รายงาน สถานการณ์การแสดงออกออนไลน์ หลัง 22 พฤษภาคม 2558

รายงาน สถานการณ์การแสดงออกออนไลน์ หลัง 22 พฤษภาคม 2558

สถิติพฤติการณ์แห่งคดี จำนวน 14 คดี
พฤติการณ์แห่งคดี จำนวน/คน
1.โพสต์หรือแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย
(Youtube,Facebook,Prachatai)
9 คน
2.เผยแพร่ส่งต่อข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย
(E-mail,Facebook,4Share,เว็บไซต์ส่วนตัว)
9 คน
3.อื่นๆ เช่น ถูกปลอม Facebook และนำไปโพสต์ข้อความหมิ่น, เป็นสมาชิกกลุ่ม Facebook 6 คน

***หมายเหตุ: บางคดีมีผู้ต้องหาถูกกล่าวว่ากระทำความผิดในลักษณะเป็นเครือข่ายจึงมีพฤติการณ์แห่งคดีเพิ่มมากขึ้นแตกต่างกันออกไป


สถานการณ์การแสดงออกบนโลกออนไลน์

ภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาภาคม 2557 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหาในคดีทีเกี่ยวข้องกับการแสดงออกบนโลกออนไลน์ จำนวน 14 คดี มีผู้ต้องหาหรือจำเลยทั้งหมดจำนวน 24 คน ในจำนวนนี้มีจำนวน 4 คน ถูกดำเนินคดีภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติเรียกรายงานตัว ส่วนอีกจำนวนหนึ่งเป็นผู้ไม่ได้ถูกเรียกรายงานตัว ไม่เคยเข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือสนใจการเมืองมาก่อน โดยพฤติการณ์แห่งคดีก็มีความแตกต่างกันออกไป เช่น โพสต์ Facebook, แชร์คลิปวีดิโอ, อัปโหลดคลิปวีดิโอลงบนเว็บไซต์ หรือถูกปลอม Facebook บางคดีผู้ต้องหาถูกฝากขังจนครบ 84 วัน แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยตัวไป เพราะอัยการไม่ฟ้องภายในระยะเวลาที่กำหนด  ทั้งนี้เมื่อพิจารณาคดีทั้งหมดพบว่ามี 8 คดี ซึ่งถูกดำเนินคดีภายในศาลทหารตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 37/2557 โดยมีคดีที่อยู่ในศาลยุติธรรมเพียง 4 คดีเท่านั้น ส่วนอีก 2 คดี ยังอยู่ในชั้นตำรวจ

ในภาพรวมพบว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยบางรายเมื่อถูกจับกุมจะถูกพาตัวไปกักตัว 7 วันตามกฎอัยการศึกซึ่งในระหว่างนี้เจ้าหน้าที่จะขอรหัส Facebook หรือ E-mail  รวมทั้งเข้าตรวจค้นบ้านพัก พร้อมยึดคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแท็บแล็ตไป และมีกรณีที่เจ้าหน้าที่ใช้ Facebook ของผู้ถูกจับเพื่อนัดพบกับบุคคลอื่น เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์

นอกจากนี้ ยังมีกรณีหนึ่งที่จำเลยถูกจับกุม โดยเจ้าหน้าที่ใช้วิธีการเข้าถึง E-mail โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่นำข้อความส่วนตัวที่ส่งระหว่างจำเลยและผู้รับไปดำเนินคดีในมาตรา 112 จาก Link ที่แปะไว้ใน E-mail และถูกดำเนินตามมาตรา 116 ของประมวลกฎหมายอาญา ข้อหา “ยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในบ้านเมือง” จากหัวข้อ E-mail ถึงแม้ว่ากระบวนการเข้าถึงมูลดังกล่าวจะสามารถกระทำได้ตามกฎหมายภายในของไทย คือพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษพ.ศ. 2547 แต่ไม่ปรากฏว่าพนักงานอัยการอ้างคำร้องขอเข้าถึงข้อมูลตามกฎหมายเข้ามาในสำนวนแต่อย่างใด

ด้านการสอดส่องออนไลน์พบว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามพฤติกรรมการใช้ Facebook ของประชาชน เห็นได้จากเจ้าหน้าที่ทหารเข้าแจ้งความนายอานนท์ นำภา จากการโพสต์ Facebook จำนวน 5 ข้อความ และฟ้องนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพจากการโพสต์เฟซบุ๊ค เป็นความผิดตามมาตรา 116 ด้านข้อความที่ถูกนำมาใช้ในการพิจารณาพบความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ ในช่วงแรกจะใช้ดำเนินคดีตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา แต่ในช่วงหลังกลับนำมาดำเนินคดีตามมาตรา 116 มากขึ้น เช่น โพสต์ข้อความเรื่องปฏิวัติซ้อน หรือกล่าวหาว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โอนเงินไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อความที่ผู้โพสต์นั้นได้รับมาอีกทอดหนึ่ง

ในกรณีการตรวจยึดอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เมื่อพิจารณาในคดีการยึดโทรศัพท์มือถือของขบวนการประชาธิปไตยใหม่แล้ว พบว่าเจ้าหน้าที่ปฏิเสธไม่ให้ทนายความเข้าสังเกตการณ์การทำสำเนาข้อมูล เนื่องจากอ้างว่าเป็นกระบวนการภายในของตำรวจ แต่ได้นำเครื่องทำสำเนามาให้ดู และแจ้งว่าได้ทำสำเนาไว้สองชุด ชุดหนึ่งไว้ที่กองพิสูจน์หลักฐาน ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกชุดหนึ่งนำไปตรวจสอบต่อไป

เมื่อมองผลภายหลังการถูกดำเนินคดีพบว่า ในคดีของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ผู้ต้องหาและจำเลยที่ถูกดำเนินคดี 112 มีเพียง 3 รายเท่านั้นที่ไม่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำ ส่วนผู้ต้องหาและจำเลยที่เหลือไม่ได้รับการประกันตัว ทั้งเมื่อมีการสอบคำให้การ จำเลยส่วนใหญ่เลือกให้การรับสารภาพ และศาลทหารพิพากษาจำคุก 10 ปีต่อกรรม โทษสูงสุดในปัจจุบัน คือคดีของนาย ธ.ศาลพิพากษาจำคุก 50 ปี จากการโพสต์ 5 ข้อความในเฟซบุ๊ค โดยลดโทษจากการรับสารภาพครึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 25 ปี แต่ในคดีตามมาตรา 116 ผู้ต้องหาและจำเลยส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัว แต่ทั้งนี้ยังไม่มีคดีใดที่ศาลอ่านคำพิพากษาในข้อหานี้

โดยสรุป พบว่าภายหลังรัฐประหาร สถานการณ์การแสดงออกออนไลน์มีข้อจำกัดมากขึ้น ผ่านการเข้าถึง Facebook หรือ E-mail ส่วนบุคคล จนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตถูกดำเนินคดีในหลายคดี ซึ่งเป็นคดีความมั่นคงทั้งสิ้น โดยหากเป็นข้อหาในมาตรา 112 ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ไม่ได้รับการประกันตัว และศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 10 ปี ต่อกรรม ส่วนในคดีมาตรา 116 ผู้ต้องหาและจำเลยส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัว แต่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาในคดีนี้

Download รายงาน 20150717_รายงาน สถานการณ์การแสดงออกออนไลน์

Advertisements

​URGENT APPEAL – THE OBSERVATORY – ประเทศไทย: การควบคุมตัวโดยพลการและการคุกคามกระบวนการยุติธรรมต่อนักศึกษาที่เป็นนักเคลื่อนไหว 14 คน

(คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ)

ประเทศไทย: การควบคุมตัวโดยพลการและการคุกคามกระบวนการยุติธรรมต่อนักศึกษาที่เป็นนักเคลื่อนไหว 14 คนของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และการข่มขู่และคุกคามทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กรณีนส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ

การรณรงค์เร่งด่วน – โครงการ The Observatory

​URGENT APPEAL – THE OBSERVATORY

THA 002 / 0715 / OBS 055

การคุกคาม / การควบคุมตัวโดยพลการ /

การคุกคามกระบวนการยุติธรรม

ประเทศไทย

2 กรกฎาคม 2558

The Observatory for the Protection of Human Rights Defenders (โครงการสังเกตการณ์เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน) เป็นโครงการร่วมของ World Organization Against Torture (OMCT) (สมาคมต่อต้านการทรมานโลก) และ International Federation for Human Rights (FIDH) (สมาพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ) ขอให้ท่านกรุณาปฏิบัติการเร่งด่วนเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยดังต่อไปนี้

ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์

โครงการ Observatory ได้รับแจ้งข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือว่ามีการควบคุมตัวโดยพลการและการคุกคามกระบวนการยุติธรรมต่อนักศึกษาที่เป็นนักเคลื่อนไหว 14 คนของขบวนการประชาธิปไตยใหม่[i] ได้แก่ นายรังสิมันต์ โรม นายวสันต์ เสกสิทธิ์ นายทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ นายพายุ บุญโสภณ นายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์ นายรัฐพล ศุภโสภณ นายศุภชัย ภูคลองพลอย นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ นายภาณุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ นายสุวิชา พิทังกร นายปกรณ์ อารีกุล นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นายพรชัย ยวนยี และน.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว และการข่มขู่และคุกคามนส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความสิทธิมนุษยชนของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน[ii] นส. ศิริกาญจน์ยังเป็นหนึ่งในคณะทนายซึ่งเป็นตัวแทนของนักศึกษาที่เป็นนักเคลื่อนไหว 14 คน

ตามข้อมูลที่ได้รับ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558 เจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมนักเคลื่อนไหวทั้ง 14 คนตามหมายจับของศาลทหารกรุงเทพ พวกเขาถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ซึ่งห้ามการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (‘ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในบ้านเมือง’) หากศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในบ้านเมือง นักศึกษาที่เป็นนักเคลื่อนไหวเหล่านี้อาจได้รับโทษจำคุกเป็นเวลาไม่เกินเจ็ดปี นอกจากนั้น ยังอาจได้รับโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท หากพบว่ามีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558

เวลาเที่ยงคืนครึ่งของวันที่ 27 มิถุนายน 2558 ศาลทหารกรุงเทพมีคำสั่งให้ฝากขังนักศึกษาที่เป็นนักเคลื่อนไหว 14 คนเป็นเวลา 12 วัน (สามารถขยายระยะเวลาการฝากขังได้ไม่เกิน 48 วันโดยต้องมีการขอต่อศาลทุก 12 วัน) ชายทั้ง 13 คนถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วนนส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ถูกควบคุมตัวที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ในวันที่ 7 กรกฎาคม ศาลทหารกรุงเทพจะพิจารณาว่าจะขยายระยะเวลาการฝากขังหรือปล่อยตัวไป

นส.ศิริกาญจน์และเจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนคนอื่น ๆ อีกเจ็ดคนที่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่และให้ความช่วยเหลือนักศึกษาทั้ง 14 คนในฐานะทนายความ ณ สถานีตำรวจนครบาลพระราชวังและศาลทหารกรุงเทพ

ภายหลังการพิจารณาคดีเสร็จไม่นาน เจ้าพนักงานตำรวจกว่าสิบนายที่บริเวณศาลทหารกรุงเทพรวมทั้งพล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ขอเข้าตรวจค้นรถยนต์ของนส.ศิริกาญจน์ เพื่อค้นหาโทรศัพท์มือถือของนักศึกษาที่เป็นนักเคลื่อนไหว 14 คน เมื่อนส.ศิริกาญจน์ปฏิเสธไม่ให้ค้นรถเนื่องจากตำรวจไม่มีหมายศาล และยังมีกฎหมายคุ้มครองเป็นพิเศษต่อการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความและการรักษาความลับของลูกความ แต่ตำรวจได้ทำการล็อกล้อรถของนส.ศิริกาญจน์โดยพลการ และยังนำกระดาษขนาด A4 และใช้กระดาษกาวปิดผนึกบริเวณที่จับประตูรถทั้งสี่ด้าน และนำแผงเหล็กมากั้นรอบคันรถ กลุ่มทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเกรงว่าจะมีการเคลื่อนย้ายสิ่งของ ๆ ลูกความรวมทั้งคอมพิวเตอร์และแฟ้มเอกสารของทนายความออกจากในรถ พวกเขาจึงตัดสินใจพักค้างคืนในบริเวณนั้นเพื่อเฝ้ารถ

เวลา 12.45 น.ของวันเดียวกัน นส.ศิริกาญจน์ได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อเอาผิดกับเจ้าพนักงานในฐานะ ’ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ’ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีที่มีการยึดรถยนต์ของเธอไว้อย่างผิดกฎหมาย ยังไม่ทันที่ตำรวจจะรับแจ้งความ ตำรวจอีกทีมหนึ่งได้มาถึงบริเวณที่จอดรถตอน 15.30 น.พร้อมกับหมายค้นจากศาลและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อทำการตรวจค้นรถ

เมื่อมีการแสดงหมายค้น นส.ศิริกาญจน์จึงยินยอมเปิดรถยนต์ สิ่งของที่พบในรถประกอบด้วยแฟ้มเอกสารของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของทนายความ และสิ่งของที่เป็นสมบัติของนักศึกษาที่เป็นนักเคลื่อนไหวรวมทั้งโทรศัพท์มือถือห้าเครื่องที่เป็นของนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ได้ยึดเอาไว้ ระหว่างที่การตรวจค้นยังไม่สิ้นสุด ตำรวจนายหนึ่งได้นำโทรศัพท์มือถือห้าเครื่องออกไปจากที่เกิดเหตุ อีก 15 นาทีต่อมา ตำรวจได้นำโทรศัพท์มือถือทั้งห้าเครื่องกลับมาและนำบรรจุในซองพร้อมกับปิดผนึก จากนั้นมีการนำซองหลักฐานไปที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ

ประมาณ 18.00 น. นส.ศิริกาญจน์กลับไปที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามที่กรุงเทพ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับพล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 และเจ้าหน้าที่ตำรวจรายอื่น ๆ ในข้อหา “ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” นส.ศิริกาญจน์ และเจ้าหน้าที่คนอื่นของสำนักงานได้รับเชิญให้เข้าไปในห้องของสารวัตรสอบสวน และได้รับแจ้งว่าตำรวจมีอำนาจในการค้นรถ และบอกว่าถ้านส.ศิริกาญจน์จะแจ้งความ ตำรวจก็จะแจ้งความกลับเช่นกัน แม้จะถูกคุกคามเช่นนี้ ในเวลา 23.00 น. นส.ศิริกาญจน์ตัดสินใจที่จะแจ้งความในข้อหา ‘ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ’ และตำรวจยอมรับการแจ้งความในที่สุด

ในวันที่ 28 มิ.ย. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่าพบหลักฐานสำคัญในรถของนส.ศิริกาญจน์ และตำรวจอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะแจ้งความดำเนินคดีกับเธอหรือไม่ เป็นการให้สัมภาษณ์ในขณะที่ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังไม่ได้เปิดซองเพื่อตรวจโทรศัพท์มือถือที่ยึดมา เนื่องจากมีกำหนดการตรวจหลักฐานในวันที่ 29 มิ.ย.2558 และต้องรอให้ทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมาร่วมเป็นพยานระหว่างการเปิดซองที่มีโทรศัพท์ทั้งห้าเครื่อง

สุดท้ายในวันที่ 29 มิ.ย. ตำรวจได้ไปพบพ่อแม่ของนส.ศิริกาญจน์ที่บ้าน และขอให้แม่ดูภาพถ่ายหลายใบของนส.ศิริกาญจน์ และสอบถามประวัติความเป็นมาของลูกสาว

