ใบแจ้งข่าว – ความคืบหน้าการพิจารณาคดีของศูนย์ทนายฯเดือน มกราคม 2558

ใบแจ้งข่าว

 ความคืบหน้าการพิจารณาคดีของศูนย์ทนายฯเดือน มกราคม 2558  

           ตามที่ศูนย์ทนายฯ ได้แจ้งกำหนดการพิจารณาคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์ทนายฯ ในช่วง  2 อาทิตย์สุดท้ายของเดือนมกราคม 2558 จำนวน 5 คดี  จึงขอแจ้งความคืบหน้าของแต่ละคดี  ดังนี้

  1. คดีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ข้อหา ประมวลกฎหมายอาญา ม. 116 และพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ (คดีหมายเลขดำที่ 24ก./2557 ศาลทหารกรุงเทพ)

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2558 ศาลทหารกรุงเทพได้อ่านคำวินิจฉัยคำร้องขอให้ศาลส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับกับคดีขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ  ศาลมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลย  โดยวินิจฉัย ประเด็นแรก อำนาจพิจารณาพิพาษาคดีนี้  เห็นว่ากติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่ไทยเป็นภาคีและรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 บัญญัติคุ้มครองไว้ตาม มาตรา 4 นั้น  เห็นว่าศาลทหารยังมีอำนาจวินิจฉัยคดีตามประกาศคสช.ฉบับที่ 37/2557 ตามมาตรา 47 ของรัฐธรรมนูญนี้  ที่รับรองว่า บรรดาประกาศและคำสั่งของคสช.  เป็นประกาศหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญและเป็นที่สุด การพิจารณาพิพากษาของศาลจึงเป็นไปโดยชอบ  ส่วนความเป็นอิสระของศาลนั้น  แม้จะอยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงกลาโหม แต่ก็เป็นในทางธุรการเท่านั้น  การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นดุลพินิจของศาลทหารโดยเฉพาะ ประเด็นที่สอง ศาลทหารมีอำนาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่  เห็นว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 5 บัญญัติให้ศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุดเท่านั้นที่จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้  ไม่มีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับศาลทหาร ศาลทหารกรุงเทพจึงไม่อาจส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ ยกคำร้อง

เนื่องจากตามพรบ.ธรรมนูญศาลทหาร 2498 กำหนดว่าศาลทหารในเวลาไม่ปกติ คือเวลาที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก  ต้องห้ามอุทธรณ์หรือฎีกา ดังนั้น จำเลยจึงไม่สามารถอุทธรณ์คำสั่งไม่ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้  คำสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด  ศาลทหารกรุงเทพจึงให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

ในวันเดียวกัน  ศาลได้ตรวจพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยอ้างเป็นพยาน  โดยโจทก์ได้อ้างส่งเอกสารจำนวน  20 ฉบับ วัตถุพยาน 1 อันดับ  และจำเลยได้อ้างส่งเอกสารจำนวน 11 ฉบับ วัตถุพยาน 1 อันดับ และโจทก์แถลงว่าจะนำพยานบุคคลเข้าสืบทั้งหมด 11 ปาก เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 8 ปาก เป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 1 ปาก เป็นเจ้าหน้าที่บริษัทที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต 2 ปาก จำเลยแถลงว่าจะนำพยานบุคคลเข้าสืบทั้งหมด 5 ปาก  ศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 10, 13, 30 มีนาคม 3, 29 เมษายน 4, 5, 24 สิงหาคม 14, 15, 28 กันยายน 2558 เวลา 08.30 น. ของทุกวันนัด  โดยจะกำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยภายหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว

  1. 2. คดีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด ข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งให้บุคคลรายงานตัว และประมวลกฎหมายอาญา ม. 368 (คดีหมายเลขดำ อ. 1515/2557 ศาลแขวงดุสิต)

