ใบแจ้งข่าว มีนาคม 2558 กำหนดพิจารณาคดีของศูนย์ทนายฯ 6 คดี

          เผยแพร่เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2558

ใบแจ้งข่าว

มีนาคม 2558 กำหนดพิจารณาคดีของศูนย์ทนายฯ 6 คดี

          กำหนดนัดพิจารณาคดีของศูนย์ทนายความฯ ในเดือนมีนาคม 2558  มีจำนวน 6 คดี  เป็นคดีที่ศาลทหาร  5 คดี และคดีศาลยุติธรรม 1 คดี ดังนี้

  1. 1. คดีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด ข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งให้บุคคลรายงานตัว และประมวลกฎหมายอาญา ม. 368 (คดีหมายเลขดำ อ. 1515/2557 ศาลแขวงดุสิต)

ศาลแขวงดุสิต นัดฟังประเด็นกลับ  ในวันที่ 2 มีนาคม 2558 เวลา 09.00 น. 

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2558  ศาลแขวงดุสิตส่งประเด็นไปสืบพยานที่ศาลแขวงชลบุรี  เป็นคดีหมายเลขดำที่ ปอ.3/2558  เนื่องจากเป็นพยานที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดชลบุรี  ศาลได้สืบพยานโจทก์ 1 ปาก คือ พ.ต.เอกสิทธิ์ นงนุช  เจ้าหน้าที่ทหาร กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ค่ายนวมินทราชินีย์ จ.ชลบุรี  ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่เข้าจับกุมนายสมบัติตามกฎอัยการศึก และควบคุมตัวไว้ที่ที่ควบคุมของฝ่ายทหาร  เมื่อสืบพยานเสร็จ ศาลแขวงจังหวัดชลบุรีจริงนัดฟังประเด็นกลับที่ศาลแขวงดุสิต

โดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์เป็นนักกิจกรรมทางสังคม ชักชวนให้บุคคลทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ไม่ยอมรับอำนาจรัฐประหาร ผ่านการโพสต์เฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม  2557 คสช.ได้ออกคำสั่งที่ 3/2557 ให้นายสมบัติมารายงานตัว  แต่นายสมบัติไม่เข้ารายงานตัว จนเป็นเหตุให้ถูกจับ ควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในข้อหาการยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนเกิดความกระด้างกระเดื้องในบ้านเมืองและคดีฝ่าฝืนคำสั่งไม่ไปรายงานตัว

  1. คดีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ข้อหา ประมวลกฎหมายอาญา ม. 116 และพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ (คดีหมายเลขดำที่ 24ก./2557 ศาลทหารกรุงเทพ)

ศาลทหารกรุงเทพ  นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 10, 13,และ 30 มีนาคม 2558 เวลา 08.30 น.

โดยในวันที่ 10 มีนาคมที่จะถึงนี้ ศาลออกหมายเรียกพยานโจทก์ลำดับที่ 1 ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาที่ 1 คือ พันตำรวจเอก ปรัชญา ประสานสุข ซึ่งสืบสวนจนได้ความว่าจำเลยเป็นผู้นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์  โดยมีข้อความชักชวนให้ปลุกปั่นยุยงให้ประชาชนออกมาคัดค้านการควบคุมอำนาจของ คสช.

ส่วนวันที่ 13 มีนาคม ศาลออกหมายเรียกพยานโจทก์ลำดับที่ 2 ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาที่ 2 คือร้อยเอก เมธา พิมพ์อภิฤติยา ที่ร่วมกับพยานโจทก์ลำดับที่ 1 ทำการสืบสวนได้ความว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้อง

  1. คดีร่วมกันครอบครองวัตถุระเบิด ข้อหา ครอบครองวัตถุระเบิด (คดีหมายเลขดำที่ 137ก./2557 ศาลทหารกรุงเทพ)

ศาลทหารกรุงเทพ  นัดสอบคำให้การ วันที่ 5 มีนาคม 2558 เวลา 08.30 น.

