มีพฤติการณ์ขับรถวนไปวนมา จนถึงศาลทหาร ในเวลา 11.40 น.

เมื่อถึงศาลทหารฯ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ ได้เข้ามาพูดคุยกับนัชชชาที่ห้องทนายความ ซึ่งเป็นการคุยเล่นทั่วไป หลังจากนั้นนัชชชาถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. 3/2558 ฐานมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมืองต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอฝากขังนัชชชาต่อศาลทหาร ซึ่งทนายความ ยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขัง โดยอ้างเหตุ ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และได้แสดงความจำนงเข้าพบพนักงานสอบสวนก่อนหน้านี้แล้ว แต่ศาลยกคำร้องและอนุญาตให้ฝากขังเป็นเวลา 7 วัน เนื่องจากพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ต่อมาทนายความจึงยื่นคำร้อง ขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 10,000 บาท อ้างเหตุกำลังศึกษา มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี โดยในเวลา 16.40 น. ศาลสั่งอนุญาต พร้อมตั้งเงือนไข “ห้ามชุมนุมทางการเมือง หรือยุยงปลุกปั่นให้ชุมนุมทั้งทางตรงทางอ้อม” ต่อมา

ในเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวนัชชชา ไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ก่อนจะปล่อยตัวที่เรือนจำในเวลา 20.10 น. ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า นัชชชาถูกตรวจร่างกายโดยเจ้าหน้าที่ชาย ซึ่งขัดกับเพศวิถีและทางกายภาพที่นัชชชาแปลงเพศแล้ว

25 มิถุนายน 2558

การเคลื่อนไหวของขบวนการประชาธิปไตยใหม่

ศูนย์ทนายความฯ ได้รับแจ้งในเวลา 07.10 น. ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสองคันรถ มีเจ้าหน้าที่ 20 นาย ไม่ร่วมนอกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบที่อยู่รอบๆ เข้าล้อมสวนเงิน มีมา บริเวณคลองสาน กรุงเทพมหานคร เพื่อล้อมจับขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ที่พักอยู่ที่นั้น ในช่วงเดียวกัน รังสิมันต์ โรม โพสผ่าน facebook ส่วนตัวว่า “เวลายังไม่ทัน 7 โมงมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมาหาผมถึงที่พัก เพื่อสร้างความหวัดกลัว และข่มขู่แก่พวกเรา”

ต่อมาในเวลา 11.15 น. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่จัดแถลงข่าวว่า “ไม่ยอมรับกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและไม่ถือว่ามาตรา 44 เป็นกฎหมาย ซึ่งการทำรัฐประหารเป็นความผิดฐานกบฏ มีโทษประหาร กลุ่มประชาธิปไตยใหม่จึงปฏิเสธว่ากฎหมายของ คสช. ไม่ใช่กฎหมาย การเรียกรายงานตัวจึงถือว่าไม่มีค่าให้สนใจ”

ในเวลา 14.30 น. กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ออกจากสวนเงิน มีมา เพื่อขึ้นรถเมล์ไปที่สนามหลวง โดยมีรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบติดตามด้วย ต่อมาในเวลา 14.55 ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เดินทางถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อวางพวงมาลัยที่อนุสรณ์สถาน 6 ตุลา 19 ในมหาวิทยาลัยฯ และยืนสงบนิ่งไว้อาลัย ก่อนจะร้องเพลงเพื่อมวลชน เวลา 15.05 น. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ออกเดินเท้าไปยังอนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม และถึงที่หมายในเวลา 15.15 น. จากนั้นจึงทำการร้องเพลงร่วมกัน วางพวงมาลัยและยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงคาราวะต่อวีรชนพฤษภา 35 ก่อนเดินเท้าไปยังอนุสาวรีย์ 14 ตุลา ในเวลา 15.30 น. กลุ่มประชาธิปไตยใหม่  เดินเท้าถึงอนุสาวรีย์ 14 ตุลา ประกาศสานงานต่อจากวีรชน 14 ตุลา

ต่อมาเวลา 16.38 น. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ประกาศเดินเท้าไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และถึงที่หมายในเวลา 16.50 น. พร้อมประกาศว่าจะต่อต้านรัฐบาลทหารให้ถึงที่สุด โดยยึดหลัก 5 ประการคือ 1. ประชาธิปไตย 2. ความยุติธรรม 3. สิทธิชุมชน 4. การมีส่วนร่วม และ 5. สันติวิธี พร้อมล้อมผ้าดำรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยพร้อมชูป้ายผ้าเผด็จจงพินาศเผด็จการจงเจริญ พร้อมชี้แจงเหตุผลที่คัดค้านรัฐประหาร และประกาศปักหลักชุมนุมต่อไป อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลา 17.15 น. นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ทายาทวีรชนพฤษภา 35 และพล.ท.บุญธรรม โอริส จากศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป พยายามเข้ามาเจรจาปรองดองระหว่างกลุ่มประชาธิปไตยใหม่และเจ้าหน้าที่ โดยอ้างว่า “ต้องอยู่ในขอบเขต เพราะบ้านเมืองอยู่ในภาวะไม่ปกติ”

เวลา 19.05 น. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยประกาศเตรียมเลิกชุมนุม โดยมีเจ้าหน้าที่รอบๆ จับตาอย่างใกล้ชิดแต่ยังไม่มีท่าทีจะเข้าจับกุม และแยกย้ายกันในเวลา 19.10 น.

