คดีบก.ลายจุด ศาลทหารไม่ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ อ้างไม่มีอำนาจ ศาลทหารคุ้มครองสิทธิแล้ว!

ศาลทหารไม่ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ อ้างไม่มีอำนาจ ศาลทหารคุ้มครองสิทธิแล้ว!

ศาลทหารไม่ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร

23 มกราคม 2558 คดีของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ที่ถูกกล่าวหาว่าโพสต์เฟซบุ๊กสร้างความกระด้างเดื่องในหมู่ประชาชน ทนายความได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลทหารส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การนำพลเรือนขึ้นศาลทหารขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งวันที่ 23 มกราคม 2558 ศาลทหารได้สั่ง “ยกคำร้อง” โดยให้เหตุผลว่า

ไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจศาลทหารส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญและรัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้ความคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองตามกติการะหว่างประเทศไว้แล้วและศาลทหารมีความเป็นอิสระ ดังนั้น การใช้ศาลทหารจึงไม่ขัดต่อบทบัญญัติของพันธะสัญญาระหว่างประเทศ

นอกจากคดีของนายสมบัติ บุญงามอนงค์แล้ว เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2558 คดีของนายสิรภพ (สงวนนามสกุล) จำเลยในคดีไม่ไปรายงานตัวและคดีมาตรา 112 และเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2558 คดีของ ศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำเลยคดีไม่ไปรายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ก็ได้ยื่นคำร้องในเรื่องเดียวกัน และศาลทหารมีคำสั่งไม่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเช่นกัน

ในคดีของนายสมบัติ ศาลได้นัดสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 10 มีนาคม 2558 เวลา 09.00 น. ณ ศาลทหารกรุงเทพ

ทั้งนี้ ในวันที่ 29 มกราคม 2558 คณะกรรมการนิติศาสตร์สากล ได้ออกความเห็น “เรียกร้องให้โอนจำเลยในศาลทหารไปศาลพลเรือน”

โดยชี้ว่า การพิจารณาคดีในศาลทหารขัดกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศหลายข้อ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรม

สำหรับผู้ที่สนใจศึกอ่านคำสั่งของศาลทหารเต็ม สามารถ Download ได้ที่

>>> Sombat_Military_Consitution Opinion_TH <<< 

1.2.327

Picture Sorce: Mthai

Advertisements
By Thai Lawyers for Human Rights Posted in News Update

ผู้ต้องหาถูกซ้อมทรมาน ศาลชี้ให้ฟ้องแยก!

ผู้ต้องหาถูกซ้อมทรมาน ศาลชี้ให้ฟ้องแยก!

วันที่ 20 – 23 มกราคม 2558 ศาลจังหวัดตราด นัดสืบพยานโจทก์คดีที่จำเลย 3 คน ถูกกล่าวหาว่ายิงระเบิดใส่เวที กปปส จังหวัดตราด เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งภายหลังการจับกุม จำเลยทั้งสามร้องเรียนว่ามีการซ้อมทรมาน
ทนายความของจำเลยทั้งสาม จึงได้ต่อสู้ในประเด็น การถูกซ้อมทรมานและการสอบสวนภายใต้กฎอัยการศึกไม่เป็นไปตามกฎหมาย ต่อศาล
แต่ศาลให้เหตุผลว่า การสอบสวนภายใต้กฎอัยการศึกชอบแล้ว และหากมีการซ้อมทรมานเกิดขึ้น ให้จำเลยทั้งสามฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่งต่อศาล

PNOHT571102001000201Picture Source: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

By Thai Lawyers for Human Rights Posted in News Update

รายงานสถานการณ์สิทธิของพลเรือนไทยภายใต้ศาลทหารและกฎอัยการศึกปี 2557

23 มกราคม 2558 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ขอเสนอรายงานสถานการณ์ “สิทธิของพลเรือนไทยภายใต้ศาลทหารและกฎอัยการศึก 2557” ผู้ที่สนใจสามารถ Download ได้ที่ >>>150123 Military Court Thai <<< โดยในรายงานมีเนื้อหาสำคัญดังนี

ศูนย์ทนายฯ เผยรายงาน

“สถานการณ์สิทธิของพลเรือนไทยภายใต้ศาลทหารและกฎอัยการศึกปี 2557”

ชี้ประชาชนขาดสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม

          23 มกราคม 2558 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดรายงาน “สถานการณ์สิทธิของพลเรือนไทยภายใต้ศาลทหารและกฎอัยการศึกปี 2557” ชี้ประชาชนทยอยถูกนำตัวขึ้นศาลทหาร กระบวนการภายในศาลละเมิดสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ไม่เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ ส่งผลให้การพิจารณาพิพากษาคดีไม่เป็นไปตามความยุติธรรม และเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก การนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร

