พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาใช้อำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญประกาศใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติรวม 5 ฉบับในรอบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาใช้อำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญประกาศใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติรวม 5 ฉบับในรอบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 58 -29 เม.ย. 58 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาใช้อำนาจตามมาตรา 44 ประกาศใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติรวม 5 ฉบับ ดังต่อไปนี้

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 6/2558[1] เรื่อง การกําหนดตําแหน่งเพิ่มและการแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่ง ซึ่งมีสาระสำคัญในการโยกย้ายตำแหน่งปลัดกระทรงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ  รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 7/2558 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา[2] ซึ่งมีสาระสำคัญคือ

ให้กรรมการคุรุสภา ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 กรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546  และกรรมการในคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาพ้นจากตำแหน่ง โดยแต่งตั้งกรรมการโดยตำแหน่งหน้าที่แทนโดยมีผลจนกว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะสิ้นสุดลง

กำหนดให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ตามคําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๕/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตรวจสอบความถูกต้องและโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ การบริหารการเงิน ทรัพย์สิน และผลประโยชน์อื่นใด ของคุรุสภา สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา และองค์การค้าของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 8/2558 เรื่อง การเลือกกรรมการแทนตําแหน่งที่ว่างในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ[3] ซึ่งมีสาระสำคัญคือให้ กสทช. ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน โดยไม่ต้องดําเนินการสรรหา และคัดเลือกบุคคลใดแทนตําแหน่งที่ว่างตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553และเมื่อมีเหตุที่จะต้องมีการเลือกกรรมการใน กสทช. แทนตําแหน่งที่ว่างลงในอนาคต ในกรณีเช่นว่านั้น ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดําเนินการตามกฎหมายโดยอนุโลมต่อไป
  2. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 9/2558 เรื่อง การให้ข้าราชการสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่[4] ซึ่งมีสาระสำคัญคือ ให้ นายพิชิต นิลทองคํา จัดหางานจังหวัดชลบุรี ซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ผู้อํานวยการสํานักบริหารแรงงานต่างด้าวตามที่มีคําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 70/2557 เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการ ปฏิบัติหน้าที่ สิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ผู้อํานวยการสํานักบริหารแรงงานต่างด้าวลง
  3. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 10/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม[5] ซึ่งมีสาระสำคัญคือ

ให้จัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย” (Command Center for Combating Illegal Fishing) เรียกโดยย่อว่า ศปมผ. (CCCIF) เป็นศูนย์เฉพาะกิจ ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทํา การประมงผิดกฎหมาย (ผบ.ศปมผ.) โดยมีการกำหนดโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ที่ของศปมผ.ไว้ ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาจากการที่ประเทศไทยได้รับการประกาศเตือนจากสหภาพยุโรปถึงการจัดให้มีมาตรการในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing : IUU Fishing)

ทั้งนี้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีข้อสังเกตว่า

  1. หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีแนวโน้มการใช้อำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 อย่างต่อเนื่อง โดยคำสั่งทั้ง 5 ฉบับข้างต้นเป็นการใช้อำนาจ
    • ทั้งในแง่การบริหารงานบุคคลซึ่งเป็นอำนาจฝ่ายบริหารโดยแท้และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาในฐานะนายกรัฐมนตรีสามารถกระทำได้โดยไม่จำเป็นต้องออกเป็นคำสั่งตามมาตรา 44 และ
    • การให้พ้นจากตำแหน่งหรือแต่งตั้งคณะกรรมการซึ่งมีที่มาตามกฎหมาย รวมถึงที่มาของกรรมการในองค์กรอิสระอย่างกสทช. ซึ่งเป็นในภาวะปกตินากยกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจที่จะกระทำได้
  2. การดำรงอยู่และการใช้อำนาจตามมาตรา44 ย่อมสะท้อนความไร้ประสิทธิภาพในการทำงานของฝ่ายบริหารในการใช้กลไกและเครื่องมือของรัฐประเทศที่มีอยู่ ทั้งที่ฝ่ายบริหารขณะนี้มีอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หากปัญหาบางประการจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายควรกระทำผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งมีกระบวนการกลั่นกรองมากกว่า
  3. ประชาชนรวมถึงบุคคลากรของรัฐไม่สามารถตรวจสอบความโปร่งใส ความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งและการกระทำตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้เพราะมาตรา 44 ได้รับรองความชอบรัฐธรรมนูญไว้ ส่งผลให้ประชาชนขาดหลักประกันสิทธิและเสรีภาพ และความมั่นคงแน่นอนแห่งนิติฐานะ แม้จะมีการรับรองสิทธิเสรีภาพตามมาตรา 4 รัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) 2557 ไว้แล้วก็ตาม