คดีนี้มีจำเลย 3 คือ นายอภิชาต (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1  นายเจริญ (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2  และนายณัฐพรรณ์ (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 3  อัยการทหารได้สั่งฟ้องจำเลยทั้งสามต่อศาลทหารกรุงเทพ ในข้อหา ร่วมกันครอบครองวัตถุระเบิดเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2557  โดยในคดีนี้ได้มีข้อร้องเรียนต่อศูนย์ทนายความฯ ว่าจำเลยทั้งสามถูกซ้อมทรมานเพื่อให้รับสารภาพ ในระหว่างถูกกักตัวตามกฎอัยการศึก

  1. คดีจิตรา คชเดช ข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งให้บุคคลรายงานตัว (คดีหมายเลขดำที่ 28ก./2557 ศาลทหารกรุงเทพ)

ศาลทหารกรุงเทพ  นัดฟังคำสั่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องกฎหมายขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญและนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 6 มีนาคม 2558  เวลา 8.30 น. คือ พันเอก บุรินทร์ ทองประไพ ผู้กล่าวหา

โดยนางสาว จิตรา คชเดช เป็นนักกิจกรรมทางสังคม อดีตผู้นำแรงงานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทยและมีบทบาทด้านการส่งเสริมสิทธิแรงงานและประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2557 นางสาวจิตรา คชเดช  ได้ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติออกคำสั่งที่ 44/2557 ให้มารายงานตัว  โดยมีรายชื่อในลำดับที่ 10  แต่นางสาวจิตรา คชเดช ไม่ได้ไปรายงานตัว  เนื่องจากอยู่ที่ประเทศสวีเดนและได้ไปรายงานตัวที่สถานทูตไทย ประจำกรุงสต๊อคโฮล์ม  ประเทศสวีเดนแทน  แต่เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยไม่รับรายงานตัว  จึงได้ทำหนังสือชี้แจงต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติว่ามิได้มีเจตนาไม่ไปรายงานตัว ต่อมาเมื่อ กลับถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2557 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจึงได้จับกุมนางสาวจิตรา ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และอัยการทหารยื่นฟ้องนางสาวจิตรา ต่อศาลทหาร ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2557

  1. คดีนายสมัคร (ขอสงวนนามสกุล) ข้อหา ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 112, ทำให้เสียทรัพย์ และพกพาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะหรือหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร (คดีหมายเลขดำที่ 8ก./2557 ศาลจังหวัดทหารบกเชียงราย)

ศาลจังหวัดทหารบกเชียงราย นัดสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 10 มีนาคม 2558 เวลา 08.30 น.

จำเลยคดีนี้มีอาการป่วยทางจิตเวช โดยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในพื้นที่มาก่อนเกิดเหตุแล้วหลายปี ถูกดำเนินคดีเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 กรกฏาคม 2557  ได้ใช้มีดทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ที่ติดไว้ในซุ้มเฉลิมพระเกียรติทางเข้าหมู่บ้าน

  1. คดีนายสิรภพ กรณ์อรุษ ข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งให้บุคคลรายงานตัว (คดีหมายเลขดำที่ 40ก./2557 ศาลทหารกรุงเทพ)

ศาลทหารกรุงเทพ  นัดสืบพยานโจทก์ วันที่ 27 มีนาคม 2558 เวลา 08.30 น. ตามที่ศาลได้นัดสืบพยาน คือ พันเอก บุรินทร์ ทองประไพ ผู้กล่าวหา ต่อจากครั้งที่แล้ว

นายสิรภพ กรณ์อรุษ  เป็นนักเขียนกวีออนไลน์  โดยใช้นามปากกาว่า รุ่งศิลา  ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน  2557 คสช. ได้ออกคำสั่งที่ 44/2557 ให้บุคคลมารายงานตัว  โดยมีรายชื่อของนายสิรภพฯ ในลำดับที่  22  นายสิรภพไม่ได้รายงานตามระยะเวลาที่กำหนด  จึงถูกจับและควบคุมตัวที่มณฑลทหารบกที่ 1 ตามกฎอัยการศึก แล้วถูกส่งตัวให้ตำรวจดำเนินคดีนี้ พร้อมๆกับ คดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยในคดีไม่รายงานตัว พนักงานอัยการทหารยื่นฟ้องนายสิรภพ ในวันที่ 15 สิงหาคม 2557

1401251904

By Thai Lawyers for Human Rights Posted in News Update

Press Release March 2015: Hearings on six cases handled by the Thai Lawyers for Human Rights (TLHR)

Immediately release 26 February 2015

Press Release

March 2015: Hearings on six cases handled by the Thai Lawyers for Human Rights (TLHR)

In March 2015, there will be hearings of six cases including five in the Military Court and one in the Court of Justice assisted by the Thai Lawyers for Human Rights (TLHR) as follows;

  1. The case against Sombat Boonngamanong, aka “Bor Kor Lai Jud” for disobeying the summonses and Article 368 of the Penal Cord (Black case no. O1515/2557, District Court of Dusit)

The District Court of Dusit fixed the date to hear the results of the witness examination conducted in another court on 2 March 2015 at 09.00am.