โครงการ Observatory ขอประณามอย่างยิ่งต่อการคุกคามกระบวนการยุติธรรมต่อนักศึกษาที่เป็นนักเคลื่อนไหว 14 คน รวมทั้งการคุกคามและข่มขู่ต่อนส.ศิริกาญจน์ ซึ่งมีเป้าหมายเพียงเพื่อแทรกแซงการทำกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนที่ชอบธรรม

โครงการ Observatory เรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อนักศึกษาที่เป็นนักเคลื่อนไหว 14 คน ให้ยุติการข่มขู่และคุกคามนส.ศิริกาญจน์ และให้ยกเลิกคำสั่งคสช.ซึ่งไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชน

ปฏิบัติการของท่าน :

กรุณาเขียนจดหมายถึงทางการไทย เพื่อร้องขอให้พวกเขา:

  1. ปล่อยตัวนักศึกษาที่เป็นนักเคลื่อนไหว 14 คนโดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข และให้ยุติการกระทำใด ๆ ที่เป็นการคุกคามกระบวนการยุติธรรมต่อพวกเขาและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนคนอื่น ๆ ในประเทศไทย
  2. ประกันให้มีการคุ้มครองความมั่นคงทางร่างกายและจิตใจไม่ว่าในสภาพการณ์ใด ๆ ของนักศึกษาที่เป็นนักเคลื่อนไหว 14 คนและนส.ศิริกาญจน์ รวมทั้งนักปกป้องสิทธิมนุษยชนคนอื่น ๆ ในประเทศไทย
  • ปฏิบัติตามกฎหมายในประเทศและระหว่างประเทศซึ่งคุ้มครองความอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความ และคุ้มครองไม่ให้มีการแทรกแซงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความ
  1. สั่งให้มีการสอบสวนกรณีการคุกคามนส.ศิริกาญจน์โดยทันที อย่างรอบด้าน และอย่างไม่ลำเอียง ทั้งนี้เพื่อจำแนกผู้รับผิดชอบ ให้นำตัวขึ้นศาลและให้นำบทลงโทษทางอาญา ทางแพ่ง และหรือทางปกครองมาใช้ตามความเหมาะสม
  2. ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2558 ซึ่งห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป
  3. ประกันว่าการใช้สิทธิในเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมจะไม่เป็นเหตุนำไปสู่การดำเนินคดีตามมาตรา 116 ของประมวลกฎหมายอาญา
  • ยุติการฟ้องร้องและดำเนินคดีต่อพลเรือนในศาลทหาร เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศซึ่งห้ามไม่ให้รัฐบาลใช้ศาลทหารกับพลเรือน กรณีที่ศาลพลเรือนยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
  • ปฏิบัติตามข้อบัญญัติในปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (UN Declaration on Human Rights Defenders) ซึ่งมีการรับรองในที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2541 โดยเฉพาะข้อ 1 ซึ่งระบุว่า “บุคคลทุกคนมีมิทธิ โดยลำพังหรือร่วมกับผู้อื่นที่จะส่งเสริมและต่อสู้เพี่อให้เกิดการคุ้มครอง และตระหนักถึงสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ในระดับประเทศและระหว่างประเทศ” รวมถึงข้อที่ 12.2 ซึ่งระบุว่า “รัฐต้องดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อประกันให้มีการคุ้มครองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก่บุคคลทุกคน โดยลำพังหรือโดยร่วมกับผู้อื่น เพื่อให้พ้นจากความรุนแรง การข่มขู่ การตอบโต้ การเลือกปฏิบัติทั้งในทางพฤตินัยหรือนิตินัย การกดดัน หรือการปฏิบัติโดยพลการอื่นใด ที่เป็นผลจากการที่บุคคลนั้นได้ใช้สิทธิอย่างชอบธรรมตามที่อ้างถึงในปฏิญญานี้”
  1. ประกันให้มีการเคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานในทุกสถานการณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและกฎบัตรระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยให้สัตยาบันรับรอง

ที่อยู่

  • นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำเนียบรัฐบาล 1 ถนนพิษณุโลก ดุสิต กรุงเทพฯ 10300 ประเทศไทยโทรสาร +66 (0) 2282 5131
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ถนนอัษฎางค์ แขวงราชบพิธ พระนคร กรุงเทพฯ 10200 ประเทศไทย
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร อาคารศรีอยุธยา 443 ถ.ศรีอยุธยา กรุงเทพฯ 10400 ประเทศไทย โทรสาร +66 (0) 2 643-5320 อีเมล์ minister@mfa.go.th
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา 120 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 ประเทศไทย โทรสาร +66 (0) 2 953-0503
  • ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตึก 1 ชั้น 7 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 ประเทศไทย โทรสาร +66 (0) 2 251 5956 / +66 (0) 2 251 8702
  • ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 120 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 ประเทศไทย อีเมล์ help@nhrc.or.th
  • Permanent Mission of Thailand to the United Nations in Geneva (คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา), rue Gustave Moynier 5, 1202 Geneva, Switzerland, โทรศัพท์ + 41 22 715 10 10; โทรสาร + 41 22 715 10 00 / 10 02; อีเมล์thailand@ties.itu.int
  • Embassy of Thailand in Brussels (สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์), 2 Sq. du Val de la Cambre, 1050 Ixelles, Belgium, โทรศัพท์ + 32 2 640.68.10; โทรสาร + 32 2 .648.30.66. อีเมล์ thaibxl@pophost.eunet.be

กรุณาเขียนจดหมายถึงคณะผู้แทนการทูตหรือสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศที่ท่านอยู่ด้วย

[i] ขบวนการประชาธิปไตยใหม่เป็นองค์กรรณรงค์เพื่อเรียกร้องให้คืนประชาธิปไตย ให้ยุติการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร และให้เคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่มีหลักการสำคัญห้าประการ ได้แก่ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม การมีส่วนร่วม และสันติวิธี

[ii] ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเป็นหน่วยงานซึ่งก่อตั้งขึ้นภายหลังรัฐประหารปี 2557 เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายกับพลเรือนที่ถูกจับกุมและ/หรือถูกฟ้องคดีโดยทหาร และทำหน้าที่สังเกตการณ์และบันทึกข้อมูลสถานการณ์สิทธิมนุษยชนหลังรัฐประหารและการละเมิดสิทธิซึ่งเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย แม้จะก่อตั้งมาได้เพียงปีเศษ ๆ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับรางวัลสิทธิมนุษยชนจากสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนธันวาคม 2557

By Thai Lawyers for Human Rights Posted in Knowledge

เชิญร่วมฟังการแถลงข่าวของศูนย์ทนายความฯ ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพ พรุ่งนี้ 12.30 น.

เรียน สื่อมวลชน

เนื่องด้วย คณะทนายความของ 14 นักศึกษาและนักกิจกรรมกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ จะมีการแถลงข่าวการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่สาธารณะชน จึงขอเชิญสื่อมวลชนร่วมรับฟังการแถลงข่าว ในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2558 (พรุ่งนี้) เวลา 12.30 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหาคร

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะสละเวลามาร่วมรับฟังข้อมูล

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

Follow us on Facebook and Twitter

By Thai Lawyers for Human Rights Posted in News Update

THAILAND: New Democracy Movement Review of situations 24 – 27 June 2015

THAILAND: New Democracy Movement

Review of situations

24 – 27 June 2015

Background

Dao Din Student activists in Khon Kaen

On 22 May 2015, which marked one year since the coup d’état on 22 May 2014, seven student activists of Dao Din Group, a student group advocating for community rights and democracy based at Khon Kaen University, were arrested at Khon Kaen Democracy Monument in Khon Kaen city (northeast of Thailand) at about 14:00hrs. The activists were arrested while peacefully displaying an anti-coup banner and taken to Sripatcharin Military Camp (MSTC 23) before being transferred to the Khon Kaen Provincial Police Station. They were released the next day on bail of 7,500 THB, after being charged for alleged violation of the Head of NCPO order No. 3/2015 (prohibition of any political gathering of five or more people) which was issued by virtue of Article 44 of the Thai interim constitution right after the Martial Law was lifted. The Khon Kaen police set 8 June for the Dao Din students to report themselves to the police but they decided to have not go to the station and form New Democracy movement.

