แถลงการณ์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ครบรอบหนึ่งปีรัฐประหาร

แถลงการณ์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ครบรอบหนึ่งปีรัฐประหาร

เผยแพร่วันที่ 22 พฤษภาคม 2558

          ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ทำการเข้ายึดอำนาจการปกครองจากประชาชนเมื่อวันที่  22  พฤษภาคม 2557 อันเป็นวิธีการได้มาซึ่งอำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้บริหารประเทศผ่านประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 122 ฉบับ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 184 ฉบับ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 17 ฉบับ และมีร่างกฎหมายซึ่งเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว 112 ฉบับ แม้ คสช.จะแต่งตั้ง สนช.ให้ออกกฎหมาย แต่คสช.ยังคงอำนาจนิติบัญญัติและบริหารไว้โดยเด็ดขาด ดังปรากฏตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557  ซึ่งขาดระบบการตรวจสอบและถ่วงดุล ปราศจากความรับผิดของเจ้าหน้าที่  ส่วนอำนาจตุลาการ คสช.ได้ประกาศให้ศาลทหารมีอำนาจดำเนินคดีเหนือพลเรือน ถือเป็นการทำลายระบบนิติรัฐอย่างรุนแรงที่สุด

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนซึ่งก่อตั้งขึ้นมาเพื่อให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้อำนาจหลังรัฐประหารพบว่าตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาการดำเนินการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติส่งผลกระทบด้านกระบวนการยุติธรรมและด้านสิทธิมนุษยชนจากการใช้อำนาจอย่างน้อยในเรื่องต่อไปนี้

  1. การดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร การใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก และการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน

คณะรักษาความสงบแห่งชาติใช้อำนาจในการสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนในการใช้สิทธิเสรีภาพทั้งการเรียกบุคคลให้ไปรายงานตัวหรือเชิญตัวบุคคลไปปรับทัศนคติ กว่า 700 คน การห้ามชุมนุมทางการเมืองโดยมีจับกุมผู้ชุมนุมหรือแสดงความคิดเห็นทางการเมืองกว่า 166 คน การใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกกักตัวบุคคลไม่เกินเจ็ดวัน รวมถึงกำหนดให้การดำเนินคดีพลเรือนในความผิดต่อพระมหากษัตริย์ ความมั่นคง ความผิดเกี่ยวกับอาวุธและคำสั่ง ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติในศาลทหาร

การใช้อำนาจในลักษณะดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนไม่กล้าใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และประชาชนบางส่วนเลือกที่จะหลบหนีออกนอกประเทศเนื่องจากหากเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในศาลทหารแล้วนั้นย่อมไม่มีหลักประกันในด้านความเป็นอิสระและเป็นกลางของผู้พิพากษาในการตัดสินคดีและความผิดซึ่งกระทำระหว่างประกาศกฎอัยการศึกยังคงไม่ได้รับสิทธิอุทธรณ์อันเป็นการขัดต่อหลักนิติรัฐและหลักการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม (Fair Trial)

  1. การดำเนินการผลักดันประชาชนออกจากพื้นที่ป่า

หลังจากมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 64/2257 เรื่องการปราบปรามและการหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ และการดำเนินนโยบายตามแผนแม่บท แก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งคาดการณ์ในเบื้องต้นว่ามีมากกว่า 100 ชุมชน และประชาชนหลายพันครัวเรือนได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้ โดยเป็นการใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จในการเข้าไปจัดทรัพยากรป่าไม้และที่ดินโดยละเลยต่อบริบทพัฒนาการการใช้พื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่พิพาทมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่รัฐใช้วิธีผ่อนผันให้ชาวบ้านทำกินหรืออยู่ในระหว่างการเจรจาแก้ไขปัญหา จนกระทั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติเข้ามาเร่งรัดการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐในการขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ โดยไม่สนใจต่อกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา

  1. การใช้อำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ.2557(ฉบับชั่วคราว)

แม้ว่าปัจจุบันคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึกแล้วเจ้าหน้าที่ทหารยังได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2558 ซึ่งออกตามมาตรา44 รัฐธรรมนูญ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจมากกว่ากฎอัยการศึกเนื่องจากเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยสามารถเข้าร่วมเป็นพนักงานสอบสวนได้ ส่งผลให้คดีความผิดซึ่งต้องขึ้นศาลทหารนั้น สามารถมีเจ้าหน้าที่ทหารในการดำเนินการตั้งแต่จับกุมคุมขัง สอบสวน ส่งฟ้องและพิพากษาคดี ซึ่งเป็นการละเมิดต่อสิทธิในกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรงเนื่องจากขัดต่อความเป็นอิสระและเป็นกลาง

นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะใช้อำนาจมาตรา 44 ในเรื่องต่างๆมากยิ่งขึ้นทั้งเรื่องทางบริหารและนิติบัญญัติ รวมถึงการโยกย้ายข้าราชการ ผู้บริหารในองค์การอิสระ การกำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษฯลฯ ซึ่งถือเป็นอำนาจเด็ดขาดผ่านการกลั่นกรองจากบุคคลเพียงคนเดียว รวมถึงยังรับรองคำสั่งหรือการกระทำ รวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่งหรือการกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ทำให้ปราศจากความรับผิดใดๆทางกฎหมายและไม่สามารถเยียวยาความเสียหายซึ่งอาจขึ้นจากคำสั่งหรือการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นได้

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่านอกจากที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติแล้ว การปกครองประเทศซึ่งขาดการมีส่วนร่วมและขาดการรับฟังความคิดเห็น โดยการจำกัดเสรีภาพของประชาชน และควบคุมกระบวนการยุติธรรมโดยเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองกลุ่มหนึ่ง ไม่อาจนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากประชาชนทุกฝ่ายไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างเสมอภาค ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจึงขอยืนยันให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ

  1. ยกเลิกและยุติการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร
  2. ยกเลิกและยุติการใช้อำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557
  3. ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมีที่มาจากประชาชน และจัดให้มีการเลือกตั้ง คืนอำนาจสู่ประชาชนโดยเร็ว

 

ด้วยความเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

Advertisements

แถลงการณ์ ให้ยุติการใช้อำนาจตามอำเภอใจและปล่อยตัวนักศึกษา นักกิจกรรมทั้งหมดโดยทันที อย่างไม่มีเงือนไข

แถลงการณ์ ให้ยุติการใช้อำนาจตามอำเภอใจและปล่อยตัวนักศึกษา นักกิจกรรมทั้งหมดโดยทันที อย่างไม่มีเงือนไข

ตามที่วันนี้ ได้มีกลุ่มนักศึกษา นักกิจกรรมหลายกลุ่มรวมตัวกันเพื่อแสดงออกทางการเมืองและคันค้านการรัฐประหารจนนำไปสู่การควบคุมตัวนักศึกษา นักกิจกรรมจำนวนมาก ประกอบด้วย

  1. การควบคุมตัวกรรมการศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย (Young People for Social-Democracy Movement,Thailand (YPD.)) จำนวน 11 คน ซึ่งจัดงานเสวนา หัวข้อ “22-22 : สิทธิชุมชน เสรีภาพ การศึกษา” ซึ่ง YPD จัดขึ้นในวาระครบรอบ 1 ปี รัฐประหาร ไปที่สถานีตำรวจชนะสงคราม ก่อนปล่อยตัวไปโดยไม่แจ้งข้อกล่าวหา
  2. การควบคุมตัวนักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น กลุ่ม “ดาวดิน” จำนวน 7 คน ไปที่ค่ายศรีพัชรินทร (มทบ.23) และนำตัวไปขังไว้ในห้องขัง สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ตั้งแต่เวลา 00 น. จนถึงปัจจุบัน (22.00 น.) และตั้งข้อกล่าวหา ฝ่าฝืนประกาศห้ามชุมนุมทางการเมือง ฉบับ 7/2557
  3. การควบคุมตัวนักศึกษา จำนวน 34 คน ไปที่สถานีตำรวจนครบาลประทุมวัน ตั้งแต่เวลา 30 น. จนถึงปัจจุบัน จากการร่วมงานสร้างงานศิลปะเชิงสัญลักษณ์ในกิจกรรม “1 ปีที่….” เพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดของเราตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาหลังเหตุการณ์ 22 พฤษภาคม 2557 ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ

ซึ่งศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เห็นว่า การควบคุมตัวดังกล่าวเป็นการควบคุมตัวตามอำเภอใจใช้อำนาจโดยมิชอบ จากเหตุดังนี้

  1. มีรายงานข่าวปรากฏว่า นักศึกษาหลายรายถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกาย[1] และใช้อำนาจในการควบคุมเกินขอนเขต มีการอุ้มหรือลากตัวผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่[2] จนต้องนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา การกระทำดังกล่าว เป็นการใช้กำลังประทุษร้ายผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ อันถือเป็นการควบคุมตัวตามอำเภอใจ
  2. เจ้าหน้าที่ปฏิเสธไม่ให้ทนายความหรือบุคคลไว้วางใจเข้าร่วมระหว่างการควบคุมตัว ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ถูกจับตามมาตรา 7/1 ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่า ต้องรอคำสั่งผู้บังคับบัญชา แต่มีการถ่ายใบอนุญาตว่าความของทนายความที่เรียกร้องขอเข้าให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย

การกระทำดังกล่าว เป็นการคุกคามการทำหน้าที่ทนายความ อีกทั้ง ยังเป็นการใช้อำนาจโดยอาศัยเพียงคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นการปฏิเสธความมั่นคงแห่งกฎหมาย

การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในการกระทำดังกล่าว ถือเป็นการไม่เคารพนิติรัฐและระบบกฎหมาย อาศัยเพียงคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาหรืออำนาจจากคณะรัฐประหาร สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน จากการใช้อำนาจบังคับโดยไม่คำนึงถึงระบบกฎหมาย

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจึงขอให้เปิดเผยรายชื่อผู้ถูกควบคุมตัว ปล่อยตัวนักศึกษา นักกิจกรรมทั้งหมดทันทีโดยไม่มีเงือนไขและเยียวยาการกระทำที่เกิดขึ้นโดยทันที รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจทั้งหมดรับผิดต่อการกระทำที่เกิดขึ้นภายใต้ระบบกฎหมาย

ด้วยความเคารพในสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

[1] จนท.ควบคุมตัวนักศึกษากว่า 30 คน หลังจัดกิจกรรม 1 ปี รปห. 22 พ.ค. หน้าหอศิลป์กทม., http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1432297983

[2] ตร.รวบ น.ศ.-นักกิจกรรมกว่า 20 คน หลังทำกิจกรรม 1 ปีรัฐประหารหน้าหอศิลป์ฯ, http://prachatai.org/journal/2015/05/59419

Public Statement On the first anniversary of the coup in Thailand

Public Statement by the Thai Lawyers for Human Rights (TLHR)

On the first anniversary of the coup in Thailand

For immediate release on 22 May 2015

            The National Council for Peace and Order (NCPO) has unlawfully seized ruling power from the people on 22 May 2015. 112 decrees have been issued by the NCPO in the past one year including 184 NCPO Orders, 17 Orders by the NCPO’s Head, and 112 Bills have already been deliberated by the National Legislative Assembly (NLA). Though the NLA has been tasked to promulgate the law, but the NCPO has maintained its absolute grip over the legislative affairs of the country including the invocation of Section 44 of the 2014 Interim Constitution of the Kingdom of Thailand without any checks and balances and to reinforce impunity of the officials. Meanwhile, judicially, the NCPO has issued an order to authorize the Military Court to try cases against civilians. It is indeed the most severe affront against the rule of law.

The Thai Lawyers for Human Rights (TLHR) is formed to provide legal aid to people affected by the exercise of state power in the aftermath of the coup. We have found in the past one year the NCPO’s implementations have affected justice process and human rights at least on the following matters.

  1. The trial of civilians in Military Court, the exercise of Martial Law, and the deprivation of people’s rights to freedom of expression

The NCPO has exercised its power to threaten people preventing them from exercising their right to freedom. More than 700 individuals have been summoned or invited for attitude adjustment. A ban has been put in place to prohibit political gathering, the violations of which have led to the arrest of more than 166 demonstrators or political dissents. Martial Law has often been invoked to hold a person in custody at least for seven days. And an Order has been issued to authorize the Military Court to try cases against civilians found culpable of cases including insult against the monarchy, an offence against national security, an offence relating to war weapons, and violations of the NCPO orders and announcements.

Such exercise of power has incurred fear making people feel not inclined to exercise their right to freedom of expression. Some people have chosen to live in exile since it they had opted to fight their cases in the military justice system, it would have provided them with no assurance as far as the impartiality and independence of the judiciary is concerned. Moreover, given the single-tiered nature of the military court, they would have no opportunity to ask a court of higher instances to review their cases. This is blatantly the flouting of the right to fair trial.

  1. Forced evictions of people from forest area

After the issuance of the NCPO order no. 64/2014 regarding the suppression and prevention of destruction of forest resources and the implementation of the master plan to deal with deforestation, encroachment on public land, and the sustainable management of natural resources, it is initially estimated that more than 100 communities including thousands of households have been affected. The forest and land management policy implemented with draconian power largely ignores traditional use of the land. In addition, in many of the areas in which the villagers have faced forced eviction, the land has been under negotiation with the authorities and the villagers have previously been given permission to temporarily stay put until further solution can be forged by both parties. But the NCPO’s order has acted as an impetus to force the authorities to carry out the eviction against the villagers in haste without considering the ongoing negotiation.

  1. The exercise of Section 44 of the 2014 Interim Constitution of the Kingdom of Thailand

Though Martial Law has been lifted, it was replaced by Section 44 of the 2014 Interim Constitution of the Kingdom of Thailand, which has led to the appointment of Peace and Order Maintenance Officer by the Order of the NCPO’s Head no. 3/2015. Such officers have even more power than those with power vested by Martial Law. According to the Order of the NCPO’s Head no. 3/2015, the Peace and Order Maintenance Officer can act as an inquiry official together with the police and as a result, the cases they get involved have to be indicted with the Military Court. In other word, the military officer as the Peace and Order Maintenance Officer, can get involved since the arrest, investigation, prosecution and adjudication. This has led to gross violation of the right to fair trial as it obviously lacks impartiality and independence.