It stems from that on 26 January 2015, the District Court of Dusit has referred witness examination to the District Court of Chonburi in the Black Case no. PO3/2558 since the witness resides in the province of Chonburi. One witness was supposed to give evidence including Maj. Ekasit Nongnut, a military official of the 21st Infantry Regiment the King’s Guard at the Nawamin Rajini Military Camp, Chonburi. Invoking Martial Law, the arrest of Mr. Sombat was made by the military and he was held in military custody. After the completion of the witness examination, the District Court of Chonburi asked fixed the date to hearing result at the District Court of Dusit.

Mr. Sombat Boonngamanong, a social activist, through electronic media including facebook and twiiter,  was alleged to have persuaded people to commit a symbolic act against the coup. On 24 May 2014, the National Council for Peace and Order (NCPO) issued an order no, 3/2557 summoning Mr. Sombat, but he failed to turn himself in.  Thus, he was arrested and held in custody invoking Martial Law .His arrest was me invoking Martial Law and the police press charge against them to cause public uprising and a violation of the order to report oneself.

  1. The case against Sombat Boonngamanong, aka “Bor Kor Lai Jud” for violating Article 116 of the Penal Code and the Computer Crime Act (Black Case no. 24K/2557 Bangkok Military Court)

The Bangkok Military Court fixed the dates for prosecution witness examination on 10, 13 and 30 March 2015at 08.30am.

On 10 March, the Court shall issue a warrant to summon the prosecution witness no.1, Pol Col. Prutchaya Prasansuk, to give evidence as he had conducted an investigation to determine that the accused had inputted data into the computer system including messages of incitement to persuade people to come out and oppose the seizure of power by the NCPO.

On 13 March, the Court shall issue a warrant to summon the prosecution witness no.2, Pol Capt. Metha Pimapirittiya, who together with the prosecution witness no. 1, has carried out the investigation to ascertain the guilt of the accused as per the allegation.

  1. The case related to alleged possession of explosive material (Black Case no. 137K/2557 Bangkok Military Court)

The Bangkok Military Court fixed the date to give evidence on 5 March 2015 at 08.30am.

There are three accused in this case including Mr. Apichart (last name withheld), accused no.1, Mr. Charoen (last name withheld), accused no.2 and Mr. Nutthapan (last name withheld), accused no.3. The case was indicted with the Bangkok Military Court on charges concerning the possession of explosive material on 4 November 2014. In this case, TLHR has received complaints about an act of torture which has been committed against the accused to force them to confess to the charges while they were held in custody invoking Martial Law.

  1. The case against Jittra Cotchadet for disobeying summonses (Black Case no. 28K/2557 Bangkok Military Court)

The Bangkok Military Court fixed the date to hearing the decision after a request has been made to ask the Constitutional Court to review if the law invoked in this case was in breach of the Constitution or not. And the prosecution witness examination is slated to take place on 6 March 2015 at 8.30am with Col. Burin Thongpraphai as the complainant.

Ms. Jittra Cotchadet, a social activist and Former President of the Triumph International Labour Union of Thailand who has been actively to promoting labour rights and democracy was summoned to report herself to the NCPO on 1 June 2014 as per the NCPO Order no.44/2557 and her name was on no.10 of the list, but she failed to turn herself in since she was still in Sweden. She had chosen to report herself to the Embassy of Thailand in Stockholm instead, but the officials there refused to acknowledge her reporting. Thus, she had made a written explanation to the NCPO stating that she had no intent to disobey to the summonses. Upon her return to Thailand on 13 June 2014, she was nabbed by the immigration officer at the Suvarnabhumi Airport and the Judge Advocate indicted her case with the Military Court on 31 July 2014.

  1. The case against Mr. Samak (last name withheld) for violating Article 112 (Lese Majeste) of the Penal Code, for property damage and for carrying knives in public way or village without necessary reasons (Black Case no. 8K/2557 Chiang Rai Military Circle Court)

The Chiang Rai Military Circle Court fixed the date for prosecution witness examination on 10 March 2015 at 08.30am. 

The accused in this case suffers from mental illness and in the past several years has been receiving treatment from local hospital. The case against him stems from an incidence on 8 July 2014 when he was alleged to destroy a portrait of the King at the entranced of his village using a knife.

  1. The case against Mr. Sirapob Kornarus for disobeying the summonses (Black Case no. 40K/2557 Bangkok Military Court)

The Bangkok Military Court fixed the date for prosecution witness examination on 27 March 2015 at 08.30am and the witness to continue his evidence giving is Col. Burin Thongpraphai, the complainant.