[1] รายละเอียดคำสั่ง http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/087/1.PDF

[2] รายละเอียดคำสั่ง http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/087/2.PDF

[3] รายละเอียดคำสั่ง http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/094/1.PDF

[4] รายละเอียดคำสั่ง http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/097/1.PDF

[5] รายละเอียดคำสั่ง http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/099/1.PDF

Advertisements

Gen. Prayuth Chan-ocha as Head of the National Council for Peace and Order invoked Section 44 of the 2014 Interim Constitution to issue five orders in the past two weeks

Gen. Prayuth Chan-ocha as Head of the National Council for Peace and Order invoked Section 44 of the 2014 Interim Constitution to issue five orders in the past two weeks

From 16-29 April 2015, the Head of the National Council for Peace and Order, Gen. Prayuth Chan-ocha, invoked Section 44 of the 2014 Interim Constitution to issue five orders as follows;

  1. The Order of the Head of the National Council for Peace and Order no. 6/2558 regarding the creation of more position and the appointment of government officials It has basically led to the reshuffling of the Permanent Secretary of the Ministry of Education, Secretary General of the Office of the Education Council, Secretary General of the Office of Higher Education Commission, Secretary General of the Office of the Private Education Commission, Inspector General of the Ministry of Education, Deputy Secretary General of the Office of the Basic Education Commission, Secretary General of the Office of the Teacher Civil Service and Educational Personnel Commission (OTEPC)

For more detail: http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/087/1.PDF

  1. The Order of the Head of the National Council for Peace and Order no. 7/2558 regarding the performance of duties of the Teachers Council of Thailand, the Office of the Welfare Promotion Commission for Teachers and Educational Personnel and the Trade Affairs Committee under the Office of the Welfare Promotion Commission for Teachers and Educational Personnel It has basically led to the termination of office of members of the Teachers Council of Thailand by virtue of the Act on Teachers Council and Educational Personnel B.E. 2546, members of the Welfare Promotion Commission for Teachers and Educational Personnel by virtue of the Act on Teachers Council and Educational Personnel B.E. 2546 and members of the Trade Affairs Committee under the Office of the Welfare Promotion Commission for Teachers and Educational Personnel and new committee members have been appointed and will continue to remain in office until the termination of the National Council for Peace and Order.

In addition, the Committee to Monitor and Review the Expending of Government Budget is established by the NCPO Order no. 45/2557 dated 3 June 2014 and its amendment and will be tasked to review and ensure transparency of the expending of government budget, financial management, the management of assets and other interests of the Teachers Council of Thailand, the Office of the Welfare Promotion Commission for Teachers and Educational Personnel and the Trade Affairs Committee under the Office of the Welfare Promotion Commission for Teachers and Educational Personnel.

For more detail: http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/087/2.PDF

  1. The Order of the Head of the National Council for Peace and Order no. 8/2558 regarding the appointment of new members to replace the vacant seats in the National Telecommunications Commission (NBTC) It has basically forbid the selection and appointment of new members to replace the vacant seats in the NBTC as per Article 17 of the Act on the Organization to Assign Radio Frequency Spectrum and Regulate the Sound Broadcasting, Television Broadcasting and Telecom Services. BE.2553 and to order the NBTC to continue operating with the remaining commissioners. And if it is necessary for a new commissioner to be selected to replace a vacant seat, concerned parties should proceed so using the existing law mutatis mutandis.