Student activists in Bangkok

On the evening of 22 May, 38 student activists were arrested by police and military officers at Bangkok Art and Cultural Centre (BACC) where they were engaging a peaceful demonstration marking the one year anniversary of the coup d’état. The student activists were forcefully dragged into the BACC, arrested and brought to the Pathumwan Police Station. Reportedly, Mr. Songtham Kaewpanpruk, one of the 38 activists arrested, was allegedly punched in the face and kicked in the chest during the scuffle between the officers and the students and hospitalized at Hua Chiew Hospital. In addition to Mr. Songtham, at least two more students were hospitalized.

Subsequently, around 60 people gathered in front of the Pathuwam Police Station, demanding the release of the 38 detainees until approximately 3:00hrs on 23 May before all of them were released without charges.

However, the police later summoned 9 students to report to police on 8 June 2015 which would be to press charges against them. But the students publicized to the social that they will go there on 24 June 2015.

The New Democracy Movement (NDM)

The group is formed by students from the North, Central Plain, Northeast, and South plus more than 20 community-based organizations on 8 June 2015 at the Democracy Monument in Khon Kaen. Their fundamental five principles include;

  1. A democratic principle that helps to ensure equal rights and liberties for all Thai people
  2. A justice principle that helps to resolve conflicts in society
  3. A public participation principle that ensures self-determination
  4. Human rights and community rights are fundamental rights of all people and need to be respected and protected against any violation.
  5. Nonviolence

Situations on 24 – 27 June 2015

24 June 2015

Situation at Pathumwan Police Station

From 9.30am, about 100 police officials were having a drill in front of the Bangkok Art & Culture Centre (BACC). At 10.30am, about 30 police officials were deployed standing in multiple rows with traffic barriers put out to cordon off the Pathumwan police station. About 100 pain cloth officials were around the station. No one including any people coming to report a case or reporters were allowed inside. Meanwhile, TLHR were informed that seven members of the Dao Din would join the students in Bangkok at the police station. Around 12.50pm. Lawyer Kritsadang who represented the student activists in Bangkok told the press that “the students had no made an attempt to run. They were arrested and then released the same day on 23 May 2015. If they wanted to run, they could have done it. The students were coming to the police station. But whether they would turn themselves in or to sue the police back, it’s up to them”.

At 1.00pm, Dao Din students and seven other students who had been wanted, excluding Nachacha Kongudom and Thatchapong or Chartchai Kaedam who had reported themselves earlier, were taken to the Military Court. A large crowd was gathered to cheer them up in a location nearby (Sam Yan market). Upon arrival, they declared “Today we are not here to surrender, but to report a case against those who physically abused us.” Then, they authorized their lawyers to report the case in their behalf. But Pol. Lt. Col. Rungroj Puttiyawat informed them that it was not possible for someone to report the case in their behalf. They were advised to go one by one at a time to report the case inside the police station. But the students refused the proposal and demanded that the police come outside and receive the complaint from them in front of the market where they were gathered within 3.15pm, otherwise all of them and their supporters would all storm the police station. Later around 3.30pm. Col Burin Thongprapai, a judge advocate, arrived at the Pathumwan police station bringing with him arrest warrants against the Dao Din students.

At 4.00pm, the students marched in rows into the police station, but they hit a block and had to eventually sit down in front of the police station. Meanwhile, Ms. Kessarin Tiawsakul, from the National Human Rights Commission, Puangthong Pawakapan, an academic and Mr. Rangsiman Rome, a student had a negotiate with Col Burin and at 6.00pm, it was proposed that students could get inside the police station to report their cases without being arrested, given that they had to disperse afterward. At 6.50pm, five students not wanted by the authorities and an attorney went inside to report the case. Meanwhile, a Dao Din student (Chatupat Boonyapatraksa) declared that “We shall not resist the arrest, if the authorities insist on exercising the dictatorial power. Otherwise, we would all leave.”

Meanwhile, Dao Din and Bangkok Student activist again called themselves as “New Democracy Movement” (NDM).

At 8.30pm, Dao Din students attempted to enter the police station to check out the warrants against them. If they were not allowed in, they wanted see the warrants and they wanted an answer by 9.00pm. They asked that if the authorities did not arrest them here, they should guarantee their safety. They asked Col Burin for another round of negotiation to no avail. From 9.30pm, the five students went in to report the case and they came out with their attorney to tell the crowd that all the cases had been reported.

At 9.50pm, the crowd in front of the Pathumwan police station has dispersed. But the car driven by Mr. Pansak Srithep with the seven Dao Din students inside was trailed by a large number of undercover officials who came after them by motorcycles. At 10.50pm, Ms. Chonticha Chaengreo posted in her facebook wall that ‘while I was on my way home from the Pathumwan police station, some undercover officials chased after me trying to apprehend me. After they called their superior officers, they decided to let us go (to Loei).”

Situation at Bangkok Military Court

9.45am, Natchacha Kongudom, transgender, one of the eight students wanted from the event at the first anniversary of the coup in front of the Bangkok Art & Culture Centre (BACC), who was supposed to meet police officials at the Pathumwan police station in the afternoon, was charged by the police while she was seeing a doctor at Wipawadi Hospital for her sickness. She was then taken to the Military Court right away, though the car was intentionally driven off-course several times. She arrived at the Military Court around 11.40am.

At the Military Court, Col Burin Thongprapai, a judge advocate, approached and talked to her inside the attorney’s room. The conservation was rather casual. Then, she was indicted for violation of the Head of NCPO Order no. 3/2558 (2015) and for assembling with political purpose, the offence of which is punishable by not more than six months of imprisonment and a fine not more than 10,000 baht, or both. The inquiry officials ask the Military Court to have Natchacha remanded in custody, and it was objected by her attorney since she had not made any gesture of flight and had intended to meet the inquiry officials as scheduled. The Court dismissed the claim and ordered her being remanded in custody for seven days as the inquiry officials needed more time to gather evidence from her. Thus, the attorneys applied for her bail placing 10,000 baht as deposit and citing that the she needed to attend class, had a permanent address and had not made a gesture of flight. At 4.40pm. the Court granted the bail by placing a condition that she be “banned from participating in a political assembly, and from directly and indirectly inciting unrest and violence.”

At 5.00pm, prison officials brought Nachacha to the Bangkok Remand Prison (Male Prison) before releasing her in there around 8.10pm. Please note that prior to her release, Natchacha was subjected to physical examination by a male official, the treatment of which was against her gender and physical appearance since she had received sex change already.

25 June 2015

NDM’s Movement

TLHR was informed at 7.10am that two truck-loads of police officials with at least 20 officials in uniform, and many other pain cloth officials, were guarding the entrance of Suan Ngern Mee Ma, in Klong San, Bangkok, where the members of New Democracy Movement were staying. Meanwhile, Rangsiman Rome posted in facebook that “It’s not yet 7.00am, but many pain cloth officials were approaching me at the place where I stayed to intimidate and harass me.”

Later at 11.15am, the NDM had a press conference to declare their “defiance to the laws issued by the National Council for Peace and Order (NCPO) and their disregard of Section 44 as no law. We hold that coup-making was an act of treason punishable by death. Thus, the NDM repudiated that the laws issued by the NCPO is not lawful and the warrants issued to summon them were not worth heeding to.”

At 2.30pm, the NDM left Suan Ngern Mee Ma and took a bus to Sanam Luang trailed by pain cloth officer’s motorcycles. At 2.55pm, the NDM marched on to Thammasat University to lay wreaths at the 6 October 1976 Monument in the compound. After observing a moment of silence, they started to sing a marching song. At 3.05 pm, the NDM commenced on their march to the May 1992 Monument, arriving there ten minutes later. There, they sung songs, laid wreaths and observed a moment of silence to pay homage to the martyrs during the May 1992 uprising prior to marching on to the 14 October 1973 Monument at 3.30pm.