ซึ่งในรายงานได้ชี้ให้เห็นว่า การประกาศใช้ศาลทหารภายใต้กฎอัยการศึก ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ละเมิดและละเลยสิทธิของประชาชนหลายอย่าง กระทบต่อประชาชนในหลายส่วน ซึ่งมีประเด็นสำคัญคือ

  1. พลเรือนทยอยขึ้นศาลทหาร
  2. เจ้าหน้าที่ใช้กฎอัยการศึกในฐานะต้นธารของกระบวนการยุติธรรม โดยเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมประชาชนตามกฎอัยการศึกและนำข้อมูลที่ได้ระหว่างนั้นไปแจ้งความ ดำเนินคดีต่อพลเรือนและขอฝากขังต่อศาล ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อาจรวบรวมพยานหลักฐานที่เป็นผลดีต่อผู้ต้องหาได้
  3. กระบวนการพิจารณาคดีที่แตกต่างจากกระบวนพิจารณาคดีทั่วไป โดยตุลาการขาดความอิสระและเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ขาดทนายขอแรง ห้ามจดบันทึก มีการพิจาณาคดีลับในหลายคดี และประชาชนเข้าถึงศาลทหารได้ยาก
  4. สิทธิในการได้รับการประกันตัว ซึ่งศาลทหารยากที่จะให้การประกันตัวในคดีการเมือง ส่งผลกระทบต่อผู้ต้องขังที่มีปัญหาสุขภาพที่ขาดโอกาสมารักษาตัวข้างนอก
  5. คำพิพากษา ศาลทหารปราศจาการอุทธรณ์ ฎีกาและมีแนวโน้มลงโทษหนักกว่าศาลพลเรือน ส่งผลให้จำเลยเลือกที่จะรับสารภาพแทนการสู้คดี นอกจากนี้ยังไม่มีการสืบเสาะประวัติจำเลยซึ่งจะนำไปสู่การพิจารณาลดโทษ ซึ่งจะนำไปสู่การลี้ภัยทางการเมือง

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เห็นว่าการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ถือเป็นหลักสำคัญในการอำนวยความยุติธรรมหากคณะรักษาความสงบแห่งชาติจงใจละเลยหลักการดังกล่าวด้วยการประกาศใช้กฎอัยการศึก บัญญัติให้การกระทำบางอย่างเป็นความผิด  และนำพลเรือนขึ้นสู่ศาลทหาร จะเป็นการทำให้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งที่ “ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม”

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จึงเรียกร้องต่อสังคมไทยในประเด็นดังต่อไปนี้

  1. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินคดีต่อพลเรือนในศาลทหาร และให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้
  2. ยุติการจับกุมและควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก
  3. ขอให้ศาลและเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ตีความกฎหมายให้เป็นไปตามหลักการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาและจำเลย และยึดหลักสิทธิที่จะได้รับการประกันตัวเป็นหลัก การไม่อนุญาตให้ประกันตัวเป็นกรณียกเว้น
  4. ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ให้พลเรือนขึ้นศาลทหารทุกฉบับ และให้พลเรือนขึ้นศาลพลเรือนตามปกติ
  5. ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่กำหนดให้การกระทำบางประเภทเป็นความผิดที่มีโทษทางอาญา
  6. ยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึกตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยเร็ว

1.5.1

Picture Source: Mthai

มกราคม 2558 กำหนดพิจารณาคดีของศูนย์ทนายฯ 5 คดี

ใบแจ้งข่าว

 มกราคม 2558 กำหนดพิจารณาคดีของศูนย์ทนายฯ 5 คดี

           2 อาทิตย์สุดท้ายของมกราคม 2558 คดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีนัดหมายการพิจารณาคดี จำนวน 5 คดี ได้แก่

  1. คดีระเบิดเวทีกปปส.จังหวัดตราด (คดีหมายเลขดำที่ อ. 1213/2557 ศาลจังหวัดตราด)

นัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ วันที่ 20 – 23 และ 27 – 30 มกราคม 2558 ตั้งแต่เวลา 9.00 – 16.00 น. ที่ ศาลจังหวัดตราด  โดยโจทก์อ้างพยานบุคคลที่จะนำสืบต่อศาล จำนวนทั้งสิ้น  31  ปาก