In addition, it seems likely that the Head of NCPO will exercise Section 44 on more matters, administratively and legislatively including the reshuffle of government officials, the administration of regular impendent organizations, the proclamation of special economic zone, etc. Such exercise of power is single-handedly done by one person without whatsoever checks and balances. And the person who issues the order also has the power to certify the order and the act making it absolutely compatible with the Constitution and relevant statutory laws. In addition, the person who carries out the order is exempted from an legal culpability and no remedies can be sought through whatsoever means should the implementation of the order or the act has caused any damage.

The Thai Lawyers for Human Rights (TLHR) deems that apart from a lack of legality of the National Council for Peace and Order (NCPO) itself, the NCPO has ruled the country by shunning public participation and without listening to any opinions. An effort has fervently been made to deprive people of their rights and liberty and the military has even taken over the judiciary power despite the fact that they are one of the political stakeholders and dispute parties as well. As a result, the administration of the country this way shall bring no solution to the ongoing conflicts in the country given that not all parties in society have been treated with justice and equality. The Thai Lawyers for Human Rights (TLHR) would again demand that the NCPO;

  1. Stop trying civilians in the Military Court
  2. Stop exercising Section 44 of the 2014 Interim Constitution of the Kingdom of Thailand
  3. Provide for the drafting of the Constitution with public participation and ensure that a general election be held to return power to the people as soon as possible.

With respect in the rights and liberty of the people

The Thai Lawyers for Human Rights (TLHR)

Public Statement Cease the exercise of arbitrary power Immediately and unconditionally release the students

For release on 22 May 2015

Cease the exercise of arbitrary power

Immediately and unconditionally release the students

Today many students groups gathered to express their political views and opposition to the coup. This led to the detention of a large number of students and activists, including the following:

  1. 11 members of Young People for Social-Democracy Movement, Thailand (YPD), who organized a seminar on the topic of “22-22: Community Rights, Liberty, Education,” on the one-year anniversary of the coup, who are detained at Chana Songkhram police station.
  2. 7 students from the “Dao Din” group from Khon Kaen University were first detained at the Sripatcharin Army Camp (23rd Military Circle) and then taken for further detention at the Khon Kaen police station from 3 pm continuing until the present (10 pm). They have been charged with violating Head of NCPO order 3/2558 (2015) forbidding political demonstrations.
  3. 34 students have been detained at the Pathumwan police station from 6:30 pm until the present (10 pm) following participation in a symbolic art event entitled “1 year in which …” in front of the Bangkok Art and Culture Center in order to express their feelings and thoughts from the year that has passed since the events of 22 May 2014.

The view of Thai Lawyers for Human Rights is that the aforementioned detention is arbitrary and derives from the unlawful use of power for the following reasons:

  1. News reports indicate that many students were assasulted by state officials[1] and state officials used unnecessary force in carrying out arrests, to the degree that some had to go to the hospital for treatment.[2] These actions constitute the use of injurious force against peaceful, unarmed protestors. The arrests and detention are arbitrary.
  2. Officials refused to allow lawyers or those trusted (by the detained) to meet with those detained, which is a right of  arrested individuals per Article 7/1 of the Criminal Procedure Code. They claimed that they had to wait for the order from their commander, but they photocopied the legal licences of the lawyers who asked to be allowed to enter to provide legal assistance. These actions constitute a threat to the lawyers’ carrying out of their duties. Further, to exercise power solely on the basis of the order of the commander is a denial of the durability of the law.

The aforementioned exercise of power by the police and military constitutes a lack of respect for the rule of law and the legal system. To take actions which rely solely on a commander’s orders or the junta’s authority creates terror among the people, as it is the use of power without consideration for the law.

Thai Lawyers for Human Rights therefore calls on the authorities to reveal the names ofthose detained and the immediate and unconditional release of the students and activists being detained. We call for the immediate provision of remedies for these actions, including holding the police and military to account under the law.

With respect for the rights and liberties of the people

Thai Lawyers for Human Rights

[1] See “Officials detain more than 30 students following activities in front of the BACC for the one-year anniversary of the 22 May coup” [“จนท.ควบคุมตัวนักศึกษากว่า 30 คน หลังจัดกิจกรรม 1 ปี รปห. 22 พ.ค. หน้าหอศิลป์กทม.”], Matichon, 22 May 2015, Available online at: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1432297983.

[2] See “Police arrest more than 20 students and activists after they conduct activities for the coup anniversary in front of the BACC” [“ตร.รวบ น.ศ.-นักกิจกรรมกว่า 20 คน หลังทำกิจกรรม 1 ปีรัฐประหารหน้าหอศิลป์ฯ”], Prachatai, 22 May 2015, Available online at: http://prachatai.org/journal/2015/05/59419.