For more detail: http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/094/1.PDF

  1. The Order of the Head of the National Council for Peace and Order no. 9/2558 for the termination of office of a government official It has basically led to terminate the office of Mr. Pichit Nilthongkham, Chonburi Employment Officer who had become Director of the Office of Foreign Workers Administration by the virtue of the NCPO Order no. 70/2557 regarding the appointment of a government official. As a result, his directorship at the Office of Foreign Workers Administration shall cease as a result of the new order.

For more detail: http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/097/1.PDF

 

  1. The Order of the Head of the National Council for Peace and Order no. 10/2558 regarding the combating of illegal, unreported and unregulated fishing It essentially provides for the establishment of the Command Center for Combating Illegal Fishing (CCCIF) as an ad hoc center directly under the Prime Minister with the Commander of the Royal Thai Navy as the Commander of CCCIF. With the structure and mandate of CCCIF, it is tasked with tacking problems as Thailand has received warnings from the European Union to develop measures for the prevention, suppression and eradication of Illegal, Unreported and Unregulated Fishing (IUU Fishing)

For more detail: http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/099/1.PDF

The Thai Lawyers for Human Rights (TLHR) have the following observations to make;

  1. The Head of the National Council for Peace and Order (NCPO) is inclined to incessantly invoke Section 44 of the 2014 Interim Constitution and the five administrative orders issued by virtue of the constitution are related to the exercise of power;
    • Regarding personnel management, the power of which could have been drawn from administrative power rested with Gen. Prayuth Chan-ocha as the Prime Minister, and there is no need to invoke Section 44 to issue such orders
    • The termination of office or the appointment of committee members have their own procedure prescribed by law including the selection of members of an independent regular organization such as NBTC. In a normal circumstance, a Prime Minister would not have such power to do so.
  1. The existence and the invocation of Section 44 reflect ineffective management of the administrative power to properly invoke its power and use existing mechanisms to solve the problems, even though the junta has absolute power now. Many issues should be dealt with using legal provisions reviewed and approved by the National Legislative Assembly which has more filtering mechanisms.
  1. General public and even government officials are unable to review the accountability and lawfulness of such order and act by the Head of the National Council for Peace and Order (NCPO) since Section 44 provides for constitutional justification for such orders. As a result, people have no guarantee to protect their rights and freedom and consistency of the legal status, even though Section 4 of the 2014 Interim Constitution provides for safeguard of rights and liberties.

ความเห็นศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนต่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ความเห็นศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนต่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

29 เมษายน 2558

ปัจจุบันความเคลื่อนไหวของร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรดำเนินถึงขั้นตอนที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยกร่างรัฐธรรมนูญรายมาตราทั้งฉบับเสร็จสิ้นแล้วและนำร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อให้พิจารณาเสนอแนะหรือให้ความเห็นและขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญต่อไป  ณ ช่วงเวลานี้เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญได้ปรากฏต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการครั้งแรก  โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีความเห็นต่อความไม่ชอบธรรมทางประชาธิปไตยและความบกพร่องทางเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนขอแสดงจุดยืนทางประชาธิปไตยด้วยการไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญและกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่จุดเชื่อมโยงกับประชาชนและเสนอให้มีการยกเลิกกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ทั้งหมด จัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมาจากการคัดเลือกของประชาชน โดยให้สภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวมถึงยกเลิกประกาศหรือคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่จำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดงออกเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น และให้ประชาชนลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว

โดยความเห็นฉบับเต็มสามารถอ่านได้ที่ 20150429_ความเห็นศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนต่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