Then, they marched on at 4.38pm to the Democracy Monument arriving there 4.50pm and declared their resolution to oppose military rule through to the end based on five principles including (1) democracy, (2) justice, (3) community rights, (4) people’s participation, and (5) nonviolence. Then, they had a piece of black clothe wrapped around the Democracy Monument and held up their banners declaring the doom of the dictatorship and the rise of democracy. Then, they explained their reasons to come out against the coup and declared their determination to keep demonstrating. Around 5.15pm, Mr. Adul Kiewboriboon, father of a person killed during the 1992 Uprising and Lt. Boontham Oris from the Center for Reconciliation and Reform (CRR) have attempted to negotiate with the NDM and the officials claiming that any action “has to stay within a boundary given the abnormal situation of the nation.”

At 7.05pm, the students at the Democracy Monument announced their termination of the demonstration, while the surrounding officials kept watch, but had not charge them. All of them dispersed around 7.10pm.

26 June 2015

Arrested of the NDM

TLHR was informed about 12.00pm that some military and police officials including pain cloth officials cordoned off Suan Ngern Mee Ma where the New Democracy Movement members stayed. At 2.45pm, the students gave a press conference declaring no one was behind them, but the people. They kept to the five principles and refused to negotiate with the NCPO.

At 5.15pm., at least 31 officials stormed into the compound of Suan Ngern Mee Ma producing the search warrant and arrest warrants applied by the Samranrat Police Station on charges relating to the violation of Article 116 coupled with 83 of the Penal Code and Head of NCPO Order 3/2558 (2015). Fourteen members were arrested including (1) Mr. Rangsiman Rome, (2) Mr. Wasant Sadesit, (3) Mr. Songtham Kaewpanphruek, (4) Mr. Payu Boonsopon, (5) Mr. Apiwat Suntararak, (6) Mr. Rattapol Supasophon, (7) Mr. Supachai Pookhlongploy, (8) Mr. Apisit Sapnapaphan, (9) Mr. Panupong Sritananuwat, (10) Mr. Suvicha Pitungkorn, (11) Mr. Pakorn Areekul, (12) Mr. Chatupat Boonyapatraksa, (13) Mr. Pornchai Yuanyee and (14) Ms. Chonticha Chaengreo. They were driven by the police to the Pra Ratchawang Police Station. Meanwhile, around Suan Ngern Mee Ma, a group of local people were holding banners to protest against the Dao Din.

Around 6.00pm, all the students arrived at the Pra Ratchawang Police Station. The whole compound was completely locked down. Traffic barriers were put up to barricade the police station preventing anyone from coming in and out. No other persons, except attorneys from TLHR were allowed inside. At 6.30pm., Sulak Sivaraksa, a renowned social critic, arrived, but was not allowed inside. So he decided to leave. Only Mr. Krisadang Nutcharas, attorney of the seven members in Bangkok arrived and were allowed to get in there. Around 7.30pm, the other members of NDM who were not arrested were singing songs and writing to give moral support to their friends in front of the police station while a group of reporters were standing by.

At 8.30pm., Pol. Lt. Col. Alongkorn Sodkhomkham explained to the press that the fourteen detainees shall be brought for the order of remand in custody at the Military Court tonight. Inside, while the police officials were reading content of the arrest report to each of the alleged offenders, the students refused to sign the reports claiming that when the arrest took place, they were not informed of these rights. At 9.00pm, the police officials read again the arrest reports, and still the students argued that the arrests committed against them were unlawful since they were not immediately informed of their rights upon the arrest. Also, during the arrest, the military officials failed to declare their names and identify themselves as officials. They were not clad in their fatigues and they did not try to run away, so they could not sign in the arrest reports. Around 9.30pm, the police officials brought the students on a minivan and drove to the Bangkok Military Court with a throng of supporters. At the Bangkok Military Court, the officials sealed of the area. At 9.52pm, upon arrival at the Court, the attorneys asked to submit their objection to the remand in custody application. The attorneys were allowed to get inside.

At 10.52pm, the Military Court commenced the hearing to have the fourteen alleged offenders remanded in custody. All of them pleaded against the remand in custody claiming there was no ground for them to be held up. The hearing was conducted off limits to anyone but their attorneys and the students. At 0.15am of 27 June 2015, the Military Court granted the remand in custody of the students for twelve days until 7 July 2015. At 0.30a, the students were taken to the prisons; thirteen males were taken to the Bangkok Remand Prison, one female to the Woman Correctional Institution while the crowd was chanting to give them moral support. There was group of 20 people gathered at the Chana Songkhram Police Station, before dispersed themselves.

27 June 2015

Searching TLHR attorney’s car

0.30am, Pol. Maj. Gen. Chayaphon Chatchaidet, Bangkok Metropolitan Police Division 6 Commander, and other police officials asked to search a vehicle belonging to an attorney of TLHR (Sirikan Cahroensiri). As no search warrant was produced, the attorney denied the request. The officials tried in vain to tow the car to the Chana Songkhram Police Station as the towing truck was broken. At 1.30am, the military officials were deployed to watch out the car. At 1.50am, the police officials locked the wheels and sealed the door handles with pieces of paper to prevent the TLHR attorney from opening the car arbitrarily.

At 9.45am, a group of reporters were observing the car search to look for belongings left by the members in front of the Military Court, but the search team has not arrived. At 10.48am, the officials radioed the guards to close down entrance to the Military Court as the search was about to begin. At 11.00am, the police officials of Samranrat Police Station called and informed the attorney that a court warrant had been obtained from Criminal Court and officials from the Office of Police Forensic Science arrived at the car by 11.30am, though the search had not been commenced.

At 12.45pm, the attorney who owns the car reported to police at the Chana Songkhram Police Station against the police for their abuse of office, violation of Article 157 of the Penal Code, since despite having no lawful power, they proceeded to forfeit the car. The officials failed to record the complaint, but simply came to inspect the crime scene.

At 3.05pm, Bangkok Metropolitan Police 6 Deputy Commander with the Superintendent of Samranrat Police Station came to the car and produced the search warrant claiming to have seen objects handed by the alleged offenders and kept inside the car. Equipment found in the car included computers and mobile devices such as tablets and mobile phones. Five mobile phones belonging to the members were forfeited. As the search was going on, one police official brought the mobile phones unsealed and unenveloped outside the crime scene before returning them to the military court while the searching still going on. Later on, the officials said all the items shall be brought to and be opened at the Office of Police Forensic Science on Monday 29 June 2015 at 1.00pm.

Later, at 5.30pm, the attorney went to the Chana Songkhram Police Station to press the police to accept to the complaint. After some negotiation, the police agreed to receive the complaint at around 10.30pm.

Recommendations to international community

  1. Stop trying civilians in the Military Court.
  2. Stop criminalizing the members and people who exercise their right to freedom of expression peacefully.
  3. Stop intimidating and harassing lawyers when they perform their duties.
  4. Visit the New Democracy Movement who are being held in custody also monitor and observe trials.

Click to Download 20150701_TLHR – Review of NDM Situations 24-27 June 2015

By Thai Lawyers for Human Rights Posted in Article

ประมวลสถานการณ์ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ 24 – 27 มิถุนายน 2558

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ประมวลสถานการณ์ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่

24 – 27 มิถุนายน 2558

ข้อมูลเบื้องต้น

นักศึกษากลุ่มดาวดิน จังหวัดขอนแก่น

ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 เพื่อเป็นการรำลึกถึงการครบรอบหนึ่งปีรัฐประหาร นักศึกษากลุ่มดาวดิน 7 คน ซึ่งเป็นกลุ่มในมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ทำงานรณรงค์เพื่อสิทธิชุมชนและประชาธิปไตยถูกจับกุมในเวลา 14.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจังหวัดขอนแก่น โดยถูกจับจากการทำกิจกรรมอย่างสงบผ่านการชูป้ายต่อต้านรัฐประหารและถูกพาไปยังค่ายศรีพัชรินทร์ (มทบ. 23) ก่อนที่จะถูกพาไปที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2558 เรื่องการห้ามชุมนุมทางการเมืองมากกว่า 5 คน ซึ่งเป็นการออกกฎหมายโดยอาศัยมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ในวันรุ่งขึ้นทั้งหมดได้รับการประกันตัว โดยใช้หลักทรัพย์เป็ยเงินสดจำนวน 7,500 บาท ต่อคน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำหนดให้กลุ่มดาวดินไปรายงานตัวในวันที่ 8 มิถุนายน 2558 แต่ทั้งหมดตัดสินใจไม่ไปรายงานตัวและรวมตัวเป็นกลุ่ม ขบวนการประชาธิปไตยใหม่