Sirapob Kornarus is an online poet known for his pen name “Roong Sila”. On 1 June 2014, the NCPO issued an order no. 44/2557 summoning individuals to report themselves including Sirapob no. 22 on the list, but he had failed to report himself as requested. Thus, he was nabbed and held in custody at the 1st Military Circle invoking Martial Law and then brought to the police for prosecution for violation of Article 112 of the Penal Code. For disobeying the summonses, his case has been indicted with the Court on 15 August 2014.

1401251904

By Thai Lawyers for Human Rights Posted in News Update

UN ส่งความเห็นคดีเจ้าสาวหมาป่า ถือเป็นการควบคุมตัวโดยพลการ เรียกร้องให้การปล่อยตัวทันที

UN ส่งความเห็นคดีเจ้าสาวหมาป่า ถือเป็นการควบคุมตัวโดยพลการ เรียกร้องให้การปล่อยตัวทันที

18 กุมภาพันธ์ 2558 เพียง 5  วันก่อนศาลพิพากษา คดีเจ้าสาวหมาป่า องค์การสหประชาชาติ ส่งความเห็นของ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ คณะทำงานว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการ ให้กับทนายความในคดีเจ้าสาวหมาป่า โดยมีความเห็นโดยสรุปว่า

1. คณะทำงานฯ ส่งข้อมูลในคดีนี้ที่ได้รับจากผู้ร้อง ให้กับรัฐบาลไทย เมื่อวันที 17 กันยายน 2557 เพื่อให้รัฐบาลไทยส่งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบันและคำชี้แจงเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่ใช้ควบคุมตัวในคดีนี้ แต่รัฐบาลไม่ตอบข้อมูลตามที่ร้องขอ คณะทำงานฯ จึงถือข้อมูลตามที่ผู้ร้องให้รายละเอียด

2. คณะทำงานย้ำว่า การแสดงออกซึ่งความเห็น ทั้งที่สอดคล้องและไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล เป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามข้อ 19 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และข้อ 19 ย่อหน้า 2 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

3. ในกรณีที่มีการควบคุมตัวใดๆ ต้องควบคุมเท่าที่จำเป็น ในระยะเวลาที่สั้นที่สุดและมีมาตรการให้ประกันตัว

4. การแสดงละคร ถือเป็นการแสดงออกโดยสงบและสันติ ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามข้อ 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง การควบคุมตัวจากเหตุดังกล่าว จึงถือเป็นการกระทำที่ขัดกับกติการระหว่างประเทศ อีกทั้งการไม่ให้ประกันตัว ในคดี 112 ด้วยเหตุว่า “เกรงจะหลบหนี” ถือว่า ศาลไทยมีการปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวอย่างเป็นระบบ ซึ่งขัดกับกติการะหว่างประเทศเช่นเดียวกัน

ข้อสรุป

1. การจำกัดอิสรภาพในคดีนี้ถือเป็นการถือเป็นการละเมิดข้อ 9 และ19 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และข้อ 9 ย่อหน้า 3 และ 19 ย่อหน้า 2 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยมีลักษณะเป็นการควบคุมตัวโดยพลการ

2. คณะทำงานร้องขอให้รัฐบาลไทยดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อเยียวยาสภาพที่เกิดขึ้นโดยไม่ชักช้า และแก้ไขให้สอดคล้องกับมาตรฐานและหลักการตามที่กำหนดไว้ในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

3. คณะทำงานเห็นว่า เมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์ต่าง ๆ ของกรณีนี้ การเยียวยาซึ่งยังไม่เพียงพออาจหมายถึงการปล่อยตัวโดยทันที และสนับสนุนให้เขามีสิทธิที่จะบังคับให้มีการเยียวยา ทั้งนี้ตามข้อ 9 ย่อหน้า 5 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

[รับรองเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557]

สำหรับผู้ที่สนใจอ่านความเห็นฉบับเต็ม สามารถ Download ได้ที่

opinion 2014 41 thailand (saraiyaem) Thai (ความเห็นฉบับภาษาไทย – คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ)

opinion 2014 41 thailand (saraiyaem) (ความเห็นฉบับภาษาอังกฤษ)

15051104302_d836f1db08_z

(ภาพจากประชาไท)

By Thai Lawyers for Human Rights Posted in News Update

ทหารร่วมฟังเสวนา “กบฏวังหลวง” พร้อมขอชี้แจงก่อนเริ่มเวที

ทหารร่วมฟังเสวนา “กบฏวังหลวง” พร้อมขอชี้แจงก่อนเริ่มเวที

วันนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2558) ห้องสมุดสันติประชาธรรม จัดงานเสวนา “ย้อนรำลึกขบวนการประชาธิปไตย” (เสวนากบฎวังหลวง) โดย อ.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