26 มิถุนายน 2558

การจับกุมขบวนการประชาธิปไตยใหม่

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งในเวลา เวลา 12.00 น. ว่า มีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอยู่รายล้อมสวนเงิน มีมา ซึ่งเป็นที่ๆขบวนการประชาธิปไตยใหม่พักอาศัยอยู่  ต่อมาเวลา 14.45 น. นักศึกษาออกมาแถลงข่าวระบุว่า ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังนักศึกษา มีเพียงประชาชนที่อยู่เบื้องหลังและจะยึดหลักการ 5 ข้อ พร้อมยืนยันไม่เจรจากับ คสช.

เวลา 17.15 น. เจ้าหน้าที่อย่างน้อย 31 คนบุกเข้าไปในสวนเงิน มีมา พร้อมแสดงหมายค้น ในการจ้บกุมมีการแสดงหมายจับออกโดยสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ ในข้อหามาตรา 116 ประกอบมาตรา 83 ของประมวลกฎหมายอาญา และนำนักศึกษา 14 คนที่ถูกออกหมายจับประกอบด้วย 1.นายรังสิมันต์ โรม 2. นายวสันต์ เสดสิทธิ 3.นายทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ 4.นายพายุ บุญโสภณ 5.นายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์ 6.นายรัฐพล ศุภโสภณ 7.นายศุภชัย ภูคลองพลอย 8.นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ 9.นายภาณุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ 10.นายสุวิชา พิทังกร 11.นายปกรณ์ อารีกุล 12.นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา 13.นายพรชัย ยวนยี 14. น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ขึ้นรถตำรวจพาไปที่สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ในขณะเดียวกันรอบนอกสวนเงิน มีมามีชาวบ้านถือป้ายประท้วงกลุ่มดาวดิน

เวลาประมาณ 18.00 น. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ทั้งหมดถูกพาตัวไปถึงสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ซึ่งบรรยากาศเจ้าหน้าที่นำเหล็กกั้นหน้าสถานีไม่ให้ประชาชนทั่วไปรวมทั้งนักข่าวเข้าไป ทำให้มีเพียงทนายความจากศูนย์ทนายความฯ เท่านั้นที่เข้าไปกับนักศึกษาได้ ในเวลา 18.30 น. ส. ศิวรักษ์เดินทางไปที่สถานีตำรวจแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปจึงเดินทางกลับ ส่วนทนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนักศึกษา 7 คนในกรุงเทพที่เดินทางมาถึงพร้อมกันสามารถเข้าไปได้ ต่อมาเวลาประมาณ 19.30 นักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ที่ไม่ได้ถูกจับกุมปักหลักร้องเพลงและเขียนข้อความให้กำลังใจเพื่อนหน้าสน.พระราชวัง และมีสื่อมวลชนเดินทางมาทำข่าว

เวลา 20.30 น. พ.ต.ท.อลงกรณ์ สดคมขำ ออกมาแจงกับนักข่าวว่าอยู่ระหว่างสืบสวนผู้ถูกจับกุมทั้ง14คน ก่อนนำไปฝากขังศาลทหารคืนนี้ ในขณะที่ด้านในเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งอ่านบันทึกการจับกุมแจ้งข้อกล่าวหาแต่ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ไม่ยอมรับบันทึกนี้ เนื่องจากขณะถูกจับไม่มีการแจ้งสิทธิ ในเวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจอ่านบันทึกจับกุมเป็นครั้งที่สอง แต่นักศึกษาโต้แย้งว่าพฤติการณ์การจับกุมไม่ชอบ เนื่องจากไม่มีการแจ้งสิทธิขณะจับกุม ต้องระบุชื่อเจ้าหน้าที่ทหารที่จับกุมและตอนจับไม่แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่และไม่ใส่เครื่องแบบ รวมทั้งไม่ได้หลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไม่ให้ลงนามในบันทึกการจับกุม เวลาประมาณ 21.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ขึ้นรถตู้ตำรวจไปที่ศาลทหารกรุงเทพ โดยมีผู้ให้กำลังใจเดินตาม ขณะที่ศาลทหารกรุงเทพ เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังปิดกั้นทางเข้าออก ในเวลา 21.52 น. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ถึงศาลทหาร และทนายความติดต่อขอยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขังซึ่งเจ้าหน้าที่อนุญาตให้เข้าไปในศาล