นักศึกษาในกรุงเทพ

ในคืนวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 นักศึกษา 38 คนถูกจับกุมโดยตำรวจและทหาร ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ในขณะที่ทั้งหมดกำลังชุมนุมอย่างสงบเพื่อรำลึกถึง 1 ปีรัฐประหาร แต่กลับถูกใช้กำลังดึงเข้าไปในหอศิลป์ เพื่อจับกุมและพาไปที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ตามข่าว นายทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ หนึ่งใน 38 นักศึกษาที่ถูกจับกุมร้องเรียนว่าถูกต้อยที่หน้าและเตะที่หน้าอกระหว่างที่นักศึกษาและเจ้าหน้าที่กำลังชุลมุนกัน โดยนายทรงธรรมถูกพาตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลหัวเฉียว นอกจากนายทรงธรรมแล้วยังมีนักศึกษาอีก 2 คนที่ถูกพาเข้าไปในโรงพยาบาล

นอกจากนี้ยังมีประชาชนอีกประมาณ 60 คนรวมตัวหน้าสถานีตำรวจเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 38 คน จนกระทั่งเวลาประมาณ 3.00 นาฬิกา ของวันที่ 23 พฤษภาคม ทั้งหมดได้ถูกปล่อยตัวโดนไม่แจ้งข้อกล่าวหา

อย่างไรก็ดี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกให้นักศึกษา 9 คนไปรายงานตัวในวันที่ 8 มิถุนายน 2558 เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา แต่นักศึกษาประกาศต่อสาธารณะว่าจะไปในวันที่ 24 มิถุนายน 2558

ขบวนการประชาธิปไตยใหม่

คือการรวมตัวกันของเครือข่ายองค์กรนักศึกษาจากเหนือ กลาง อีสาน ใต้ และองค์กรชาวบ้าน รวม 20 องค์กร โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2558 ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จังหวัดขอนแก่น ชูหลักการสำคัญ 5 ข้อประกอบด้วย

  1. หลักประชาธิปไตยที่จะทำให้คนไทยมีสิทธิเสรีภาพเสมอหน้าอย่างเท่าเทียมกัน
  2. หลักความยุติธรรมที่จะช่วยลดความขัดแย้งของคนในสังคม
  3. หลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดชีวิตของตนเอง
  4. หลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลทุกคนต้องเคารพและไม่กระทำการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสิทธิดังกล่าว
  5. หลักสันติวิธี

สถานการณ์ 24 – 27 มิถุนายน 2558

24 มิถุนายน 2558

สถานการณ์ ณ สน.ปทุมวัน

เวลา 9.30 น พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนประมาณ 100 นาย กำลังซ้อมกำลังพลที่บริเวณหน้าหอศิลป์ ในช่วงเวลา 10.30 น. พบว่าบริเวณสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมาก ตั้งแผงกั้นและยืนปิดล้อมบริเวณสถานีตำรวจและบริเวณรอบนอกมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอยู่ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ให้บุคคลที่ไม่ได้มาติดต่อราชการรวมทั้งนักข่าวเข้าไปข้างใน ในช่วงเดียวกันศูนย์ทนายฯได้รับการติดต่อว่า นักศึกษาดาวดินที่ถูกดำเนินคดีก่อนหน้านี้ทั้ง 7 คน จะเดินทางมาที่ สน.ปทุมวันเช่นเดียวกัน ต่อมาเวลาประมาณ 12.50 น. ทนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ซึ่งเป็นทนายความของนักศึกษาในกรุงเทพ แถลงข่าวว่า “นักศึกษาไม่ได้จะหลบหนีแต่ถูกจับและถูกปล่อยตั้งแต่ 23 พฤษภาคม 2558 แล้ว ซึ่งถ้านักศึกษาจะหลบหนีก็หนีไปแล้ว แต่นักศึกษาก็กำลังมา สน. ส่วนจะมอบตัวหรือจะแจ้งความกลับเป็นสิทธินักศึกษา”

ใน 13.00 น. นักศึกษากลุ่มดาวดินและนักศึกษาที่ถูกหมายเรียกก่อนหน้านี้ทั้ง 7 คน โดยไม่รวมนัชชชาที่ถูกพาตัวไปศาลทหารและธัชพงษ์หรือชาติชาย แกดำที่ไปรายงานตัวก่อนหน้านี้ โดยมีมวลชนมารวมตัวให้กำลังใจจำนวนมาก แต่ต้องรวมตัวกันที่บริเวณตลาดสามย่าน เมื่อมาถึงแล้วได้แจ้งว่า “วันนี้ไม่ได้มารายงานตัว แต่จะมาแจ้งความว่าถูกทำร้ายร่างกาย” หลังจากนั้น จึงมอบหมายให้ทนายความส่วนตัว เข้าแจ้งความแทนพันตำรวจโทรุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ แจ้งว่า ไม่สามารถให้ทนายความเข้าไปแจ้งความแทนได้ เนื่องจากจากตัวมาถึงแล้ว และให้เข้าไปแจ้งความทีละคน ซึ่งนักศึกษาทั้งหมดปฏิเสธและเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งโต๊ะรับแจ้งความที่หน้าตลาดสามย่าน ภายใน 15.15 น. มิฉะนั้น นักศึกษาพร้อมผู้ที่มาให้กำลังใจจะเข้าไปใน สถานีตำรวจเอง ต่อมาในเวลาประมาณ 15.30 น. พันเอกบุรินทร์ ทองปะไพ เดินทางมาที่ สน.ปทุมวัน พร้อมนำหมายจับของนักศึกษาดาวดินมาด้วย

ในเวลา 16.00 น. นักศึกษาจัดขบวนเดินเข้าไปใน สน. แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ ทั้งหมดจึงนั่งรอที่บริเวณหน้า สน. โดยมีนางสาวเกศรินทร์ เตียวสกุล จากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตัวแทนนักวิชาการ เช่น อาจารย์พวงทอง  ภวัครพันธุ์ ตัวแทนนักศึกษา เช่น รังสิมันต์ โรม เข้าเจรจากับพันเอกบุรินทร์ ซึ่งในเวลา 18.00 น. ได้ข้อสรุปคือ นักศึกษาสามารถเข้าไปแจ้งความได้ โดยจะไม่มีการจับกุม แจ้งข้อกล่าวหา แต่เมื่อแจ้งความแล้วให้แยกย้ายกันทันที ในเวลา 18.50 น. นักศึกษาที่ไม่มีหมายจับ 5 คนพร้อมทนายความจึงเดินเข้าไปแจ้งความ ในขณะเดียวกัน นักศึกษาดาวดิน (จตุภัทร บุญภัทรรักษา) ประกาศว่า “ยินยอมให้จับกุมถ้าเจ้าหน้าที่ยืนยันจะใช้อำนาจเผด็จการ แต่ถ้าไม่จับเรากลับ’เลย”

ในช่วงเดียวกัน ดาวดินและนักศึกษาในกรุงเทพ เริ่มเรียกตัวเองอีกครั้งว่า “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่”

ในเวลา 20.30 น. นักศึกษาดาวดินพยายามจะเข้าไปใน สน. เพื่อตรวจหมายจับ หากเข้าไปไม่ได้จะขอดูหมาย โดยขอคำตอบเรื่องภายใน 21.00 น. ถ้าไม่จับที่นี่ ก็เรียกร้องหลักประกันความปลอดภัย พร้อมทั้งพยายามเจรจาให้พันเอกบุรินทร์ออกมาพูดคุย แต่ผลการเจรจาไม่สำเร็จ เวลา 21.30 น. นักศึกษาที่เข้าไปแจ้งความทั้ง 5 คนพร้อมทนายความเดินทางออกแจ้งว่าได้แจ้งความเรียบร้อยแล้ว