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 กุมพาพันธ์ 2557 เกิดเหตุระเบิดเวทีชุมนุม กปปส.ที่จังหวัดตราด  ต่อมาในเดือนพฤษภาคม  2557  เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกจับกุมตัวนายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล)  และนายวัชระ (ขอสงวนนามสกุล) และในเดือนกรกฎาคมได้จับกุมนายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อีก 1 คน ตามลำดับ  รวมเป็น 3 คน  บุคคลทั้งสามถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก  โดยนายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ที่ถูกจับกุมคนสุดท้าย  ถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกเป็นเวลานานถึง  26 วัน  โดยไม่มีสิทธิได้แจ้งหรือติดต่อญาติหรือให้ญาติหรือบุคคลที่ไว้วางใจเยี่ยม  แต่อย่างใด    ต่อมาฝ่ายทหารจึงได้นำตัวบุคคลทั้งสามส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาสมิง จังหวัดตราด และพนักงานได้ยื่นฟ้องบุคคลทั้งสามต่อศาลจังหวัดตราด เป็นคดีอาญา หมายเลขดำที่ อ. 1213/2557เป็นจำเลยข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและครอบครองวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ  และประสงค์ต่อสู้คดีในชั้นศาล  และอ้างว่าถูกซ้อมทรมานและบังคับให้รับสารภาพในระหว่างถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก

  1. คดีนายสิรภพ กรณ์อรุษ ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 112 และพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ

นัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 21 มกราคม 2558 เวลา 08.30 น. ศาลทหารกรุงเทพ คดีหมายเลขดำที่ 83ก. /2557

นายสิรภพ กรณ์อรุษ  เป็นนักเขียนกวีออนไลน์  โดยใช้นามปากกาว่า รุ่งศิลา  ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน  2557 คสช. ได้ออกคำสั่งที่44/2557 ให้บุคคลมารายงานตัว  โดยมีรายชื่อของนายสิรภพฯ ในลำดับที่ 22  นาย  สิรภพไม่ได้รายงานตามระยะเวลาที่กำหนด  และถูกจับและถูกควบคุมตัวที่มณฑลทหารบกที่ 1 ตามกฎอัยการศึก แล้วถูกส่งตัวให้ตำรวจดำเนินคดีนี้

โดยอัยการทหารได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลในวันที่ 24 กันยายน 2557 ข้อหา หมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ฯ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์  โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวแต่อย่างใด

  1. คดีนายสิรภพ กรณ์อรุษ ข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งให้บุคคลรายงานตัว

นัดฟังคำสั่งคำร้องขอให้ศาลส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับในคดีขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญและนัดสืบพยานโจทก์  วันที่  22 มกราคม 2558 เวลา 8.30 น.  ศาลทหารกรุงเทพ  คดีหมายเลขดำที่ 40ก. /2557

นายสิรภพ กรณ์อรุษ  เป็นนักเขียนกวีออนไลน์  โดยใช้นามปากกาว่า รุ่งศิลา  ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน  2557 คสช. ได้ออกคำสั่งที่44/2557 ให้บุคคลมารายงานตัว  โดยมีรายชื่อของนายสิรภพฯ ในลำดับที่  22  นาย สิรภพไม่ได้รายงานตามระยะเวลาที่กำหนด  และถูกจับและถูกควบคุมตัวที่มณฑลทหารบกที่ 1 ตามกฎอัยการศึก แล้วถูกส่งตัวให้ตำรวจดำเนินคดีนี้ พร้อมๆกับ คดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112

โดยอัยการทหารได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลในวันที่ 15 สิงหาคม 2557 ข้อหาฝ่าฝืนไม่มารายงานตัวตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  โดยจำเลยให้การปฏิเสธ  และเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 ได้ยื่นคำร้องว่าประกาศคสช.ที่ 37/2557 ที่ให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร และพรบ.ธรรมนูญศาลทหารฯ ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) 2557 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

  1. คดีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ข้อหา ประมวลกฎหมายอาญา ม. 116 และพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ

นัดฟังคำสั่งคำร้องขอให้ศาลส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับในคดีขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญและนัดตรวจพยานหลักฐาน  วันที่ 23 มกราคม 2558 เวลา 8.30 น.  ศาลทหารกรุงเทพ  คดีหมายเลขดำที่ 24ก. /2557

เป็นนักกิจกรรมทางสังคม ทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม  2557 คสช.ได้ออกคำสั่งที่ 3/2557 ให้บุคคลมารายงานตัว  โดยมีรายชื่อของนายสมบัติฯ ในลำดับที่  60  นายสมบัติไม่ได้ไปรายงานตามระยะเวลาที่กำหนด  โดยโพสต์เฟซบุ๊คและทวิตเตอร์  ไม่ยอมรับอำนาจรัฐประหาร  และชักชวนให้บุคคลมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อต่อต้านรัฐประหาร และถูกจับและถูกควบคุมตัว ตามกฎอัยการศึก แล้วถูกส่งตัวให้ตำรวจดำเนินคดีนี้ พร้อมๆกับ คดีความผิดข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งไปไปรายงานตัว