เวลา 22.52 ศาลทหารไต่สวนการฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 14 คน โดยทั้งหมดยื่นคัดค้านการฝากขัง อ้างเหตุไม่มีเหตุจำเป็นต้องฝากขัง โดยศาลห้ามไม่ให้ผู้อื่นนอกจากทนายความของนักศึกษาเข้าภายในห้องพิจารณา ใน 00.15 ของวันที่ 27 มิถุนายน 2558 ศาลทหารอนุญาตฝากขังทั้ง 14 คนเป็นเวลา 12 วัน ครบกำหนด 7 กรกฎาคม 2558 โดยในเวลา 00.30 น. นักศึกษาถูกพาตัวขึ้นรถไปเรือนจำ ซึ่งผู้ชาย 13 คนถูกพาไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพและผู้หญิง 1 คนถูกพาไปที่ทัณฑสถานหญิงกลาง โดยมีมวลชนตะโกนให้กำลังใจ หลังจากนั้นมวลชนส่วนหนึ่ง ประมาณ 20 คน ไปรวมตัวกันที่สน.ชนะสงคราม ก่อนจะสลายตัวไป

27 มิถุนายน 2558

การค้นรถทนายความของศูนย์ทนายฯ

เวลา 00.30 น. พล.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจขอค้นรถของเจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความ (ศิริกาญจน์ เจริญศิริ) แต่เนื่องจากไม่มีหมายค้น ทนายความจึงไม่ให้ค้น เจ้าหน้าที่จึงพยายามจะขนรถไปสน.ชนะสงคราม แต่ไม่สามารถขนไปได้ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้รถเสีย ในเวลา 1.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารจึงจะให้กำลังพลเฝ้ารถไว้แทน ต่อมาในเวลา 1.50 ตำรวจล็อคล้อและใช้กระดาษแปะทับที่เปิดประตูรถเพื่อรับประกันกับศูนย์ทนายฯว่าจะไม่เปิดรถโดยพลการ

9.45 น. นักข่าวเฝ้าสังเกตการณ์การตรวจค้นรถ เพื่อหาสิ่งของที่นักศึกษาฝากไว้บริเวณหน้าศาลทหาร แต่ทีมตรวจค้นยังมาไม่ถึง ต่อมา 10.48 น. เจ้าหน้าที่วิทยุให้ปิดกั้นทางเข้าศาลทหาร เตรียมตรวจค้นรถทนายความ เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์โทรแจ้งกับทนายความว่าได้หมายค้นจากศาลแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์เดินทางมาถึงรถในเวลา 11.30 น. แต่ยังไม่ตรวจค้น

จากนั้น 12.45 ทนายความและเจ้าของรถจึงเข้าแจ้งความที่ สน.ชนะสงครามในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เนื่องจากตำรวจไม่อำนาจยึดรถไว้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ลงบันทึกประจำวันไว้เพียงแต่มาตรวจสถานที่เกิดเหตุ ต่อมาเวลา 15.05 น. รอง ผบช.น.6 พร้อมผกก.สำราญราษฎร์ มาถึงที่เกิดเหตุแสดงหมายค้นและตรวจค้นรถทนายความ อ้างว่าเห็นมีการนำสิ่งของของผู้ต้องหามาเก็บไว้ในรถ จากนั้นจึงเริ่มค้นรถ โดยให้นำคอมพิวเตอร์ Tablet มือถือออกมาเพื่อแสดงว่าอุปกรณ์ต่างๆเป็นของใคร จากนั้นจึงยึดโทรศัพท์มือถือของนักศึกษาไปจำนวน 5 เครื่องและนำโทรศัพท์ออกจากพื้นที่ไปโดยไม่ใส่ซองปิดผนึก ก่อนจะนำกลับมาที่ศาลทหารในขณะที่การค้นกำลังดำเนินการอยู่ และแจ้งว่าจะนำไปเปิดและทำสำเนาที่กองพิสูจน์หลักฐาน ในวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2558 เวลา 13.00 น.

ต่อมาในเวลา 17.30 น. ทนายความเดินทางไปที่ สน.ชนะสงครามเพื่อแจ้งความตามมาตรา 157 ต่อจากช่วงกลางวัน แต่ตำรวจไม่ยอมแจ้งความ จึงมีการเจรจาต่อรอง ซึ่งสุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรับแจ้งความในเวลา 22.30 น.

ข้อเสนอแนะต่อสังคมระหว่างประเทศ

  1. ยกเลิกการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร
  2. ยุติการดำเนินคดีนักศึกษาและผู้ใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ
  3. ยุติการคุกคามและการเคารพการทำหน้าที่ของทนายความ
  4. องค์กรระหว่างประเทศควรติดตามโดยเข้าเยี่ยมและสังเกตการณ์พิจารณาคดี

Link to  Download 20150701_ศูนย์ทนายฯ – ประมวลสถานการณ์ 24 – 27 มิถุนายน 2558 ขบวนการประชาธิปไตยใหม่

Advertisements
By Thai Lawyers for Human Rights Posted in Article

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s