ในเวลา 21.50 น. นักศึกษาและประชาชนหน้าสน.ปทุมวัน เดินทางกลับหมดแล้ว แต่นักศึกษาดาวดินทั้งเจ็ดคนที่ขึ้นรถของนายพันศักดิ์ ศรีเทพถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจำนวนมากขี่มอเตอร์ไซต์ตาม เวลา 22.50 น. นางสาวชลธิดา แจ้งเร็ว โพสใน facebook ส่วนตัวว่า “ระหว่างทางกลับจากสน.ปทุมวันมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไล่ตาม พร้อมแสดงหมายจับ เพื่อจะควบคุมตัวไป แต่ท้ายที่สุด หลังจากโทรประสานงานกัน เหมือนทางเจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่จะให้ปล่อยตัวไปก่อน”

สถานการณ์ ณ ศาลทหารกรุงเทพ

เวลา 9.45 น. นัชชชา กองอุดม 1 ใน 8 นักศึกษาที่ถูกออกหมายจับจากเหตุการณ์หน้าหอศิลป์ในวันครบรอบ 1 ปี รัฐประหาร และจะเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวันบ่ายวันนี้ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม ที่โรงพยาบาลวิภาวดี ขณะเจ้าตัวเข้ารับการรักษาจากอาการป่วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พาไปศาลทหารทันที แต่มีพฤติการณ์ขับรถวนไปวนมา จนถึงศาลทหาร ในเวลา 11.40 น.

เมื่อถึงศาลทหารฯ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ ได้เข้ามาพูดคุยกับนัชชชาที่ห้องทนายความ ซึ่งเป็นการคุยเล่นทั่วไป หลังจากนั้นนัชชชาถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. 3/2558 ฐานมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมืองต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอฝากขังนัชชชาต่อศาลทหาร ซึ่งทนายความ ยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขัง โดยอ้างเหตุ ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และได้แสดงความจำนงเข้าพบพนักงานสอบสวนก่อนหน้านี้แล้ว แต่ศาลยกคำร้องและอนุญาตให้ฝากขังเป็นเวลา 7 วัน เนื่องจากพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ต่อมาทนายความจึงยื่นคำร้อง ขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 10,000 บาท อ้างเหตุกำลังศึกษา มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี โดยในเวลา 16.40 น. ศาลสั่งอนุญาต พร้อมตั้งเงือนไข “ห้ามชุมนุมทางการเมือง หรือยุยงปลุกปั่นให้ชุมนุมทั้งทางตรงทางอ้อม” ต่อมา

ในเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวนัชชชา ไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ก่อนจะปล่อยตัวที่เรือนจำในเวลา 20.10 น. ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า นัชชชาถูกตรวจร่างกายโดยเจ้าหน้าที่ชาย ซึ่งขัดกับเพศวิถีและทางกายภาพที่นัชชชาแปลงเพศแล้ว

25 มิถุนายน 2558

การเคลื่อนไหวของขบวนการประชาธิปไตยใหม่

ศูนย์ทนายความฯ ได้รับแจ้งในเวลา 07.10 น. ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสองคันรถ มีเจ้าหน้าที่ 20 นาย ไม่ร่วมนอกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบที่อยู่รอบๆ เข้าล้อมสวนเงิน มีมา บริเวณคลองสาน กรุงเทพมหานคร เพื่อล้อมจับขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ที่พักอยู่ที่นั้น ในช่วงเดียวกัน รังสิมันต์ โรม โพสผ่าน facebook ส่วนตัวว่า “เวลายังไม่ทัน 7 โมงมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมาหาผมถึงที่พัก เพื่อสร้างความหวัดกลัว และข่มขู่แก่พวกเรา”

ต่อมาในเวลา 11.15 น. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่จัดแถลงข่าวว่า “ไม่ยอมรับกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและไม่ถือว่ามาตรา 44 เป็นกฎหมาย ซึ่งการทำรัฐประหารเป็นความผิดฐานกบฏ มีโทษประหาร กลุ่มประชาธิปไตยใหม่จึงปฏิเสธว่ากฎหมายของ คสช. ไม่ใช่กฎหมาย การเรียกรายงานตัวจึงถือว่าไม่มีค่าให้สนใจ”

ในเวลา 14.30 น. กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ออกจากสวนเงิน มีมา เพื่อขึ้นรถเมล์ไปที่สนามหลวง โดยมีรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบติดตามด้วย ต่อมาในเวลา 14.55 ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เดินทางถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อวางพวงมาลัยที่อนุสรณ์สถาน 6 ตุลา 19 ในมหาวิทยาลัยฯ และยืนสงบนิ่งไว้อาลัย ก่อนจะร้องเพลงเพื่อมวลชน เวลา 15.05 น. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ออกเดินเท้าไปยังอนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม และถึงที่หมายในเวลา 15.15 น. จากนั้นจึงทำการร้องเพลงร่วมกัน วางพวงมาลัยและยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงคาราวะต่อวีรชนพฤษภา 35 ก่อนเดินเท้าไปยังอนุสาวรีย์ 14 ตุลา ในเวลา 15.30 น. กลุ่มประชาธิปไตยใหม่  เดินเท้าถึงอนุสาวรีย์ 14 ตุลา ประกาศสานงานต่อจากวีรชน 14 ตุลา

ต่อมาเวลา 16.38 น. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ประกาศเดินเท้าไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และถึงที่หมายในเวลา 16.50 น. พร้อมประกาศว่าจะต่อต้านรัฐบาลทหารให้ถึงที่สุด โดยยึดหลัก 5 ประการคือ 1. ประชาธิปไตย 2. ความยุติธรรม 3. สิทธิชุมชน 4. การมีส่วนร่วม และ 5. สันติวิธี พร้อมล้อมผ้าดำรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยพร้อมชูป้ายผ้าเผด็จจงพินาศเผด็จการจงเจริญ พร้อมชี้แจงเหตุผลที่คัดค้านรัฐประหาร และประกาศปักหลักชุมนุมต่อไป อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลา 17.15 น. นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ทายาทวีรชนพฤษภา 35 และพล.ท.บุญธรรม โอริส จากศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป พยายามเข้ามาเจรจาปรองดองระหว่างกลุ่มประชาธิปไตยใหม่และเจ้าหน้าที่ โดยอ้างว่า “ต้องอยู่ในขอบเขต เพราะบ้านเมืองอยู่ในภาวะไม่ปกติ”

เวลา 19.05 น. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยประกาศเตรียมเลิกชุมนุม โดยมีเจ้าหน้าที่รอบๆ จับตาอย่างใกล้ชิดแต่ยังไม่มีท่าทีจะเข้าจับกุม และแยกย้ายกันในเวลา 19.10 น.

26 มิถุนายน 2558

การจับกุมขบวนการประชาธิปไตยใหม่

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งในเวลา เวลา 12.00 น. ว่า มีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอยู่รายล้อมสวนเงิน มีมา ซึ่งเป็นที่ๆขบวนการประชาธิปไตยใหม่พักอาศัยอยู่  ต่อมาเวลา 14.45 น. นักศึกษาออกมาแถลงข่าวระบุว่า ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังนักศึกษา มีเพียงประชาชนที่อยู่เบื้องหลังและจะยึดหลักการ 5 ข้อ พร้อมยืนยันไม่เจรจากับ คสช.