ซึ่งก่อนเริ่มการเสวนา จนท. ทหารซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ได้ชี้แจงต่อผู้เข้าร่วมงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อให้ผู้จัดเสวนาขออนุญาตต่อ คสช. ก่อน และพิจารณาอนุญาตเนื่องจากเห็นว่าไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์และไม่เป็นการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง และขอความร่วมมือให้ผู้เข้าร่วมเสวนาปฏิับัติตามเงื้อนไขดังกล่าวด้วย


โดยเมื่อเริ่มเวทีเสวนา เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าร่วมฟังเสวนาและบันทึกภาพตลอดทั้งงาน ซึ่งงานเสวนาสิ้นสุดลงตามกำหนดการ
10958574_801955843230607_1506936517235821246_o photo_2015-02-22_11-50-45 photo_2015-02-22_11-50-51 photo_2015-02-22_12-01-41 photo_2015-02-22_12-01-44
By Thai Lawyers for Human Rights Posted in News Update

ใบแจ้งข่าว นัดฟังคำพิพากษาคดีเจ้าสาวหมาป่า 23 ก.พ. นี้ เวลา 13.30 น. ศาลอาญา

เผยแพร่ 20 กุมภาพันธ์ 2558

ใบแจ้งข่าว

นัดฟังคำพิพากษาคดีเจ้าสาวหมาป่า 23 ก.พ. นี้ เวลา 13.30 น. ศาลอาญา

          จันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 13.30 น. ศาลอาญานัดพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ. 3528/2557 ที่พนักงานอัยการ ฟ้องนายปติวัฒน์ (สงวนนามสกุล) และนางสาวภรทิพย์ (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการแสดงละครเรื่องเจ้าสาวหมาป่า เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2556 ในงานรำลึก 40 ปี 14 ตุลา ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

โดยคดีนี้สืบเนื่องมาจาก จำเลยทั้งสองแสดงละคร “เจ้าสาวหมาป่า” ในงานฉลอง 40 ปี 14 ตุลา เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2556 ภายหลังการแสดงละครดังกล่าว มีประชาชนได้เข้าแจ้งความผู้แสดงในข้อหา “ดูหมิ่น หมิ่นประมาทหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์” หรือมาตรา112 จนนำไปสู่การจับกุมนายปติวัฒน์ (สงวนนามสกุล) และนางสาวภรทิพย์ (สงวนนามสกุล) ในวันที่ 14 – 15 สิงหาคม 2557 และอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองต่อศาลอาญา ในวันที่ 13 ตุลาคม 2557 โดยทั้งสองได้ยื่นขอประกันตัวต่อศาลหลายครั้ง  แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว  โดยศาลให้เหตุผลว่า “พฤติการณ์ร้ายแรง เกรงจะหลบหนี”

ต่อมาวันที่ 29 ธันวาคม 2557 ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ซึ่งศาลสั่งให้สืบเสาะ เพื่อสืบประวัติหาเหตุบรรเทาโทษ และนัดฟังคำพิพากษาในวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 13.30 นาฬิกา  โดยพนักงานคุมประพฤติได้สอบประวัติและพฤติกรรมของจำเลยทั้งสองแล้วคนละสามครั้ง

ทั้งนี้ นายปติวัฒน์ เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกอบอาชีพหมอลำเลี้ยงดูครอบครัว ได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติและเป็นนักกิจกรรมทางสังคม ขณะที่นางสาวภรณ์ทิพย์ จบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นนักกิจกรรมทางสังคม จัดกิจกรรมด้านศิลปะ การแสดงละคร เพื่อสร้างความตระหนักถึงสภาพสังคมแก่เยาวชน

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2558  คณะทำงานว่าด้วยการควบคุมตัวโดยไม่ชอบ แห่งองค์การสหประชาชาติ ได้เผยแพร่ความเห็นเกี่ยวกับการควบคุมตัวนายปติวัฒน์ (สงวนนามสกุล) ในระหว่างการพิจารณาคดีว่า เป็นการริดรอนเสรีภาพของนายปติวัฒน์ อันละเมิดปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 9 และข้อ 19 และเป็นการละเมิดกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 9 ย่อหน้า 3 และข้อ 19 ย่อหน้า2 ซึ่งประเทศไทยรับเป็นภาคีและมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตามกติกาดังกล่าว  จึงเป็นการควบคุมตัวโดยไม่ชอบ  เนื่องจากการกระทำที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นโดยสงบ  จึงต้องปล่อยตัวนายปติวัฒน์ทันทีและจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 9 ย่อหน้า 5

hqdefault

By Thai Lawyers for Human Rights Posted in News Update