โดยอัยการทหารได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลในวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 ข้อหาประมวลกฎหมายอาญา ม.116 และพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างเดื่องในหมู่ประชาชนโดยวิธีทางคอมพิวเตอร์  โดยจำเลยให้การปฏิเสธ  และเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2557ได้ยื่นคำร้องว่าประกาศคสช.ที่ 37/2557 และ38/2557 ที่ให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร และพรบ.ธรรมนูญศาลทหารฯ ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) 2557 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

  1. คดีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด ข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งให้บุคคลรายงานตัว และประมวลกฎหมายอาญา ม. 368

นัดสืบพยานโจทก์ (ประเด็น) วันที่ 26 มกราคม 2558 เวลา 9.00 น. ที่ศาลแขวงชลบุรี  คดีข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งให้บุคคลรายงานตัว และ ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน (ป.อาญา ม.368)  สืบเนื่องจากอัยการได้ยื่นฟ้องจำเลยที่ศาลแขวงดุสิต  เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.1515/2557  และอ้างเจ้าหน้าที่ทหารผู้ทำการจับกุมจำเลยในท้องที่จังหวัดชลบุรีเป็นพยาน  ศาลแขวงดุสิจ  จึงได้ส่งประเด็นไปสืบพยานปากดังกล่าวที่ศาลแขวงชลบุรี  ตามวันและเวลาดังกล่าว

เป็นนักกิจกรรมทางสังคม ทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม  2557 คสช.ได้ออกคำสั่งที่ 3/2557 ให้บุคคลมารายงานตัว  โดยมีรายชื่อของนายสมบัติฯ ในลำดับที่  60  นายสมบัติไม่ได้ไปรายงานตามระยะเวลาที่กำหนด  โดยโพสต์เฟซบุ๊คและทวิตเตอร์  ไม่ยอมรับอำนาจรัฐประหาร  และชักชวนให้บุคคลมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อต่อต้านรัฐประหาร และถูกจับและถูกควบคุมตัว ตามกฎอัยการศึก แล้วถูกส่งตัวให้ตำรวจดำเนินคดีนี้ พร้อมๆกับ คดีความผิดข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งไปไปรายงานตัว

โดยอัยการได้ยื่นฟ้องคดีเป็นคดีอาญาต่อศาลแขวงดุสิต ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 ข้อหา ฝ่าฝืนไม่มารายงานตัวตามคำสั่งคสช. และขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามป.อาญา ม.368 เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ. 1515/2557 ศาลแขวงดุสิต จำเลยให้การปฏิเสธ

1401251904

picture source:NationTV

By Thai Lawyers for Human Rights Posted in News Update

January 2015: Hearing schedule of five cases assisted by TLHR

Press Release

January 2015: Hearing schedule of five cases assisted by TLHR

            During the latter half of January 2015, there are five cases handled by the Thai Lawyers for Human Rights (TLHR) to go on trial including;

  1. PDRC demonstration site bombing in Trat province (Black Case no. O1213/2557, Trat Provincial Court)

Prosecution witness examination will take place from 20 – 23 and 27 – 30 January 2015 from 9.00 – 16.00 at the Trat Provincial Court. 31 individuals are scheduled to give their evidence.

In this case, on 22 February 2014, there was a bombing at a demonstration site of the People’s Democratic Reform Committee (PDRC) in Trat province. In May 2014, military authorities invoked Martial Law to arrest Mr. Somsak (last name withheld) and Mr. Watchara (last name withheld). In July another Somsak (last name withheld) was arrested, altogether three suspects. All of them were held in custody invoking Martial Law. The last Somsak was held in custody invoking Martial Law for as long as 26 days. None was given access to their relatives or to have any visit by their confidante. Later, the three suspects were brought to the police officials at Khao Saming Police Station, Trat province, and they were then indicted with the Trat Provincial Court as the Black Case no. O1213/2557 for premeditated murder and for illegal possession of explosive material.

The three accused pleaded no guilty to the charges and expressed their intention to fight the charge. They claimed to have been subject to torture and being forced to make confession while being held in custody invoking Martial Law.