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2558 ศาลแขวงดุสิตส่งประเด็นไปสืบพยานที่ศาลแขวงชลบุรี  เป็นคดีหมายเลขดำที่ ปอ.3/2558  เนื่องจากเป็นพยานที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดชลบุรี  ศาลได้สืบพยานโจทก์ 1 ปาก คือ พ.ต.เอกสิทธิ์ นงนุช  เจ้าหน้าที่ทหาร กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ค่ายนวมินทราชินีย์ จ.ชลบุรี  เบิกความว่าเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2557  ได้รับคำสั่งให้ไปติดตามจับกุมผู้ฝ่าฝืนคำสั่งคสช.ให้บุคคลรายงานตัว  จึงนำเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมอาวุธประจำกาย กว่า 10 นาย พร้อมตำรวจอีกกว่า 10 นาย เข้าจับกุมนายสมบัติตามกฎอัยการศึก และควบคุมตัวไว้ที่ที่ควบคุมของฝ่ายทหาร  โดยในระหว่างการเดินทางมีการปิดตา และไม่อนุญาตให้ติดต่อบุคคลภายนอก  และมีการซักถามระหว่างการควบคุมตัว จนกระทั่งวันที่ 12 มิถุนายน 2557 จึงนำตัวนายสมบัติไปแจ้งข้อกล่าวหาที่สโมสรกองทัพบก เทเวศน์  ซึ่งเกินกว่า 7 วัน ตามกฎอัยการศึก เมื่อสืบพยานเสร็จ ผู้แทนโจทก์แถลงว่ามีพยานมาสืบเพียงเท่านี้  ศาลจึงนัดฟังประเด็นกลับ  ที่ศาลแขวงดุสิต  ในวันที่ 2 มีนาคม 2558 เวลา 09.00 น.

  1. คดีนายสิรภพ กรณ์อรุษ ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 112 และพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ (คดีหมายเลขดำที่ 83ก./2557 ศาลทหารกรุงเทพ)

คดีนี้  ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีลับ  บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คู่ความไม่สามารถเข้าฟังการพิจารณาคดีได้  โดยเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558 ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์และจำเลย  โจทก์แถลงว่าจะสืบพยาน 10 ปาก  อ้างส่งเอกสาร 17 ฉบับ  และพยานวัตถุ 2 รายการ  จำเลยแถลงว่าจะสืบพยาน 3 ปาก และอ้างส่งพยานเอกสาร 2 ฉบับ  ศาลกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์และจำเลย รวม 13 นัด  นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 2, 21, 28 เมษายน 8, 15, 28 พฤษภาคม 4, 11, 25 มิถุนายน 3 กรกฎาคม 2558 และสืบพยานจำเลยในวันที่ 6, 11, 25 สิงหาคม 2558 เวลา 08.30 น. ของทุกวันนัด

  1. คดีนายสิรภพ กรณ์อรุษ ข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งให้บุคคลรายงานตัว (คดีหมายเลขดำที่ 40ก./2557 ศาลทหารกรุงเทพ)

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2558 ศาลทหารกรุงเทพได้อ่านคำวินิจฉัยคำร้องขอให้ศาลส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับกับคดีขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ  ศาลมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลย  และดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไป

วันเดียวกัน  ศาลได้สืบพยานโจทก์ คือ พันเอกบุรินทร์  ทองประไพ  นายทหารพระธรรมนูญผู้แจ้งความร้องทุกข์  เบิกความเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอำนาจการออกคำสั่งเรียกบุคคลมารายงานตัวของคสช. และกำหนดความผิดแก่ผู้ที่ฝ่าฝืน  โดยจำเลยสู้ว่าคสช.ไม่มีอำนาจเรียกบุคคลมารายงานตัวและกำหนดให้เป็นความผิดอาญาสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่ง  แต่การสืบพยานปากนี้ยังไม่เสร็จสิ้น  จึงเลื่อนไปสืบพยานคนเดิมอีกในวันที่ 27 มีนาคม 2558 เวลา 08.30 น.

  1. คดีระเบิดเวทีกปปส.จังหวัดตราด (คดีหมายเลขดำที่ อ. 1213/2557 ศาลจังหวัดตราด)

เมื่อวันที่ 20 – 23 และ 27 – 30 มกราคม 2558 ศาลได้ทำการสืบพยานโจทก์ทั้งสิ้น  16 ปาก  ยังเหลือพยานโจทก์ที่จะต้องสืบอีก  15 ปาก  โดยเลื่อนไปสืบในวันนัดสืบพยานจำเลยที่ไว้แล้ว  คือวันที่ 3-6 กุมภาพันธ์ 2557  โดยคดีนี้จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยถูกซ้อมทรมานระหว่างการควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก  และถูกควบคุมตัวเกิน  7  วัน  ศาลบอกว่าให้ไปว่ากันเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก

1.5.1

Advertisements
By Thai Lawyers for Human Rights Posted in News Update

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s