เวลา 17.15 น. เจ้าหน้าที่อย่างน้อย 31 คนบุกเข้าไปในสวนเงิน มีมา พร้อมแสดงหมายค้น ในการจ้บกุมมีการแสดงหมายจับออกโดยสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ ในข้อหามาตรา 116 ประกอบมาตรา 83 ของประมวลกฎหมายอาญา และนำนักศึกษา 14 คนที่ถูกออกหมายจับประกอบด้วย 1.นายรังสิมันต์ โรม 2. นายวสันต์ เสดสิทธิ 3.นายทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ 4.นายพายุ บุญโสภณ 5.นายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์ 6.นายรัฐพล ศุภโสภณ 7.นายศุภชัย ภูคลองพลอย 8.นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ 9.นายภาณุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ 10.นายสุวิชา พิทังกร 11.นายปกรณ์ อารีกุล 12.นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา 13.นายพรชัย ยวนยี 14. น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ขึ้นรถตำรวจพาไปที่สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ในขณะเดียวกันรอบนอกสวนเงิน มีมามีชาวบ้านถือป้ายประท้วงกลุ่มดาวดิน

เวลาประมาณ 18.00 น. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ทั้งหมดถูกพาตัวไปถึงสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ซึ่งบรรยากาศเจ้าหน้าที่นำเหล็กกั้นหน้าสถานีไม่ให้ประชาชนทั่วไปรวมทั้งนักข่าวเข้าไป ทำให้มีเพียงทนายความจากศูนย์ทนายความฯ เท่านั้นที่เข้าไปกับนักศึกษาได้ ในเวลา 18.30 น. ส. ศิวรักษ์เดินทางไปที่สถานีตำรวจแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปจึงเดินทางกลับ ส่วนทนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนักศึกษา 7 คนในกรุงเทพที่เดินทางมาถึงพร้อมกันสามารถเข้าไปได้ ต่อมาเวลาประมาณ 19.30 นักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ที่ไม่ได้ถูกจับกุมปักหลักร้องเพลงและเขียนข้อความให้กำลังใจเพื่อนหน้าสน.พระราชวัง และมีสื่อมวลชนเดินทางมาทำข่าว

เวลา 20.30 น. พ.ต.ท.อลงกรณ์ สดคมขำ ออกมาแจงกับนักข่าวว่าอยู่ระหว่างสืบสวนผู้ถูกจับกุมทั้ง14คน ก่อนนำไปฝากขังศาลทหารคืนนี้ ในขณะที่ด้านในเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งอ่านบันทึกการจับกุมแจ้งข้อกล่าวหาแต่ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ไม่ยอมรับบันทึกนี้ เนื่องจากขณะถูกจับไม่มีการแจ้งสิทธิ ในเวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจอ่านบันทึกจับกุมเป็นครั้งที่สอง แต่นักศึกษาโต้แย้งว่าพฤติการณ์การจับกุมไม่ชอบ เนื่องจากไม่มีการแจ้งสิทธิขณะจับกุม ต้องระบุชื่อเจ้าหน้าที่ทหารที่จับกุมและตอนจับไม่แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่และไม่ใส่เครื่องแบบ รวมทั้งไม่ได้หลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไม่ให้ลงนามในบันทึกการจับกุม เวลาประมาณ 21.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ขึ้นรถตู้ตำรวจไปที่ศาลทหารกรุงเทพ โดยมีผู้ให้กำลังใจเดินตาม ขณะที่ศาลทหารกรุงเทพ เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังปิดกั้นทางเข้าออก ในเวลา 21.52 น. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ถึงศาลทหาร และทนายความติดต่อขอยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขังซึ่งเจ้าหน้าที่อนุญาตให้เข้าไปในศาล

เวลา 22.52 ศาลทหารไต่สวนการฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 14 คน โดยทั้งหมดยื่นคัดค้านการฝากขัง อ้างเหตุไม่มีเหตุจำเป็นต้องฝากขัง โดยศาลห้ามไม่ให้ผู้อื่นนอกจากทนายความของนักศึกษาเข้าภายในห้องพิจารณา ใน 00.15 ของวันที่ 27 มิถุนายน 2558 ศาลทหารอนุญาตฝากขังทั้ง 14 คนเป็นเวลา 12 วัน ครบกำหนด 7 กรกฎาคม 2558 โดยในเวลา 00.30 น. นักศึกษาถูกพาตัวขึ้นรถไปเรือนจำ ซึ่งผู้ชาย 13 คนถูกพาไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพและผู้หญิง 1 คนถูกพาไปที่ทัณฑสถานหญิงกลาง โดยมีมวลชนตะโกนให้กำลังใจ หลังจากนั้นมวลชนส่วนหนึ่ง ประมาณ 20 คน ไปรวมตัวกันที่สน.ชนะสงคราม ก่อนจะสลายตัวไป

27 มิถุนายน 2558

การค้นรถทนายความของศูนย์ทนายฯ

เวลา 00.30 น. พล.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจขอค้นรถของเจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความ (ศิริกาญจน์ เจริญศิริ) แต่เนื่องจากไม่มีหมายค้น ทนายความจึงไม่ให้ค้น เจ้าหน้าที่จึงพยายามจะขนรถไปสน.ชนะสงคราม แต่ไม่สามารถขนไปได้ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้รถเสีย ในเวลา 1.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารจึงจะให้กำลังพลเฝ้ารถไว้แทน ต่อมาในเวลา 1.50 ตำรวจล็อคล้อและใช้กระดาษแปะทับที่เปิดประตูรถเพื่อรับประกันกับศูนย์ทนายฯว่าจะไม่เปิดรถโดยพลการ

9.45 น. นักข่าวเฝ้าสังเกตการณ์การตรวจค้นรถ เพื่อหาสิ่งของที่นักศึกษาฝากไว้บริเวณหน้าศาลทหาร แต่ทีมตรวจค้นยังมาไม่ถึง ต่อมา 10.48 น. เจ้าหน้าที่วิทยุให้ปิดกั้นทางเข้าศาลทหาร เตรียมตรวจค้นรถทนายความ เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์โทรแจ้งกับทนายความว่าได้หมายค้นจากศาลแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์เดินทางมาถึงรถในเวลา 11.30 น. แต่ยังไม่ตรวจค้น

จากนั้น 12.45 ทนายความและเจ้าของรถจึงเข้าแจ้งความที่ สน.ชนะสงครามในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เนื่องจากตำรวจไม่อำนาจยึดรถไว้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ลงบันทึกประจำวันไว้เพียงแต่มาตรวจสถานที่เกิดเหตุ ต่อมาเวลา 15.05 น. รอง ผบช.น.6 พร้อมผกก.สำราญราษฎร์ มาถึงที่เกิดเหตุแสดงหมายค้นและตรวจค้นรถทนายความ อ้างว่าเห็นมีการนำสิ่งของของผู้ต้องหามาเก็บไว้ในรถ จากนั้นจึงเริ่มค้นรถ โดยให้นำคอมพิวเตอร์ Tablet มือถือออกมาเพื่อแสดงว่าอุปกรณ์ต่างๆเป็นของใคร จากนั้นจึงยึดโทรศัพท์มือถือของนักศึกษาไปจำนวน 5 เครื่องและนำโทรศัพท์ออกจากพื้นที่ไปโดยไม่ใส่ซองปิดผนึก ก่อนจะนำกลับมาที่ศาลทหารในขณะที่การค้นกำลังดำเนินการอยู่ และแจ้งว่าจะนำไปเปิดและทำสำเนาที่กองพิสูจน์หลักฐาน ในวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2558 เวลา 13.00 น.

ต่อมาในเวลา 17.30 น. ทนายความเดินทางไปที่ สน.ชนะสงครามเพื่อแจ้งความตามมาตรา 157 ต่อจากช่วงกลางวัน แต่ตำรวจไม่ยอมแจ้งความ จึงมีการเจรจาต่อรอง ซึ่งสุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรับแจ้งความในเวลา 22.30 น.

ข้อเสนอแนะต่อสังคมระหว่างประเทศ

  1. ยกเลิกการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร
  2. ยุติการดำเนินคดีนักศึกษาและผู้ใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ
  3. ยุติการคุกคามและการเคารพการทำหน้าที่ของทนายความ
  4. องค์กรระหว่างประเทศควรติดตามโดยเข้าเยี่ยมและสังเกตการณ์พิจารณาคดี

Link to  Download 20150701_ศูนย์ทนายฯ – ประมวลสถานการณ์ 24 – 27 มิถุนายน 2558 ขบวนการประชาธิปไตยใหม่

By Thai Lawyers for Human Rights Posted in Article