  1. The case against Mr. Sirabhop Kornarut for violation of Article 112 of the Penal Code and the Cyber Crime Act

Pretrial discovery on 21 January 2015, 08.30, at the Bangkok Military Court, in the Black Case no. 83K /2557

An online poet, Sirabhop Kornarut is also known as “Rung Sila”. On 1 June 2014, the National Council for Peace and Order (NCPO) issued the NCPO Order no. 44/2557 summoning individuals to report themselves including Sirabhop Kornarut who was listed on the 22nd. He failed to turn himself in and was arrested and then held in custody at the 1st Military Circle invoking Martial Law and was then brought to be pressed with charges by the police.

The Judge Advocate indicted him with the Military Court on 24 September 2014 for defaming, insulting or threatening the King and for inputting illegal data into the computer system. He pleaded not guilty to the charges, but was denied bail.

  1. The case against Mr. Sirabhop Kornarut for failing to turn himself in

The Military Court has been asked to decide if the constitutionality of the legal provision invoked in this case should be referred to the consideration of the Constitutional Court or not and the witness examination shall take place on 22 January 2015, 8.30 น, at the Bangkok Military Court in the Black Case no. 40K/2557.

An online poet, Sirabhop Kornarut is also known as “Rung Sila”. On 1 June 2014, the National Council for Peace and Order (NCPO) issued the NCPO Order no. 44/2557 summoning individuals to report themselves including Sirabhop Kornarut who was listed on the 22nd. He failed to turn himself in and was arrested and then held in custody at the 1st Military Circle invoking Martial Law and was then brought to be pressed with charges by the police including violation against Article 112.

The Judge Advocate indicted him with the Military Court on 15 August 2014 for disobeying the order of the NCPO. He pleaded not guilty to the charge. On 10 November 2014, he challenged with the Court that the NCPO Announcement no. 37/2557 for all civilians to be tried in the Military Court and the Act on the Organization of Military Court are not constitutional as far as the Constitution of the Kingdom of Thailand (Interim), B.E. 2557 (2014) and the International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR) are concerned

  1. The case against Mr. Sombat Boonngamanong, aka “Bor Kor Lai Jud” on violation against Article 116 of the Penal Code (sedition) and Cyber Crime Act

The Military Court has been asked to decide if the constitutionality of the legal provision invoked in this case should be referred to the consideration of the Constitutional Court or not and the pretrial discovery shall take place on 23 January 2015, 8.30 น, at the Bangkok Military Court in the Black Case no. 24K/2557.

A social activist, Sombat was acting in defiance of the coup since it was staged on 24 May 2014. The NCPO issued the Order no. 3/2557 summoning the presence of individuals including Sombat who was listed as the 60th in the list, but he failed to turn himself in as requested. He continued to post in his facebook and twitter accounts to oppose the coup and invite people to act symbolically against the coup. He was later nabbed and held in custody invoking Martial Law and was brought to be pressed with charges by the police including his failure to report himself.

The Judge Advocate indicted him with the Military Court on 29 July 2014 for violation of Article 116 of the Penal Code and the Cyber Crime Act by inciting sedition using computer network. The accused pleaded not guilty to all charges and on 25 November 2014, he challenged with the Court that the NCPO Announcement no. 37/2557 for all civilians to be tried in the Military Court and the Act on the Organization of Military Court are not constitutional as far as the Constitution of the Kingdom of Thailand (Interim), B.E. 2557 (2014) and the International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR) are concerned

  1. The case against Mr. Sombat Boonngamanong, aka “Bor Kor Lai Jud” for failure to turn oneself in and for violation of Article 368 of the Criminal Procedure Code

Prosecution witness examination will take place on 26 January 2015, 9.00, at the Chonburi Municipal Court for failure to report oneself as summoned and for disobeying an order of the competent officials (Criminal Procedure Code’s Article 368). Since the accused had been indicted with the Dusit Municipality Court in the Black Case no.O1515/2557 and since military officials who conducted the arrest in Chonburi is cited as a witness, the Dusit Municipality Court has decided to refer the examination of the witness to the Chonburi Municipality Court on the aforementioned date.

A social activist, Sombat was acting in defiance of the coup since it was staged on 24 May 2014. The NCPO issued the Order no. 3/2557 summoning the presence of individuals including Sombat who was listed as the 60th in the list, but he failed to turn himself in as requested. He continued to post in his facebook and twitter accounts to oppose the coup and invite people to act symbolically against the coup. He was later nabbed and held in custody invoking Martial Law and was brought to be pressed with charges by the police including his failure to report himself.

The prosecutor indicted him with the Dusit Municipality Court on 10 July 2014 for failure to report himself as requested by the NCPO and for disobeying the order of a competent official and the Criminal Procedure Code’s Article 368 in the Black Case no. O1515/2557 at Dusit Municipality Court. The accused has pleaded not guilty to the charge.

1401251904

picture source: NationTV

By Thai Lawyers for Human Rights Posted in News Update