และร่างรัฐธรรมนูญสามารถเข้าถึงได้ที่ Draft Constitution

TLHR-Logo

By Thai Lawyers for Human Rights Posted in Knowledge

ประกาศใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 5/2558

ประกาศใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 5/2558

เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 58 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) 2557 ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 5/2558 เรื่อง แก้ไขคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 โดยให้ยกเลิกนิยามเดิมของ “เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย” และ“ผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย” และให้ใช้นิยามใหม่ คือ

“เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย” หมายความว่า ข้าราชการทหารซึ่งมียศตั้งแต่ ชั้นร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี ขึ้นไป ซึ่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย จากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามคําสั่งนี้

“ผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย” หมายความว่า ข้าราชการทหารซึ่งมียศต่ำกว่า ชั้นร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี ลงมา และให้หมายความรวมถึง ทหารประจําการ ทหารกองประจําการ และอาสาสมัครทหารพราน ซึ่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามคําสั่งนี้”

ทั้งนี้โดยผลของคำสั่งดังกล่าว

  1. เป็นการเพิ่มอำนาจ “ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ” ในการแต่งตั้งเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย และผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่3/2558ให้อำนาจเฉพาะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งเท่านั้น
  2. เป็นการขยายความ ผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย ให้รวมถึงทหารประจําการ ทหารกองประจําการ และอาสาสมัครทหารพรานซึ่งเดิมจำกัดเฉพาะ “ข้าราชการทหาร” เท่านั้น

TLHR Update_Order of the Head of NCPO No. 5-2015

Order of the Head of NCPO No. 5/2015 (5/2558)

16 April 2015

Gen. Prayuth Chan-ocha, the Head of the National Council for Peace and Order (NCPO) invoked his powers under Article 44 of Thailand’s interim Constitution 2014 to issue the Order No. 5/2015, published on 16 April 2015, regarding amendments to the Head of NCPO Order No. 3/2015. The latest Order changed the definitions of “Peace and Order Maintenance Officer” and “Assistant Peace and Order Maintenance Officer” which are now defined as follow;

“Peace and Order Maintenance Officer” means a military officer with a rank of Second lieutenant, Sub-Lieutenant or Pilot Officer, who is appointed by the Head of the NCPO or by officers assigned by the Head of the NCPO to act according to this Order.[1]

“Assistant Peace and Order Maintenance Officer” means a military officer of a rank lower than Second Lieutenant, Sub-Lieutenant or Pilot Officer which include professional soldiers, enlisted soldiers, and paramilitary volunteers, who is appointed by the Head of NCPO or by officers assigned by the Head of the NCPO to act according to this Order.[2]

The Order No.5/2015 gives effects as to:

  1. Extend the power to appoint a Peace and Order Maintenance Officer and an Assistant Peace and Order Maintenance Officer to “an officer assigned by the Head of NCPO.” Initially, the Order No.3/2015 only gave the power to appoint officers to act according to the Order to the Head of NCPO.
  2. Broaden the definition of an “Assistant Peace and Order Maintenance Officer” to include military officers in services who are professional/regular soldiers, enlisted/conscripted, and paramilitary volunteers.

Comments:

It is necessary to continue raising concerns about identification of the Peace and Order Maintenance Officers and the Assistants which will confuse public in practice and when damages or abuses occur. Now that the powers to appoint the officers under the Order are extended to those assigned by the Head of NCPO, it is still vague of who will be in charge and how they will appoint the officers. It is advised that the NCPO must publicize the name list of appointed/assigned officers acting under the Order.

[1] Unofficial translation, the original states: “เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย” หมายความว่า ข้าราชการทหาร ซึ่งมียศตั้งแต่กว่าชั้นร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี ขึ้นไป ซึ่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามคำสั่งนี้

[2] Unofficial translation, the original states: “ผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย” หมายความว่า ข้าราชการทหาร ซึ่งมียศต่ำกว่าชั้นร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี ลงมานั้น และ หมายความรวมไปถึงทหารประจำการ ทหารกองประจำการ และอาสาสมัครทหารพราน ซึ่งหัวหน้า คสช.หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้า คสช.แต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามคำสั่งนี้